ประวัติ

เรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 : รักษาความแกร่งในแดนเหนือ

การต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2004/05 เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เชลซีเดินทางไปเยือนแบล็คเบิร์นเพื่อแข่งขันเกมหนึ่งในนัดตัดสินชะตาทีมในฤดูกาลนั้น...

หลังเก็บสามแต้มจากลิเวอร์พูลมาได้ ไม่มีใครสงสัยว่าเกมสองนัดต่อจากนั้นที่เชลซีไปเยือนทีมจากลอนดอนเหนือจะต่างจากเกมที่ผ่านมามากนัก แบล็คเบิร์น โรเวอร์สเปิดบ้านต้อนรับเชลซี

เพตเตอร์ เช็คใช้เวลาเพียงสี่นาทีของเกมนั้นในการสร้างสถิติใหม่ในพรีเมียร์ลีกคือการไม่เสียประตูติดต่อกันเป็นระยะเวลานานที่สุด แต่ในตอนนั้นโชคดีที่เราไม่เสียจอห์น เทอร์รี่ไปจากอาการบาดเจ็บร้ายแรงหลังจากที่โดนพอล ดิกคอฟเข้าปะทะอย่างรุนแรง

โชคร้ายที่อาร์เย่น ร็อบเบนต่างกันไป หลังจากเป็นเหยื่อในการปะทะในช่วงพรีซีซั่นจนกระดูกเท้าร้าวและต้องรอนานกว่าจะได้ลงเดบิวต์ให้เชลซี ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลนี้เขาก็ยังดวงตกมาเจออาการบาดเจ็บแบบเดิม จากจังหวะที่ปะทะกับอาร่อน โมโคเอน่า

ในตอนนั้นแข้งชาวดัตช์ยิงประตูให้เชลซีนำไปก่อนแล้ว หลังจากที่ได้บอลจากจังหวะที่ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่นโหม่งผ่านลูคัส นีลมาให้เขายิงผ่านแบรด ฟรีเดลเข้าประตูไป “คุณจะเห็นได้ชัดเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาหลังยิงประตูได้” มูรินโญ่กล่าว “เขามีความพิเศษมาก บางทีนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่เขาตกเป็นเป้าหมายของคู่แข่ง”

ชัดเจนว่าเหตุการณ์นั้นส่งผลกระทบกับสิงห์บลูส์อย่างมาก เมื่อแบล็คเบิร์นสามารถกลับมาอยู่ในเกมได้อีกครั้งจากการเล่นที่ดุดัน แต่ทว่าก็ยังไม่สามารถผ่านเช็กที่เซฟจุดโทษของดิกคอฟได้ และยังจัดการกับจังหวะที่ต้องเจอกับแข้งสก็อตหลังจากนั้นได้อีกสองครั้ง

อูเรียห์ เรนนี่ กรรมการในเกมนั้นแจกใบเหลืองไปเพียง 4 ใบในเกมนั้น และเกมจบลงโดยที่ไม่มีสกอร์เพิ่มขึ้น ไฮไลต์ในช่วงครึ่งหลังหนีไม่พ้นจังหวะปะทะของเทอร์รี่และดิกคอฟ

“พวกเขารู้สึกว่าเอาชนะเราด้วยฟุตบอลกันไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องพยายามทำอะไรที่แตกต่าง ทั้งการเข้าปะทะตรงๆ เล่นแบบหยาบๆ และหนัก เพื่อพยายามจัดการกับนักเตะตรงๆ” มูรินโญ่กล่าว

“เรามีที่นี่เพื่อเล่นฟุตบอล และเกมนี้มันไม่ใช่เลย มันคือการต่อสู้ชัดๆ เราสู้เต็มที่และผมคิดว่าเชลซีสู้ได้อย่างยอดเยี่ยม มีสปิริตสูง เล่นเกมรับได้แข็งแกร่ง ทุกคนต่างก็ออกมาช่วยกันเต็มที่เลย”

“เราได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเราไม่กังวลกับการต้องมาเยือนถิ่นแดนเหนือเลย สปิริตในทีมของนักเตะและแฟนบอลเรายอดเยี่ยมมาก”

สำหรับเราแฟนบอลที่เดินทางไกลไปเชียร์ในอีวู้ด ปาร์คช่วงกลางสัปดาห์นั้นโชคดีสุดๆ เมื่อมูรินโญ่ให้ลูกทีมถอดเสื้อเยือนสีดำเทาแล้วโยนให้กับแฟนๆ สร้างความสุขให้กับผู้ที่โชคดีที่ได้ไปในวันนั้นอย่างมาก

หลังเสมอ 0-0 กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เชลซีออกเดินทางไปเยือนถิ่นกูดิสัน ปาร์ค และต้องเจอกับเกมสุดเดือดอีกครั้ง

เกมเริ่มมาเพียง 8 นาที เจมส์ บีตตี้เข้าปะทะวิลเลี่ยม กัลลาสจากด้านหลังที่ริมเส้นในจังหวะที่บอลออกไปแล้ว ทำให้ไมค์ ไรลี่ย์ กรรมการในเกมนั้นจัดใบแดงให้ออกจากเกมทันที

หลังจากนั้นเจ้าบ้านที่เหลือ 10 คนเลือกที่จะเน้นเกมรับมากกว่าเดิม เชลซีไม่สามารถเจาะเข้าไปทำสกอร์ได้จนกระทั่งกุ๊ดยอห์นเซ่นยิงเข้าประตูหลังกัลลาสโขกไปชนคาน

แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่ทำให้เราครองตำแหน่งจ่าฝูงของลีกโดยมีคะแนนห่างเพิ่มเป็น 12 แต้ม และทำให้เช็คมีสถิติเก็บคลีนชีทได้เกือบครบ 1,000 นาทีแล้ว

“ผมมั่นใจว่าหลายคนที่ดูอยู่ที่บ้านคงหวังให้เราเสียแต้ม แต่เราก็พลิกกลับมาได้จากเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา” ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่นกล่าว “เราตั้งใจเก็บผลการแข่งขันที่ดี และสุดท้ายแรงกดดันก็จะตกไปที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและอาร์เซนอล”

- โดยริชาร์ด ก็อดเดน – บรรณาธิการหนังสือโปรแกรมการแข่งขันของเชลซี

คุณสามารถรับชมสรุปเรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 ได้แบบเต็มๆ ที่แอปฯ The 5th Stand

แอปฯ The 5th Stand พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ