สัมภาษณ์

จอร์จินโญ่กับฟุตบอลที่คิดถึง, หวนจับกีตาร์อีกครั้ง และความนับถือที่มีต่อเหล่าแนวหน้าผู้เป็น “ฮีโร่ตัวจริง

จอร์จินโญ่ให้สัมภาษณ์เปิดอกเกี่ยวกับการเรียนรู้เรื่องโภชนาการ, สิ่งที่คิดถึงในช่วงกักตัว และวงดนตรีที่ตั้งขึ้นกับลูกชาย...

ผ่านมาหกสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่เหล่าขุนพลเชลซีฝึกซ้อมด้วยกัน แต่ต่างจากช่วงเวลาปกติที่ปลายเดือนพฤษภาคม, มิถุนายน และต้นเดือนกรกฎาคมที่มักจะเป็นช่วงเวลาของวันหยุด หรือไม่ก็ฟุตบอลทีมชาติ แต่ปีนี้กลายเป็นช่วงกลางฤดูกาลที่ต้องพักการแข่งขันไปแทน

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าทั่วโลกส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของทุกคนในแบบที่แตกต่างกันไป สำหรับนักฟุตบอลอาชีพแล้ว การใช้ชีวิตประจำวันที่เคยทำมาตั้งแต่วัยเยาว์ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน

จอร์จินโญ่เผยถึงการใช้ชีวิตในช่วงล็อคดาวน์แบบนี้

“ช่วงแรกๆ มันยากมากเลยนะ” จอร์จินโญ่กล่าว

“ทุกอย่างซับซ้อนไปหมดเลย ทุกคนต่างก็คิดถึงงานที่ตัวเองรัก ยิ่งไปกว่านั้น เวลาที่เราไม่ได้ทำสิ่งที่เคยทำ แน่นอนว่าเราต้องคิดถึงงานของเราอยู่แล้ว นักเตะอย่างเราก็ไม่ต่างกันครับ”

“เราคิดถึงกิจวัตรประจำวันอย่างเดินไปเปลี่ยนชุดในห้องแต่งตัว หยอกล้อกับเพื่อนๆ ระหว่างฝึกซ้อม รวมไปถึงการฝึกซ้อมที่จริงจังในสนาม การได้เห็นผู้ชนะในการแข่งขัน แน่นอนว่าวันแข่งขันคือวันที่เติมเต็มอะดรีนาลีนให้เราได้ เป็นวันที่เปี่ยมด้วยอารมณ์และความรู้สึกจริงๆ”

“เราคิดถึงสิ่งเหล่านั้นมากเลยนะ นี่คือโอกาสที่เราจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่เรายังไม่เคยเจอมาก่อน แต่แน่นอนว่าสุดท้ายเราก็คิดถึงสิ่งที่เรารักกันทั้งนั้น”

“หลังจากเรื่องนี้จบลง ผมคิดว่าเราคงจะได้บทเรียนอะไรกันเยอะเลย เราต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในด้านที่ดีเอาไว้เพื่อที่จะให้คุณค่ากับสิ่งที่เราเคยมีมาก่อน และยิ่งไปกว่านั้น กับสิ่งที่เราไม่เคยเจอมาก่อนด้วย”

นอกจากบรรดาทีมงานแนวหน้าที่กำลังทำงานเพื่อรับมือวิกฤตในครั้งนี้แล้ว การหาอะไรทำเพื่อใช้เวลาในช่วงล็อคดาวน์ถือเป็นหนึ่งในความท้าทาย จอร์จินโญ่เลือกรับชมการแข่งขันฟุตบอลนัดเก่าๆ แต่มันกลับทำให้เขาคิดถึงการลงสนามมากขึ้นไปอีก ดังนั้นเขาจึงหันไปหยิบเครื่องดนตรีที่เขาเคยเล่นมาก่อน พร้อมกับความช่วยเหลือของ วิเตอร์ ลูกชายวัย 5 ขวบ

“คุณต้องหาอะไรทำเพื่อให้คุณยุ่งอยู่เสมอ ตัวอย่างเช่นผมเลือกประกอบจักรยานของตัวเอง และไปหยิบเอากีตาร์มาฝึกเล่นอีกครั้ง”

“สิ่งที่แย่ที่สุดคือผมเล่นได้นะ แต่ร้องไม่ออกเลย” จอร์จินโญ่หัวเราะ “ช่วงที่กำลังฝึกหัด เพลงที่ผมเล่นก็มักจะเป็นเพลงที่มีโน๊ตพื้นฐานธรรมดาๆ ทั่วไป”

“ผมเคยหยุดเล่นไปเพราะผมเริ่มต้นในช่วงเวลาที่ลูกชายผมต้องการความสนใจ! ทุกครั้งที่ผมหยิบกีตาร์ เขาจะมาเรียกร้องความสนใจเสมอ เขาจะไม่ปล่อยให้ผมเล่นกีตาร์เลยและบางทีก็ทำตัวโหวกเหวกไปเลย ผมเซ็งมากเลยนะตอนนั้น!”

“แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานแล้ว ในช่วงเวลากักตัวตอนนี้ ผมหยิบกีตาร์มาเล่นอีกครั้ง และลูกชายก็นั่งมองนิ่งๆ เวลาที่ผมเล่น และเขาก็อยากจะเล่นด้วย เราเลยไปหากีตาร์และกลองเล็กๆ มาตั้งในบ้าน เราเล่นด้วยกันและตั้งวงชื่อ ‘The Enemies of Rhythm’ (เหล่าผู้เป็นปรปักษ์กับจังหวะทั้งหลาย) นี่แหละวงของเรา!”

เวลาที่ไม่ได้เล่นกีตาร์ หรือใช้เวลากับลูกๆ ของเขา จอร์จินโญ่เลือกที่จะทานอาหารอย่างระมัดระวัง เขาเผยว่าตัวเองมีความเข้าใจเรื่องสารอาหารมากขึ้นเยอะเลยนับตั้งแต่ที่จ้างนักโภชนาการส่วนตัวมาในช่วงเวลาที่อยู่ที่นาโปลี เขายอมรับว่าโชคดีมากที่ตัวเองไม่ใช่คนติดหวานเลย!

“ตอนแรกผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะว่าอาหารเป็นเรื่องสำคัญขนาดไหน ผมคิดว่าแค่ฝึกซ้อมแล้วเล่นให้ดีก็พอแล้ว” จอร์จินโญ่กล่าว “ผมได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นจากนักโภชนาการส่วนตัว ผมเริ่มสนใจมันมากขึ้น ผมชอบที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ผมเป็นคนขี้สงสัยมากเลยนะ ผมเริ่มศึกษาและจริงจังกับมันมากขึ้น จนเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง”

“ตอนแรกผมไม่สนเรื่องนี้เลยนะ เพื่อนร่วมงานผมมาบอกผมตลอดเลยว่า ‘นายต้องคุมอาหารแล้วนะ นายกินเยอะเกินไปแล้ว’ พอผมเริ่มคิดเรื่องคุมอาหาร ผมจินตนาการไปไกลถึงขนาดว่าต้องตัดอาหารอื่นๆ ออกให้หมดแล้วใช้ชีวิตกับการกินแค่สลัดเท่านั้นเลย...”

“แต่สำหรับนักฟุตบอลมันไม่ใช่แบบนั้น” จอร์จินโญ่กล่าวต่อ

“มันกลายเป็นการรื้อความรู้เรื่องอาหารใหม่หมดเลย ผมต้องกินข้าวหรือสปาเก็ตตี้ 220 กรัมก่อนลงสนาม ซึ่งมันไม่น้อยเลยนะ ยิ่งผมเรียนรู้เรื่องนี้มากขึ้นเท่าไร ความกลัวเรื่องคุมอาหารของผมมันก็จางหายไปหมดเลย”

“หลังจากนั้นผมเริ่มเห็นผลลัพธ์ของการคุมอาการที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ทั้งการฟื้นฟูร่างกายหลังแข่งที่เร็วขึ้น ผมสามารถกลับลงไปซ้อมได้เร็วขึ้น ผมเริ่มเห็นประโยชน์และตอนนี้ผมไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมได้อีกแล้ว”

“นักโภชนาการบอกผมว่า ‘คุณก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งนะ แน่นอนว่าคุณสามารถกินช็อคโกแลตหรือลูกอมได้ในบางครั้ง แต่ต้องไปลดการกินมื้อต่อไปลงเป็นการชดเชย เพราะคุณต้องทำทุกอย่างให้สมดุล’ หลังจากนั้นชีวิตผมก็ยึดการกินแบบนั้นมาตลอดเลย”

จอร์จินโญ่ฝากข้อความถึงทีมงานแนวหน้าที่กำลังทำงานเต็มที่ในการสู้กับการระบาดของไวรัสโคโรน่าด้วย

“อันดับแรกเลย ทีมงานสาธารณสุขทุกท่านที่กำลังทำทุกอย่างที่ทำได้อยู่ในตอนนี้ พวกเขาคือฮีโร่ตัวจริง” จอร์จินโญ่กล่าว

“พวกเขาคือคนที่อยู่ในแนวหน้า เสียสละเอาชีวิตของตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพื่อช่วยรักษาชีวิตคนอื่นๆ เอาไว้ ผมเชื่อว่าพวกเขาควรได้รับการสนับสนุนจากทั่วทั้งโลก สมควรได้รับเสียงปรบมือทุกวันเลย ไม่ใช่แค่วันพฤหัสบดีอย่างที่ในสหราชอาณาจักรกำลังทำอยู่”

“สำหรับผู้ที่อยากจะช่วยเหลือทีมงานเหล่านี้ อย่าทำแค่ปรบมือสนับสนุนเลยครับ คุณสามารถทำหน้าที่ในส่วนของคุณได้ ปฏิบัติตามคำแนะนำ ถ้าคุณอยู่บ้านได้ ก็ขอให้อยู่บ้าน มันจะช่วยทีมงานเหล่านี้ได้มากเลย ไม่อย่างนั้นมันก็อาจจะเป็นการเพิ่มงานให้พวกเขาแทน”

“นอกจากการสนับสนุนที่ให้กับเหล่าทีมงานแล้ว ผมอยากจะส่งข้อความถึงคนทั่วไปให้สนับสนุนทีมงานเหล่านี้ด้วยการรักษาตัวอยู่ในบ้าน ทำทุกอย่างตามคำแนะนำที่ได้รับ เราก็จะรับมือกับไวรัสนี้ได้”

“นั่นคือข้อความที่ผมอยากจะส่งไป เป็นกำลังใจให้กับทีมงานทุกคนนะครับ ผมนับถือการทำงานของพวกคุณมากเลย และสำหรับคนทั่วไป มาช่วยพวกเขาด้วยการไม่สร้างปัญหาให้เพิ่มขึ้นและเคารพซึ่งกันและกันดีกว่าครับ”

แอปฯ The 5th Stand พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ