Thailand

จากเคยฟาดแข้งในสนาม สู่เส้นทางแห่งกุนซือ

เนื่องในโอกาสฉลองวันเกิดอายุครบ 80 ปีของเอ็ดดี้ แม็คเกียดี้ ตำนานเชลซี (15 เมษายน) เราย้อนไปดูเรื่องราวของอดีตนักเตะที่เคยเล่นให้เชลซี ก่อนจะกลับมาคุมทีมในสแตมฟอร์ด บริดจ์หลังแขวนสตั๊ดคนอื่นๆ ที่เหมือนกับเขากัน

แฟรงค์ แลมพาร์ด

ช่วงเวลาที่เป็นนักเตะ (2001-14): 648 นัด, 211 ประตู
ช่วงเวลาที่เป็นผู้จัดการทีม (2019-ปัจจุบัน): 41 นัด – ชนะ 21, เสมอ 9, แพ้ 12
หลังทำสถิติยิง 211 ประตูให้กับสโมสรและคว้าแชมป์ทุกรายการกับทีมในช่วงที่เป็นนักเตะเชลซีมาแล้ว แลมพาร์ดกลับมาคุมทีมอีกครั้งเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และกำลังไปได้สวยกับทีมที่เต็มไปด้วยดาวรุ่ง ครองอันดับสี่ของพรีเมียร์ลีกอยู่ก่อนที่จะหยุดพักการแข่งขันไปเมื่อเดือนมีนาคม

โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ

ช่วงเวลาที่เป็นนักเตะ (1996-2000): 175 นัด, 26 ประตู
ช่วงเวลาที่เป็นผู้จัดการทีม (2012): 42 นัด – ชนะ 24, เสมอ 9, แพ้ 9
ดิ มัตเตโอคือชายที่อยู่ในทุกโอกาสสำคัญทั้งในตอนที่เป็นนักเตะและผู้จัดการทีม ในฐานะกองกลาง แข้งอิตาเลี่ยนรายนี้ยิง 3 ประตูที่เวมบลีย์ในรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ 1997 และ 2000 ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์มาได้ รวมถึงเกมลีก คัพ เมื่อปี 1998 ด้วย เขากลับมาคุมทีมในปี 2012 พาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้อีกสมัย และยังคุมทีมไปคว้าถ้วยแชมป์เปี้ยนส์ ลีกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรด้วย

เดวิด เว็บบ์

ช่วงเวลาที่เป็นนักเตะ (1968-74): 299 นัด, 33 ประตู
ช่วงเวลาที่เป็นผู้จัดการทีม (1993): 13 นัด – ชนะ 5, เสมอ 4, แพ้ 4

เว็บบ์เป็นผู้ทำประตูชัยในเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศเมื่อปี 1970 เขาคือผู้เล่นที่สามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง รวมทั้งผู้รักษาประตูด้วย เขากลับมารับหน้าที่กุนซือขัดตาทัพในปี 1993 ซึ่งเป็นช่วงที่เชลซีเสี่ยงตกชั้น และพาเราขยับขึ้นไปอยู่กลางตารางสำเร็จ

จอห์น ฮอลลินส์

ช่วงเวลาที่เป็นนักเตะ (1963-75, 83-84): 592 นัด, 64 ประตู
ช่วงเวลาที่เป็นผู้จัดการทีม (1985-88): 147 นัด – ชนะ 56, เสมอ 40, แพ้ 51

กองกลางของทีมที่คว้าแชมป์ลีก คัพ เมื่อปี 1965, เอฟเอ คัพ 1970 และคัพ วินเนอร์ส คัพ 1971 ฮอลลินส์กลับมาเล่นอีกครั้งในปี 1983 ด้วยวัยเพียง 37 ปี ช่วยให้เราได้เลื่อนชั้นกลับมาลีกสูงสุดได้อีกครั้งก่อนจะแขวนสตั๊ด เขากลับมาคุมทีมในปี 1985 และพาเราคว้าแชมป์ฟูล เมมเบอร์ส คัพได้สำเร็จพร้อมครองอันดับ 6 ของลีกในฤดูกาลแรกที่คุมเชลซี

เคน เชลลิโต้

ช่วงเวลาที่เป็นนักเตะ (1959-65): 123 นัด, 2 ประตู
ช่วงเวลาที่เป็นผู้จัดการทีม (1977-78): 65 นัด – ชนะ 15, เสมอ 19, แพ้ 31

ฟูลแบ็คในทีมชุดที่ได้เลื่อนชั้นเมื่อปี 1963 เชลลิโต้กำลังมีอนาคตที่สดใส จนกระทั่งการบาดเจ็บหัวเข่าที่ร้ายแรง ทำให้เขาต้องจบการค้าแข้งก่อนกำหนด เขาผันตัวมาเป็นโค้ชและไต่เต้าจนขึ้นมาได้เป็นกุนซือทีมชุดใหญ่ในช่วงต้นฤดูกาล 1977/78 

เอ็ดดี้ แม็คเกียดี้

ช่วงเวลาที่เป็นนักเตะ (1962-73): 410 นัด, 5 ประตู
ช่วงเวลาที่เป็นผู้จัดการทีม (1975-77): 97 นัด – ชนะ 37, เสมอ 33, แพ้ 27

ลงเล่นร่วมกับเชลลิโต้ในฤดูกาล 1962/63 แม็คเกียดี้ลงเล่นให้เชลซี 410 นัดจาก 11 ฤดูกาล ยิงประตูชัยในลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศเมื่อปี 1965 เขากลายมาเป็นผู้จัดการทีมในช่วงปลายเดือนเมษายน 1975 แม้ว่าจะไม่สามารถช่วยทีมรอดตกชั้นได้ในตอนเข้ารับตำแหน่ง แต่เขาก็สร้างทีมใหม่และพาเรากลับขึ้นมาได้อีกครั้งหลังจากนั้นสองฤดูกาล

นักเตะควบผู้จัดการทีม

นอกจาก 6 คนข้างบนแล้ว ยังมีอีกหลายคนที่ได้รับแต่งตั้งเป็นนักเตะควบผู้จัดการของเชลซี อย่างจอห์น เทต โรเบิร์ตสัน, เกล็นน์ ฮ็อดเดิ้ล (1993-96), รุด กิลลิท (1996-98) และจานลูก้า วิอัลลี่ (1998-2000)

และแน่นอน ทอมมี่ โดเชอร์ตี้ ที่ลงเล่นให้สโมสรแค่ 4 นัดในเดือนกันยายน 1961 ก่อนจะถูกเลือกให้ทำหน้าที่ต่อจากเท็ด เดรค

แอปฯ The 5th Stand พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ