ประวัติ

เรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 : เกมเพื่อโลก

การพบแชมป์เก่าอย่างอาร์เซนอลพร้อมสร้างเรื่องราวและผลการแข่งขันสุดดราม่า เป็นประเด็นสำหรับบทความพิเศษ ย้อนรำลึกฤดูกาล 2004/05 ของเราในวันนี้...

ทีมของโชเซ่ มูรินโญ่มีคะแนนนำเป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกในตอนนั้นอยู่ห้าแต้ม แต่การไปเยือนรังของเดอะกันเนอร์สก็ยังแสดงให้เห็นถึงเกมที่รับมือได้ยากอีกครั้ง

ครั้งหนึ่งไฮบิวรี่เคยเป็นสนามอาถรรพ์สำหรับเหล่าสิงห์บลูส์ และเรายังคงไม่เคยชนะที่สนามนั้นเลยนับตั้งแต่ที่จอห์น บัมสเตดยิงประตูชัยไว้ในเดือนมีนาคม 1990 เราเคยชนะมาแล้วในเกมแชมป์เปี้ยนส์ ลีกช่วงต้นปีนั้น เมื่อเวย์น บริดจ์ยิงผ่านเยนส์ เลห์มันน์แล้ววิ่งไปฉลองประตูกับแฟนๆ เชลซีที่เดินทางไปเชียร์ ยังคงเป็นความทรงจำที่งดงามสำหรับทุกคนอยู่

ประตูแรกของเกมเกิดขึ้นด้วยเวลาเพียง 75 วินาที เมื่อเธียรี่ อองรีซัดลูกยิงสุดคลาสสิคเข้าประตูไปก่อน

ทว่านักเตะเชลซีไม้ได้ตื่นตระหนกกับประตูที่เสียไปแม้แต่น้อย และใช้เวลาไม่นานในการยิงตีเสมอ เมื่ออองรีทำพลาดไปบล็อคทางวิ่งของโซล แคมป์เบลล์ ทำให้จอห์น เทอร์รี่วิ่งเข้าไปทำประตูจากลูกเตะมุมที่อาร์เย่น ร็อบเบนเปิดมาให้แบบไม่มีพลาด

เกมเริ่มเดือดขึ้นเรื่อยๆ และเจ้าบ้านมาได้ประตูนำอีกครั้งจากจังหวะที่อาร์เซนอลได้ฟรีคิกที่ระยะ 25 หลา เพตเตอร์ เช็กยืนที่เสาฝั่งหนึ่งหลังกำแพง แต่อองรียิงผ่านกำแพงไปที่อีกเสาแทน

สิงห์บลูส์เดือดจัด “ไม่แฮปปี้ น่าจะเป็นคำที่เหมาะที่สุด เพราะผมคงบอกคำที่อยู่ในใจไม่ได้” มูรินโญ่กล่าวหลังจบเกม “ผมไม่อยากพูดถึงมันนะ เพราะถ้าผมพูด ผมคงต้องไปที่เอฟเอ หรือไม่ก็ต้องจ่ายค่าปรับแทนที่จะเอาเงินไปซื้อของขวัญคริสต์มาส”

ลูกทีมของมูรินโญ่เองก็ประท้วงการตัดสินของแกรห์ม โพลล์ แต่ไม่เป็นผล ก่อนหน้านั้น BBC ได้สัมภาษณ์โพลล์หลังจากที่ตัดสินฟรีคิกเร็วซึ่งอองรีมีส่วนในครั้งนั้น แต่ครั้งก่อนหน้านั้นเป็นแอสตัน วิลล่าที่เป็นฝ่ายโดนไป

“ถ้าทีมที่เล่นเกมบุกโดนทำฟาวล์ พวกเขาก็ต้องเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบ” เขาย้ำ “จากฟรีคิกที่อยู่รอบกรอบเขตโทษ เราจะถามนักเตะเสมอว่าอยากเล่นเร็วหรือช้า นี่คือโอกาสที่จะทำเซอร์ไพรส์แนวรับคู่แข่ง”

“ไม่มีกฏในการแข่งขันที่บอกว่าเราต้องกำหนดการยิงฟรีคิกแต่ละครั้งว่าจะยิงอย่างไร มันแค่เป็นเรื่องของผู้ที่จะยิงฟรีคิก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของสนาม ตราบใดที่บอลอยู่ในจุดที่เหมาะสม ทีมที่เล่นเกมบุกก็สามารถยิงได้เร็วเท่าที่พวกเขาอยากจะยิง”

โชคยังดีที่ประตูนั้นไม่ใช่ประตูตัดสินเกม หลังพักครึ่ง เชลซีเปลี่ยนแผนไปใช้ระบบ 4-2-4 พร้อมส่งดิดิเยร์ ดร็อกบาลงสนามมาแล้วทำผลงานได้ในแบบทันที 

แฟรงค์ แลมพาร์ดเปิดฟรีคิกไปให้กุ๊ดยอห์นเซ่นยิงตีเสมอได้เมื่อครึ่งหลังเริ่มไปเพียงนาทีเดียวเท่านั้น

ขณะที่ทั้งสองทีมต่างก็ไล่ล่าชัยชนะ แต่สุดท้ายแล้วผลเสมอก็ถือเป็นผลการแข่งขันที่แฟร์อยู่

“นี่คือการแข่งขันระดับเฮฟวี่เวทเลยนะ” มาร์ติน ลิปตั้น กล่าวใน The Mirror

มูรินโญ่พาทีมเก็บแต้มได้จากผลเสมอ 2-2 ทำให้พวกเขายังคงเป็นจ่าฝูงโดยมีแต้มนำห่างเป็นจ่าฝูงอยู่ 5 แต้มก่อนจะเข้าสู่ช่วงคริสต์มาส

“ผมต้องแสดงความยินดีกับนักเตะทุกคนในสนาม ไม่ใช่ว่าทีมไหนเก่งกว่ากัน ไม่ใช่ว่ามีทีมไหนที่มีโอกาสทำประตูมากกว่ากัน เราได้แสดงให้เห็นสปิริตของทีมเมื่อต้องตามหลังถึงสองครั้ง คุณจะเห็นเลยว่าทีมเราสามารถทำอะไรได้บ้าง ทีมเราสมควรได้รับความเชื่อใจจากคุณจริงๆ”

- โดยริชาร์ด ก็อดเดน – บรรณาธิการหนังสือโปรแกรมการแข่งขันของเชลซี

คุณสามารถรับชมสรุปเรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 ได้แบบเต็มๆ ที่แอปฯ The 5th Stand

แอปฯ The 5th Stand พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ