ประวัติ

เรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 : แชมป์เปี้ยนแห่งอังกฤษ!

นี่คือเรื่องราวของเกมแห่งประวัติศาสตร์ของเชลซี นัดพบโบลตัน...

เกมนี้คือเกมที่โชเซ่ มูรินโญ่ เลือกให้เป็นที่สุดจากเกมทั้งหกเดือนก่อนหน้านั้น เมื่อเชลซีมีโอกาสกลายเป็นแชมป์ในชั่วข้ามคืนได้เลย จอห์น เทอร์รี่ และแฟรงค์ แลมพาร์ด พูดคุยในคืนก่อนหน้านั้นว่า “ลองจินตนาการดูสิว่าถ้ายิงประตูให้เชลซีคว้าแชมป์ได้จะเป็นอย่างไร…”

โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส คู่แข่งของเราในคืนนั้นเป็นหนึ่งในไม่กี่ทีมที่สร้างปัญหาให้เชลซีที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ได้ และเป็นหนึ่งในสองทีมเท่านั้นที่เคยยิงประตูเราสองครั้งในเกมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนั้น อุปสรรคจากทีมของแซม อัลลาไดซ์ รวมกับถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ผลงานในช่วงครึ่งแรกทำให้หลายๆ คนเป็นห่วงว่าทีมของมูรินโญ่จะคว้าแชมป์ในคืนนั้นได้หรือไม่

“เรารู้ว่าทีมเหนื่อย” สตีฟ คล้าร์ก เขียนลงในหนังสือ Chelsea FC: The Official Biography “เราเจองานหนักมา เราขาดนักเตะหลักๆ ไปหลายคนและเราจำเป็นต้องชนะเกมนั้น เราอยากจะชนะและปิดฉากด้วยการคว้าแชมป์ให้ได้ และโชเซ่ก็บอกว่า “ผมอยากเห็นอะไรจากพวกนายมากกว่านี้”

“การดึงเอาพลังในตัวนักเตะออกมานั้นเป็นเรื่องที่ผู้จัดการแต่ละคนมีวิธีการที่แตกต่างกันไป แนวทางของโชเซ่คือ ‘เอาเสื้อให้สตีวี่ (คล้าร์ก) และ (บัลเตมาร์) บริตโต้ ใส่สัก 5 นาทีสิ เราจะแสดงให้เห็นความหลงใหลที่จำเป็นต้องมีในเกมแบบนี้ หลังจากจบห้านาที เอาถึงอ็อกซิเจ้นมาแล้วพาผมไปโรงพยาบาลด้วยล่ะ”

“นั่นคือกุญแจสำคัญที่ทำให้ลูกทีมลงสนามช่วงครึ่งหลังไปแล้วเล่นกันได้ดีขึ้นมาก”

กุ๊ดยอห์นเซ่นเองก็เอ่ยปากบอกว่า “เราทำได้ไม่ดีนักในช่วงครึ่งแรก ผู้จัดการทีมบอกเราชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเราก็ตอบสนองได้ดี”

หลังจากที่ต้องทดสอบแนวรับของคู่แข่งอยู่พักหนึ่ง เชลซีมาได้ประตูนำจากจังหวะที่เพตเตอร์ เช็กโยนบอลไปให้กุ๊ดยอห์นเซ่น ก่อนที่ดิดิเยร์ ดร็อกบาจะตวัดบอลไปให้แลมพาร์ดยิงสวนยุสซี่ ยาสเคลไลเนนไปตุงตาข่ายที่เสาแรก

การฉลองที่ตามมาหลังจากนั้นแสดงให้เห็นอารมณ์ที่เต็มเปี่ยมของเหล่านักเตะที่กรูกันเข้าไปกองกัน ซึ่งตัวผู้ทำประตูก็อยู่ตรงไหนสักที่ ที่อยู่ล่างสุดนั่นล่ะ

แต่งานยังไม่จบลงแค่นั้น มีจังหวะที่เช็กต้องรับหน้าที่ออกมาเซฟลูกยิงถึงสองครั้งเพื่อรักษาสกอร์ที่นำอยู่เอาไว้ให้ได้

แรงกดดันที่ฝั่งเจ้าบ้านแบกอยู่กลายเป็นพิษเมื่อจุดแข็งที่สุดของพวกเขากลับตาลปัตรเป็นจุดอ่อนทันที ทีมของบิ๊กแซมได้ลูกเตะมุมและในกรอบก็เต็มไปด้วยนักเตะเจ้าบ้าน ดังนั้นเมื่อเช็กชกลูกเตะมุมเคลียร์ออกมาเข้าทางให้กุ๊ดยอห์นเซ่นจ่ายต่อไปให้มาเกเลเล่ และมาเกเลเล่เปิดยาวขึ้นไปให้แลมพาร์ดลากขึ้นไปหน้าประตูแล้วล็อคหลบผู้รักษาประตูก่อนจะยิงเข้าไปอย่างเหนือชั้น

แลมพาร์ดวิ่งอ้อมหลังประตูไปฉลองร่วมกับเพื่อนๆ ที่จุดเดียวกับประตูแรก เสียงโห่ร้องของนักเตะแสดงชัดเจนถึงความดีใจและโล่งใจที่ปิดฉากได้เสียที

ที่มากไปกว่านั้นคือพวกเขาบอกกับทุกคนที่ดูอยู่ว่า เชลซีเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรก รู้สึกดีกันบ้างไหม?

“ทีมเราเป็นทีมที่พิเศษ ทุกคนสมควรได้รับแชมป์นี้ ไม่มีใครบอกได้ว่าเราไม่สมควรได้รับมัน” มูรินโญ่ย้ำหลังจบเกม “เราสุดยอดมากจริงๆ ทั้งนักเตะและแฟนบอลเลย”

ถึงเวลาแห่งการฉลองครั้งใหญ่กันแล้ว...

- โดยริชาร์ด ก็อดเดน – บรรณาธิการหนังสือโปรแกรมการแข่งขันของเชลซี

คุณสามารถรับชมสรุปเรื่องราวในฤดูกาล 2004/05 ได้แบบเต็มๆ ที่แอปฯ The 5th Stand

แอปฯ THE 5TH STAND พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ