ประวัติ

เรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 : ถล่มเพื่อนบ้านไร้ปราณี

บทความพิเศษ ย้อนเรื่องราวการคว้าแชมป์ในฤดูกาล 2004/05 ของเชลซี วันนี้มาถึงเรื่องราวของการเดินทางระยะสั้นๆ สู่สนามคราเว่น คอทเทจ เป็นเกมที่แสดงให้เห็นว่าเชลซีเก็บเกี่ยวอะไรมาได้มากมาย...

สโมสรพรีเมียร์ลีกที่อยู่ในเมืองหลวงเป็นทีมที่ต่อกรได้ยากกว่าทีมอื่นๆ ที่อยู่นอกลอนดอนหรือเปล่า? ในด้านหนึ่งเกมลอนดอนดาร์บี้มักจะมีแข่งกันราวๆ 10 เกมต่อฤดูกาล ซึ่งจะเป็นเกมที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น ทั้งในเชิงกายภาพ และเชิงจิตใจ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 3 พฤศจิกายนจนถึงวันบ็อกซิ่งเดย์ เชลซีต้องออกเดินทางไปนอกลอนดอนสองครั้ง เป็นเกมในรายการอื่นทั้งคู่ คือเกมพบนิวคาสเซิลในคาร์ลิ่ง คัพ และปอร์โต้ในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก ในช่วงเวลานั้นเองที่เชลซีทำได้ดีในเกมดาร์บี้จนอยู่ในจุดที่สามารถไล่ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้

หลังเอาชนะตูนอาร์มี่มาได้จากประตูลุยเดี่ยวของอาร์เย่น ร็อบเบน เชลซีเดินทางต่อไปเยือนฟูแล่ม คู่แข่งร่วมเมืองลอนดอนตะวันตก

ประตูเปิดเกมของเชลซีในเกมพบกับฟูแล่มนั้นไม่ต่างกับการหวดวงสวิงของโคลิม มอนต์โกเมอรี่ นักกอล์ฟชื่อดัง โดยเท้าขวาของแฟรงค์ แลมพาร์ดเป็นเหมือนหัวไม้กอล์ฟที่ส่งบอลอย่างแม่นยำจากลูกฟรีคิกที่พุ่งผ่านมาร์ค ครอสลี่ย์เข้าไปตุงตาข่าย

ก่อนหน้านั้นเชลซีทำประตูนำไม่ได้เพราะผู้รักษาประตูของฟูแล่มที่เหนียวแน่นเหลือเกิน และเจ้าบ้านมาตามตีเสมอได้ในช่วงครึ่งหลัง เมื่อปาปา บูปา ดิยอป วิลเล่ย์จากระยะ 30 หลาเข้าประตู

นั่นคือครั้งแรกที่ทีมเชลซีของมูรินโญ่เสียประตูจากจังหวะที่นำก่อน แล้วเชลซีตอบโต้อย่างไรล่ะ? แน่นอนว่าคำตอบคือสาวหมัดกลับไม่ยั้ง!

รูปแบบที่เป็นเหมือนขาประจำของเชลซีคือการมีร็อบเบนเป็นผู้สร้างสรรค์ประตู แนวรับของฟูแล่มสองคนทำพลาดในจังหวะที่พยายามเคลียร์บอลแต่บอลดันไปเข้าทางให้ร็อบเบนที่หน้ากรอบ หลังจากนั้นมีกองหลังสองคนพุ่งเข้ามาพยายามสไลด์แต่ดันกระแทกกันเองจนเปิดช่องให้ปีกชาวดัตช์ผ่านเข้าไปได้

ด่านต่อมามีแนวรับของฟูแล่มเข้าชาร์จมาอีกสองคน แต่ร็อบเบนโชว์เหนือกระชากหนีได้ทั้งคู่ ก่อนจะเจอกับแฟรงค์ แลมพาร์ดที่จะเข้ามาช่วยยิง แต่ร็อบเบนเร็วกว่า ง้างเท้าซัดเต็มข้อล่อเต็มแข้งเข้าไปตุงตาข่ายแบบจุกๆ นับเป็นการโชว์ฟอร์มที่เหนือชั้นหาตัวจับได้ยากจริงๆ

ถือเป็นประตูที่สวยมากทีเดียว แต่ปีกข้างของเราฉลองแบบเหมือนไม่ดีใจนัก หน้าตาเขาในตอนวิ่งไปที่ข้างสนามไม่ได้มีท่าทีดีใจอะไรเลย แม้ว่าสตีฟ คล้าร์กจะสวมกอดเน้นๆ แต่เขาก็ไม่ได้ยิ้มออกแต่อย่างใด จริงๆ แล้วในตอนนั้นไม่มีนักเตะในลีกคนไหนที่ฟอร์มจะร้อนแรงไปกว่าเขาแล้ว ดังนั้นข้อความที่เขาอยากจะสื่อคงจะเป็น “คุณอยากจะได้อะไรมากกว่านี้ล่ะ?”

ลูกโหม่งของวิลเลี่ยม กัลลาส ชวยให้เรานำ 3-1 ก่อนที่ติอาโกจะทำประตูเพิ่มให้ทีมเพิ่ม นับเป็นหนึ่งในสุดยอดประตูของเชลซีในฤดูกาลเดียวที่เขาอยู่กับทีมในลอนดอนตะวันตกนี้

เป็นอีกครั้งที่เกิดจากการเล่นประสานกับร็อบเบนที่กราบซ้าย แล้วร็อบเบนตอกส้นมาเข้าทางให้ติอาโก้แต่งบอลผ่านกองหลังฟูแล่มที่เหนื่อยจัดกันแล้วซัดเน้นๆ เข้าไปเสียบเสาสองให้เชลซีทิ้งห่าง 4-1

“เชลซีเป็นทีมที่แกร่งที่สุดที่เราเคยเจอมาเลย แกร่งกว่าอาร์เซนอลด้วย” คริส โคลแมน ผู้จัดการทีมฟูแล่มกล่าว “เมื่อเราลงสนาม เราแทบไม่ได้แตะบอลเลย เชลซีมีนักเตะที่เล่นบอลได้ดีในทุกตำแหน่งเลย ทำให้เหมือนว่าเราหลุดจากเกมไปเลย”

“เมื่อร็อบเบนเล่นได้แบบนี้ เขาจะเป็นสุดยอดนักเตะของโลกเลยนะ ผมได้ดูเขาเล่นมาสองครั้งในฤดูกาลนี้ เขามีความพิเศษอยู่ในตัว ผมบอกกับกองหลังของทีมตัวเองว่าไม่ต้องกังวลมากนัก เพราะพวกเขาจะเจอกับร็อบเบนอีกแค่ 2 ครั้งในฤดูกาลนี้ ผมดีใจมากเลยนะที่ไม่ต้องเจอเชลซีทุกสัปดาห์”

- โดยริชาร์ด ก็อดเดน – บรรณาธิการหนังสือโปรแกรมการแข่งขันของเชลซี

คุณสามารถรับชมสรุปเรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 ได้แบบเต็มๆ ที่แอปฯ The 5th Stand

แอปฯ The 5th Stand พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ