ประวัติ

เรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 : พ่อมดปีกข้างผู้สร้างประตู

ความรวดเร็วและทักษะที่ยอดเยี่ยมของอาร์เย่น ร็อบเบน และเดเมียน ดัฟฟ์ เมื่อลงเป็นปีกข้างของทีมคือประเด็นล่าสุดที่เราจะวิเคราะห์กันในบทความย้อนเรื่องราวของฤดูกาล 2004/05...

การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกดูกาล 2004/05 เชลซีเจอกับทั้งชัยชนะและความพ่ายแพ้ในช่วงระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ ในวันแรกนั้นเป็นวันที่อาร์เย่น ร็อบเบนลงประเดิมสนามให้กับสิงห์บลูส์ เป็นเกมสุดบันเทิงที่พบกับแบล็คเบิร์น โรเวอร์สที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่เกมหลังจากนั้นที่พบกับทีมเดิมในอีวู้ด ปาร์ค ปีกข้างชาวดัตช์ได้รับบาดเจ็บซึ่งทำให้การมีส่วนร่วมในฤดูกาลนั้นของเขาเป็นอันต้องจบลง

ในช่วงเวลาระหว่างนั้น ทีมของโชเซ่ มูรินโญ่คว้าชัยไป 14 นัด เสมอ 2 และไม่แพ้ใครเลย ขณะที่อาร์เซนอลที่อยู่อันดับใกล้กัน เก็บชัยได้แค่ 7 นัดในช่วงเวลาเดียวกันน เชลซีกำลังเร่งฝีเท้าเต็มที่เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ และร็อบเบนก็เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนทีม

ก่อนหน้านั้นในปีเดียวกัน แข้งชาวดัตช์เกือบจะเซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปแล้ว แต่การเจรจาระหว่างทีมปีศาจแดงกับพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นติดขัดจากประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายในการย้ายทีมครั้งนั้น ทำให้เชลซีเข้าไปคว้าตัวเขามาได้ด้วยการตกลงกันในเดือนมีนาคม และทำให้ร็อบเบนเข้าร่วมทีมหลังจบการแข่งยูโร 2004

ในตอนที่เข้ามาร่วมทัพ มาเตย่า เคซมั่นได้เข้ามาร่วมทีมก่อนแล้ว ทั้งสองคนเป็นคู่หูแบทแมนแอนร็อบเบนมาตั้งแต่สมัยอยู่พีเอสวี และช่วงพรีซีซั่น ทั้งคู่ก็ได้แสดงให้เห็นว่าพร้อมสำหรับการมาวาดลวดลายแบบเดียวกันอีกครั้งกับเชลซี แต่โชคร้ายที่แข้งวัย 20 ปีได้รับบาดเจ็บจากเกมระหว่างทัวร์พรีซีซั่นที่สหรัฐอเมริกา ทำให้เขาต้องพักไปถึงสองเดือนกว่าจะได้ลงเล่น

ผลงานในช่วงเวลาสั้นๆ ในเกมพบแบล็คเบิร์นได้รับความสนใจอย่างมาก และมูรินโญ่ได้กล่าวหลังจบเกมนั้นด้วยว่า “ร็อบเบนกลับมาแล้ว เขาคือนักเตะระดับซูเปอร์เลย ผมไม่แปลกใจกับการเล่นของเขา แต่สิ่งที่แฟนๆ น่าจะประหลาดใจมากเลยนะที่ได้เห็นร็อบเบนเล่น”

อย่างไรก็ตาม แฟนบอลเชลซีกังวลอยู่อย่างคือเด็กใหม่นี้จะมาแทนที่เดเมี่ยน ดัฟฟ์หรือเปล่า ซึ่งแข้งไอริชทำฟอร์มได้ดีจนกลายเป็นนักเตะที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในในบรรดาแข้งที่เสริมทัพตอนเริ่มต้นยุคโรมัน อับราโมวิช แต่ยังทำฟอร์มได้ไม่เต็มที่นักในยุคของมูรินโญ่

หลังจากนั้นไม่นาน เหล่ากูรูมากมายได้ประเด็นไว้พูดคุยกันทันทีจากการเล่นประสานันของดัฟฟ์และร็อบเบน การโยนข้ามฝั่งไปหากัน เจาะผ่านฟูลแบ็คแต่ละฝั่ง

หลังจากที่ร็อบเบนลงสนาม สิงห์บลูส์ทำสี่ประตูได้จากการแข่งขัน 9 นัด ต่างจากตอนต้นฤดูกาลที่เรายิงไปเพียง 8 ครั้งจากเกม 9 นัดแรก

หลังเกมพบแบล็คเบิร์น เรามาถล่มเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยนได้ด้วยสกอร์ 4-1 จากการเปลี่ยนเอาร็อบเบนลงในช่วงพักครึ่งอีกครั้ง

The Sun รายงานว่า “เพชรฆาตชาวดัตช์พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการหายเจ็บของเขานั้นสามารถเปลี่ยนเชลซีจากเดิมที่ไม่มีอะไรหวือหวาให้กลายเป็นทีมที่มีแนวรุกสุดบันเทิงได้ในที่สุด”

ต่อมาเป็นเกมเจอกับเอฟเวอร์ตันที่อยู่อันดับรองจากเชลซีแค่สามแต้มเท่านั้น

การทำให้เอฟเวอร์ตันแพ้เกมเยือนนัดแรกของฤดูกาลนั้นยากมาก และเป็นร็อบเบนที่สร้างช่วงเวลาสุดเฉียบขึ้นมาได้สำเร็จด้วยการทำประตูจากลูกชิพข้ามไนเจล มาร์ตินเข้าไปตุงตาข่าย

ประตูนั้นกลายมาเป็นการเล่นเกมบุกสวนที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเชลซี การเคลียร์บอลของริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ไปถึงร็อบเบนจบสกอร์ตุงตาข่ายจากการประสานกับเคซมันและกุ๊ดยอห์นเซ่น ซึ่งเพตเตอร์ เช็กสรุปให้แล้วว่า “เราจับบอลกันแค่สามจังหวะเท่านั้น แล้วเราก็ได้ประตู”

จากการเล่นเกมบุกหลายมิติของเราในตอนนั้น ทำให้หมดคำถามว่าเชลซีจะทำประตูได้หรือไม่ กลายมาเป็นคำถามว่าเชลซีจะยิงได้กี่ประตูไปแทน

- โดยริชาร์ด ก็อดเดน – บรรณาธิการหนังสือโปรแกรมการแข่งขันของเชลซี

คุณสามารถรับชมสรุปเรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 ได้แบบเต็มๆ ที่แอปฯ The 5th Stand

แอปฯ The 5th Stand พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ