ประวัติ

เรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 : 1000 นาทีของเพตเตอร์ผู้ยอดเยี่ยม

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาของการฉลองครบรอบ 15 ปีหลังจากที่เราคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรก วันนี้เรามาต่อเรื่องราวในฤดูกาลนั้นกันอีกครั้งด้วยเรื่องราวการทำลายสถิติของเชลซี...

ต้นเดือนมีนาคม 2005 เชลซีออกเดินทางไปเยือนแคร์โรว โร้ด เพื่อพบกับนอริช ซิตี้ เราอยู่อันดับท็อปของพรีเมียร์ลีกพร้อมกับเก็บคลีนชีตมาได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม

เพตเตอร์ เช็ก และสหายแนวรับ พร้อมกับนักเตะที่มีบทบาทสำคัญต่อทีมอย่างโคล้ด มาเกเลเล่ เสียประตูล่าสุดคือจากจังหวะฟรีคิกของเธียรี่ อองรีเกมที่เสมออาร์เซนอล 2-2 ก่อนหน้านั้น 83 วัน คิดเป็นเวลาในเกมพรีเมียร์ลีกรวม 1024 นาที ก่อนที่เบอร์ 1 ของเชลซีจำเป็นต้องหยิบบอลออกจากประตูตัวเองอีกครั้ง

“ครั้งหนึ่งผมเคยเก็บคลีนชีตได้ 10 นัดรวดเลยนะในตอนที่เล่นให้สปาร์ตา ปราก” เช็กเผยในบทสัมภาษณ์ช่วงกลางฤดูกาลแรกของเขากับเชลซี “แต่ทุกคนรู้ว่าแนวรับของที่นี่มีความพิเศษมาก กองหลังของเราทุกคนเป็นนักเตะชั้นยอด เราแข็งแกร่งและเหนียวแน่นกันตลอดเลย ไม่เสียประตูให้ทีมเก่งๆ หลายทีมในพรีเมียร์ลีกเลยด้วย”

“ผมพอใจกับสิ่งทีเกิดขึ้นในช่วงแรกกับการได้เล่นให้ทีมใหญ่มาก แน่นอนว่าผมอยากเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่ง แต่ผมไม่ได้คาดหวังเลยว่ามันจะเป็นไปได้เร็วขนาดนั้น”

ขณะที่เสียงเชียร์ที่แฟนๆ ในสนามแคร์โรว โร้ด ดังจนน่าประทับใจ ไม่แปลกใจที่ได้เห็นโจ โคลทำประตูนำให้ทีมเราได้ก่อน

ประตูนั้นเป็นผลมาจากความพยายามกระตุ้นเหล่านักเตะมากพรสวรรค์ของมูรินโญ่ที่ต้องเติมเต็มส่วนที่ขาดหายจากการที่อาร์เย่น ร็อบเบนบาดเจ็บ มีจังหวะที่โคลโดนปะทะจนล้มลงแล้วแต่พยายามยืนหยัดขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะยิงด้วยซ้ายผ่านร็อบ กรีนเข้าไปไม่มีเหลือ

หลังจากที่เป็นซูเปอร์ซับมาหลายนัด ในที่สุดโคลก็ทำประตูแรกจากการลงเป็นตัวจริงได้สำเร็จ

เช็กผ่านช่วงนาทีที่ 1000 ของการไม่เสียประตูติดต่อกันได้สำเร็จ ขยับเข้าใกล้สถิติเก่าของอังกฤษที่ 1,103 นาทีของสตีฟ เดธ ที่ทำไว้เมื่อปี 1979 มากยิ่งขึ้น

น่าเสียดายที่สถิตินั้นเป็นอันต้องจบลงเมื่อลีออน แม็คเคนซี่มาทำประตูตีเสมอได้สำเร็จ แต่เบอร์ 1 ของเชลซีก็ไม่ได้มีท่าทีเสียดายสถิตินั้นมากนัก

“ก่อนเกมเริ่มผมบอกตัวเองว่าคงจะดีนะถ้าสามารถทำได้เกิน 1,000 นาที ซึ่งผมก็ทำได้แล้ว ผมพอใจแล้วล่ะครับ”

หลังเสียประตูเป้นครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกปี 2005 มูรินโญ่ส่งมาเตย่า เคซมัน และไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่นลงไปแทนติอาโก้ และดิดิเยร์ ดร็อกบาทันที

เช็กต้องรับมือกับลูกโหม่งของเดเมี่ยน ฟรานซิสอย่างสุดฝีมือ ต่อมาหลังเสียประตูไปเจ็ดนาที เชลซีพลิกกลับมานำได้อีกครั้ง

กุ๊ดยอห์นเซ่นงัดบอลข้ามแนวรับของนอริชไปให้แฟรงค์ แลมพาร์ด แต่เบอร์ 8 ของเชลซีในตอนนั้นไม่มีที่ว่างพอให้จัดการจบสกอร์ ทำให้เคซมันเป็นผู้รับช่วงต่อยิงเข้าประตูไป เป็นประตูแรกที่เขาทำได้จากโอเพ่นเพลย์ในพรีเมียร์ลีก

ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ยิงประตูปิดท้ายให้เชลซีคว้าชัยเหนือนอริชทั้งไปและกลับได้เป็นครั้งที่ 16 ด้วยการกระโดดโขกลูกเตะมุมเข้าไปเป็นประตูแรกที่เขายิงให้เชลซีได้สำเร็จ ทำให้เราเป็นจ่าฝูงที่มีคะแนนนำห่าง 8 คะแนนและแข่งน้อยกว่าคู่แข่งด้วย

- โดยริชาร์ด ก็อดเดน – บรรณาธิการหนังสือโปรแกรมการแข่งขันของเชลซี

คุณสามารถรับชมสรุปเรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 ได้แบบเต็มๆ ที่แอปฯ The 5th Stand

แอปฯ THE 5TH STAND พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ