ประวัติ

เรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 : ช่วงเทศกาลแห่งความสุข

ในช่วงเวลาที่เป็นเหมือนบททดสอบสำหรับเชลซี ฤดูกาล 2004/05 ทัพสิงห์บลูส์สามารถเก็บชัยชนะได้สี่นัดรวด เรามาย้อนดูเรื่องราวในช่วงเวลานั้นกันอีกครั้ง...

อาจจะพูดเกินไปหน่อยหากบอกว่าช่วงคริสต์มาสนี่แหละคือจุดแตกหักของทุกฤดูกาล เพราะจากการมีแข่งสามนัดต่อสัปดาห์ ทำให้มันคือเวลาแห่งการทดสอบทีมที่แท้จริง

เป็นที่รู้กันว่าสิงห์บลูส์มักจะเจอกับอุปสรรคในช่วงเทศกาลมานาน จนกระทั่งถึงช่วงฤดูกาลแรกของโชเซ่ มูรินโญ่ในฐานะผู้จัดการทีม และเหล่ากูรูต่างก็กำลังเตรียมลับมีดรอเชือดแล้วด้วย

“ผ่านมาหนึ่งทศวรรษเต็มๆ แล้วนับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่ทีมที่ไม่มีนักเตะที่เคยคว้าแชมป์มาก่อนจะครองแชมป์ได้สำเร็จ” มาร์ติน ลิปตั้น เขียนผ่าน The Mirror ขณะที่ไซม่อน จอห์นสัน ของ The Guardian เขียนในแง่บวกว่า “ช่วงหลายปีมานี้เชลซีเจอความท้าทายอย่างมากในช่วงก่อนคริสต์มาสจบ แต่ครั้งนี้นักเตะสามารถแฮปปี้กับมื้อกลางวันในวันคริสต์มาสได้เพราะนำเป็นจ่าฝูงอยู่ห้าแต้ม”

ฟอร์มของอาร์เซนอลยังคงประมาทไม่ได้ หลังจากที่เสมอกัน 2-2 ที่ไฮบิวรี่เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคม เดอะกันเนอร์สมาเก็บได้อีก 12 แต้มในเกมสี่นัดต่อมา ทำให้มูรินโญ่รู้ว่าทีมของเขาพลาดไม่ได้แล้ว และเขาเดินหน้าเข้าสู่ช่วงตารางแน่นนั้นด้วยทัศนคติที่สมบูรณ์แบบ

“เราเข้าใจว่าฟุตบอลมีความหมายมากแค่ไหนสำหรับคนที่นี่ บ็อกซิ่งเดย์และวันขึ้นปีใหม่คือความสุขของทุกคน” มูรินโญ่เขียนผ่านหนังสือโปรแกรมการแข่งขันก่อนเจอกับแอสตัน วิลล่า “เราแฮปปี้มากที่ได้สละวันหยุดของเราไป เพราะผู้คนที่นี่รักฟุตบอลมาก”

“เชลซีเป็นครอบครัวที่สองของทุกคนที่สโมสรนี้ ดังนั้นแม้แต่วันคริสต์มาสเราก็ยังคงฝึกซ้อมกันอยู่ มันไม่เหมือนทำงานหรอกครับ เพราะมันแค่สองสามชั่วโมงที่เราจากครอบครัวที่บ้านมาอยู่กับครอบครัวที่ทำงาน”

หลังจากที่ชนะนอริช ซิตี้ 4-0 ก่อนคริสต์มาสเจ็ดวัน เป็นครั้งที่หกแล้วที่เรายิงได้สี่ประตูในเกมเก้านัดก่อนหน้านั้น ถึงเวลาต้อนรับแอสตัน วิลล่า ที่เดอะบริดจ์ในวันบ็อกซิ่งเดย์แล้ว

ประตูของเดเมี่ยน ดัฟฟ์เพียงพอที่จะสร้างความแตกต่างระหว่างทั้งสองทีม โดยแข้งไอริชทำประตูเปิดเกมได้เป็นครั้งที่หกจากเก้านัดในช่วงเวลานั้น นั่นคือชัยชนะในวันบ็อกซิ่งเดย์ครั้งที่สี่ในรอบ 16 ปี และทำให้เรามีคะแนนนำห่างห้าแต้มในช่วงกลางฤดูกาล

ทริปเยือนพอร์ทสมัตในนัดต่อมาทำให้เชลซีต้องเจอกับงานที่ยากอีกครั้ง

“ผมบอกกับลูกทีมช่วงพักครึ่งว่า ‘พวกนายไม่มีโอกาสมาโชว์หรอกนะว่าเก่งกันแค่ไหน ไม่มีโอกาสจะมาเลี้ยงบอลหรือเล่นบอลสวยๆ แต่คุณสามารถแสดงให้เห็นว่าเราไม่อยากกลับบ้านไปมือเปล่า” มูรินโญ่เผย

เพตเตอร์ เช็กเซฟลูกยิงของเจ้าบ้านได้แบบเวิลด์คลาส “เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดการเซฟประจำฤดูกาลนั้นเลย” จอห์น เทอร์รี่กล่าว หลังจากนั้นอาร์เย่น ร็อบเบนยิงแฉลบไปเข้าทางให้โจ โคลยิงประตูแรกของเขาได้นับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม

ช่วงเทศกาลในปีนั้นจบลงด้วยการที่สิงห์บลูส์ออกไปเยือนลิเวอร์พูลในวันขึ้นปีใหม่ พร้อมโอกาสในการคว้าชัยเหนือหงส์แดงได้แบบทั้งเหย้าและเยือนนับตั้งแต่ปี 1919 ในครั้งนั้น แฮโรลด์ บริตตั้นทำประตูชัยได้ทั้งสองนัด และครั้งนี้เขาก็ได้ผู้สืบทอดแล้ว

โจ โคล เป็นผู้ทำประตูชัยช่วงท้ายเกมที่เดอะบริดจ์ช่วงเดือนตุลาคม และมาทำได้อีกในเกมที่แอนฟิลด์หลังถูกเปลี่ยนลงสนามเพียง 5 นาที ต่อมาในเกมที่แฟรตตั้น ปาร์ค เชลซีไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีนัก แต่เป็นอีกครั้งที่สปิริตของทีมช่วยให้คว้าชัยมาได้สำเร็จ

“สิ่งที่เรามีในกลุ่มนี้คือสปิริตของทีม เรามีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ทะเยอทะยานเหมือนกัน ความเหนื่อยล้า การบาดเจ็บมันไม่สามารถทำลายเราลงได้เลย” กุนซือของเราย้ำ

แลมพาร์ดกล่าวโดยพุ่งเป้าไปที่คนที่รู้สึกว่าเชลซีไม่ได้มีประสบการณ์ในการครองตำแหน่งลุ้นแชมป์ได้นานนักว่า “การที่เรามีกลุ่มนักเตะที่กระหายชัยชนะ ที่ยังไม่เคยคว้าแชมป์อะไรมาก่อน แต่ความต้องการชัยชนะของเราจะพาเราไปได้ไกลมากเท่าที่เราอยากจะไป แน่นอนว่ามันจะมีช่วงเวลาที่มาทดสอบเราอยู่ตลอด แต่เราเชื่อมั่นในทีมเราเสมอ”

- โดยริชาร์ด ก็อดเดน – บรรณาธิการหนังสือโปรแกรมการแข่งขันของเชลซี

คุณสามารถรับชมสรุปเรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 ได้แบบเต็มๆ ที่แอปฯ The 5th Stand

แอปฯ The 5th Stand พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ