ประวัติ

เรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 : รถบัสในตำนาน

บทความเจาะลึกฤดูกาล 2004/05 วันนี้จะเป็นเรื่องราวของเกมลอนดอนดาร์บี้ที่จบลงด้วยการกำเนิดของสำนวนฟุตบอลใหม่ที่หลายคนพูดถึงกันมาอย่างยาวนาน...

“เหมือนอย่างที่เราพูดกันที่โปรตุเกส พวกเขาเอารถบัสเข้ามาแล้วก็จอดมันไว้หน้าประตูอย่างนั้นเลย” – โชเซ่ มูรินโญ่

เมื่อสองทีมที่มีสถิติเกมรับดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกมาเจอกัน แม้ว่าจะผ่านไปเพียงห้าเกมในฤดูกาลนั้น บางทีสกอร์ 0-0 ก็อาจจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่อย่างไรก็ตาม นั่นอาจจะบอกเราได้แค่ครึ่งเรื่องเท่านั้น เมื่อเป็นเกมที่พบกันระหว่าเชลซีและท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

เชลซีลงสนามไปพร้อมกับสถิติไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีก 100% หลังเสมอกับแอสตัน วิลล่า 0-0 ซึ่งเชลซีต้องเจอกับอุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อดิดิเยร์ ดร็อกบาโดนใบเหลืองจากร็อบ สไตล์ กรรมการในเกมนั้น ด้วยข้อหาพุ่งล้มทั้งที่ควรเป็นจุดโทษ

แต่หลังจากนั้นสไตล์ก็ได้ย้อนไปดูเหตุการณ์ในสนามอีกครั้งและยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเอง ทำให้ใบเหลืองนั้นกลายเป็นโมฆะไป

แม้จะเป็นอย่างนั้น การเสียสองคะแนนสำคัญไปทำให้เราหล่นลงมาตามหลังอาร์เซนอลที่มีสถิติยิงเฉลี่ย 4 ประตูต่อเกมตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา

แต่เชลซีมาเก็บชัยชนะได้อีกครั้งในเกมแชมป์เปี้ยนส์ ลีก คว้าชัยจากเปแอสเชได้ด้วยสกอร์ 3-0 ที่สนามปาร์ค เดส์ แพรงส์ ซึ่งมีสองประตูจากดิดิเยร์ ดร็อกบารวมอยู่ด้วย

ความมั่นใจนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้สำหรับการไปเยือนสเปอร์ที่เพิ่งแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างซานตินี่เข้ามาคุมทีม

หลังฤดูกาลก่อนหน้าที่พวกเขาต้องเจ็บปวดจากการจบอันดับ 14 และต้องเห็นเพื่อนร่วมเมืองอย่างอาร์เซนอลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ที่สนามไวท์ ฮาร์ท เลนของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลต่อมาพวกเขาก็พกแรงฮึดมากันเกินร้อยและไม่แพ้ใครตั้งแต่เริ่มฤดูกาลมาเลย

ก่อนหน้านี้มีหลายคนทำนายไว้ว่าจะมีประตูเกิดขึ้นมากมาย จากสถิติ 56 เกมลีกที่สองทีมนี้พบกันที่เดอะบริดจ์ มีแค่ 4 เกมเท่านั้นที่ไม่มีสกอร์เกิดขึ้น

เชลซีทำได้ดีในการคุมเกมและมีโอกาสนำสองประตูในครึ่งแรก แต่เมื่อเหลือสองนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ชัดเจนว่าโอกาสทองในตอนนั้นเป็นของสเปอร์ส

หลังจากที่เล่นเกมบุกกันเต็มสูบในช่วงครึ่งแรก ทีมเยือนมาได้โอกาสยิงเปิดเกมได้จากจังหวะที่ไซม่อน เดวี่ส์ โยนยาวมาให้ร็อบบี้ คีนโหม่ง แต่เพตเตอร์ เช็กเซฟไว้ได้

แฟรงค์ แลมพาร์ดในตอนนั้นกำลังทำสถิติลงเล่นติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกเป็นนัดที่ 114 เป็นหนึ่งในนักเตะหลายคนของเชลซีที่สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับคู่แข่งได้มาก แต่จังหวะที่เกือบเป็นประตูมากที่สุดของเชลซีตกเป็นของไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น

ศูนย์หน้าชาวไอซ์แลนด์ยิงจากกรอบเขตโทษแล้วบอลพุ่งหลุดกรอบออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

“เหมือนอย่างที่เราพูดกันในโปรตุเกสว่าคู่แข่งเอารถบัสมาจอดขวางไว้ที่หน้าประตูเลย” มูรินโญ่กล่าวหลังจบเกม “ผมคงเซ็งแย่เลยนะถ้าผมเป็นแฟนบอลที่เสียเงิน 50 ปอนด์เพื่อเข้ามาดูเกมนี้”

“เราจบเกมโดยที่ส่งหัวหอกทุกคนในทีมลงสนาม ทั้งเคซมัน, ดัฟฟ์, ดร็อกบา และกุ๊ดยอห์นเซ่น คุณคงไม่ต้องส่งกองหน้าลงเยอะขนาดนี้ถ้าคู่แข่งพยายามจะทำประตูเช่นกัน”

“เล็ดลี่ย์ คิง, นูเรดดีน เนย์เบ็ต และพอล โรบินสัน ทำได้ดีมาก” กุนซือสเปอร์ส กล่าว “แต่เจอร์เมน เดโฟยังไม่ดีเท่าไร เขาแค่พยายามวิ่งตามบอลเท่านั้น”

แม้ว่าจะผิดหวังที่ไม่ชนะ แต่จอห์น เทอร์รี่ก็ยังย้ำถึงสิ่งที่ดีอย่างหนึ่งจากเกมนี้คือการเก็บคลีนชีทได้ติดต่อกันเป็นนัดที่ 7 ตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2004/05 มา

“ทุกคนตื่นเต้นกับแนวรับของเรามาก โดยเฉพาะบิ๊กพีต และวิลลี่” กัปตันทีมกล่าว “คลีนชีทที่ผ่านมาเป็นผลงานของทีมที่ทำงานกันอย่างหนัก เราป้องกันแบบสุดชีวิตเลยล่ะ!”

ยังมีอะไรที่น่าติดตามอีกมากมาย เตรียมอ่านกันต่อได้เลย

- โดยริชาร์ด ก็อดเดน – บรรณาธิการหนังสือโปรแกรมการแข่งขันของเชลซี

คุณสามารถรับชมสรุปเรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 ได้แบบเต็มๆ ที่แอปฯ The 5th Stand

แอปฯ The 5th Stand พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ