สัมภาษณ์

โทโมรีเผยวิธีปรับตัวเข้ากับลีกสูงสุด และสิ่งที่ได้เรียนรู้ในแนวรับ

ฟิกาโย โทโมรี เผยเรื่องราวการก้าวขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ พร้อมชี้สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเผชิญหน้ากับหัวหอกสุดแกร่งหลายคนในวงการฟุตบอล...

ไม่ใช่ทุกคนที่จะกระโดดจากฟุตบอลดิวิชั่นสองเข้าไปเล่นในรายการยุโรปได้อย่างรวดเร็ว แต่แนวทางที่ไม่เหมือนใครของแฟรงค์ แลมพาร์ดที่เชื่อมั่นในตัวดาวรุ่งฤดูกาลนี้ทำให้เราได้เห็นแล้วว่ามีถึงสี่ดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นจากอะคาเดมี่มาเล่นในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก ช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

เป็นเรื่องง่ายที่จะลืมว่าช่วงซัมเมอร์ที่แล้วมีคำถามเกี่ยวกับแทมมี่ อับราฮัม, รีซ เจมส์, เมสัน เมาท์ และโทโมรี เกิดขึ้นมากแค่ไหน กูรูหลายคนสงสัยว่าทำไมถึงกล้าเอาดาวรุ่งขึ้นมาเล่นหลายคนขนาดนี้

ทว่า แลมพาร์ดคือผู้ที่ได้ทำงานร่วมกับเมาท์และโทโมรีมาอย่างใกล้ชิดที่ดาร์บี้ เคาน์ตี้ พาทีมเข้าแข่งจนถึงรอบเพลย์ออฟ และทั้งสองคนมีบทบาทสำคัญอย่างมากกับทีมที่ไพรด์ ปาร์ค

เขาพยายามโน้มน้าวเจมส์ไปร่วมทีมดาร์บี้เมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว แต่ตัวนักเตะยังแฮปปี้กับการเล่นให้วีแกนต่อ ส่วนอับราฮัมก็แน่นอนว่าเลือกอยู่กับแอสตัน วิลล่าที่ชนะดาร์บี้ได้ในเกมเพลย์ออฟที่เวมบลีย์

ฤดูกาลนี้ สี่สหายของเราลงเล่นให้เชลซีรวมกันแล้ว 123 นัด ช่วยสิงห์บลูส์ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศฯ และช่วยทีมครองอันดับท็อปโฟร์ในพรีเมียร์ลีกได้ก่อนที่ฟุตบอลต้องหยุดพักการแข่งขันไปเนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรน่า

โทโมรีลงเล่นไป 22 นัดจากจำนวนดังกล่าว เขาได้มาพูดคุยถึงการก้าวข้ามพีระมิดของฟุตบอลขึ้นสู่จุดสูงสุด จากอะคาเดมี่มาถึงแชมป์เปี้ยนชิพ ต่อด้วยพรีเมียร์ลีก และแชมป์เปี้ยนส์ ลีก ในเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น

“เราเลื่อนขึ้นมาอยู๋ในแวดล้อมที่เต็มไปด้วยนักเตะมากประสบการณ์ ที่เล่นมาแล้วนานกว่า 15 หรือ 20 ปี” แข้งวัย 22 ปีกล่าวถึงการเลื่อนมาเล่นในทีมชุดใหญ่ ในระหว่างให้สัมภาษณ์กับทีมงานเว็บไซต์เชลซี

“ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่เลยนะ เพราะคุณต้องฝึกซ้อมให้ดี พยายามสู้เพื่อให้ได้สามแต้มทุกสัปดาห์เพราะมันจะช่วยให้คุณเลื่อนชั้นขึ้นไปได้ หรือไม่ก็ผ่านเข้าไปแข่งในเพลย์ออฟ และป้องกันไม่ให้คุณตกชั้นได้ด้วย”

ในช่วงสามฤดูกาลที่เล่นในแชมป์เปี้ยนชิพ โทโมรีผ่านประสบการณ์ในการเล่นกับทีมมาแล้วทั้งที่อยู่หัวตารางและท้ายตาราง ต้องสู้เพื่อหนีตกชั้นกับฮัลล์ และช่วยให้ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ได้เลื่อนขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาล 2016/17 รวมถึงดาร์บี้ที่ได้อันดับหกเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย

“เราต้องรับมือกับการปะทะในเกมเป็นหลัก แต่เมื่อก้าวจากแชมป์เปี้ยนชิพมาพรีเมียร์ลีก มันมีเรื่องของจิตใจเข้ามาด้วย ต้องมีสมาธิกับเกมมากกว่าเดิม” โทโมรีอธิบายถึงการปรับตัวเข้ากับการเล่นในลีกสูงสุด

“คุณต้องดูแลร่างกายตัวเองให้ดี และทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองพัฒนาขึ้นตลอด ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ทุกขั้นของการแข่งขันมันมีช่วงเวลาที่ต้องปรับตัวอยู่เสมอ เป็นช่วงเวลาที่คุณต้องหาให้ได้ว่าตัวคุณต้องทำอะไรเพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น”

ถ้าตัดเรื่องความแตกต่างระหว่างสองดิวิชั่นออกไป ชัดเจนว่าความท้าทายคือการได้เจอกับคู่แข่งที่แกร่งที่สุดในโลกฟุตบอลจากการสัมผัสประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกครั้งแรก

โทโมรีได้ลงประเดิมสนามในฤดูกาลนี้จากเกมซูเปอร์ คัพ ที่อิสตันบูล ลงเล่นไป 35 นาที ต้องรับมือกับสามแนวรุกสุดแกร่งของลิเวอร์พูล สองสัปดาห์ต่อมา เขาได้ลงเดบิวต์ในเกมเสมอเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-2 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

กองหลังในพรีเมียร์ลีกต่างต้องเจอกับความท้าทายที่ยาก และต้องใช้ความมุ่งมั่นผสานกับสมาธิขั้นสูงสุดด้วย

“ยากมากเลยนะครับ เพราะเราต้องเจอกับหัวหอกที่มีสไตล์แตกต่างกันไป ต้องเจอกับระบบการเล่นที่แต่ละทีมใช้ต่างกันด้วย” โทโมรีกล่าว

“บางทีมอาจจะเล่นโดยใช้กองหน้าคู่ บางทีมอาจใช้คนเดียว และมีทีมอย่างลิเวอร์พูล เราต่างก็รู้ว่าโรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ชอบเล่นแบบไหน โม ซาลาห์และซาดิโอ มาเน่ชอบวิ่งสอดแนวรับขึ้น ดังนั้นคุณจำเป็นต้องมีสมาธิอยู่ตลอดเวลา”

“เราต้องรู้ตัวตลอดว่ามีอะไรเกิดขึ้นรอบข้างบ้าง ต้องสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมเพื่อช่วยเหลือกัน มันจะทำให้งานของคุณง่ายขึ้นเยอะเลย”

“ทุกคนรู้ว่าถ้าทำพลาดในพรีเมียร์ลีก คุณก็อาจจะโดนลงดาบได้เสมอ ดังนั้นการมีสมาธิอยู่ในเกมและทำทุกอย่างให้เต็มที่คือส่วนสำคัญที่ทำให้คุณก้าวหน้าได้รวดเร็ว”

แอปฯ THE 5TH STAND พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ