สัมภาษณ์

เพตเตอร์ เช็ก กับเรื่องราวการค้าแข้งในทีมเชลซี – ตอนที่ 1

ถึงไม่บอก ทุกคนคงรู้กันดีว่าเพตเตอร์ เช็ก คือสุดยอดผู้รักษาประตูของเชลซี ในตอนแรกของบทความพิเศษนี้ เช็กได้เผยเรื่องราวการย้ายทีมมาเล่นในสแตมฟอร์ด บริดจ์ แรงกดดันจากการต้องแย่งตำแหน่งกับคาร์โล คูดิชินี่ และช่วงฤดูกาลแรกที่เล่นให้สิงห์บลูส์

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2004 เป็นวันที่เว็บไซต์เชลซีได้ประกาศว่าเชลซีได้บรรลุข้อตกลงในการคว้าตัวเพตเตอร์ เช็ก จากทีมแรนส์ มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์ เป็นจุดเริ่มต้นของหนึ่งในนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเชลซี

การเจรจากับทางแรนส์ค่อนข้างดุเดือดมาก เพราะฟรองซัวส์-อองรี ปิโนลต์ มหาเศรษฐีผู้เป็นเจ้าของทีมแรนส์ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขายนักเตะในทีมที่ได้รับการจับตามองจากทีมชั้นยอดทั่วยุโรปมานานเกือบปีเลย

“เมื่อผมรู้ว่าเชลซีติดต่อมา ผมก็อยากจะไปร่วมทีมเลยนะ เพราะเชลซีเป็นทีมชั้นยอด มีศักยภาพและความทะเยอทะยานในการคว้าถ้วยแชมป์” เช็กกล่าว

“ผมพยายามผลักดันนิดหน่อยและสุดท้ายทั้งสองสโมสรก็ทำการตกลงกัน เชลซีอยากให้ผมย้ายไปในเดือนมกราคม เพราะหากคาร์โล คูดิชินี่บาดเจ็บก็จะใช้งานผมได้ แต่มองซิเออร์ ปิโนลต์ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เขาบอกว่าถ้าผมจะไปก็ต้องเป็นหลังจบฤดูกาลเท่านั้น”

“ดังนั้นผมมีเวลา 5 เดือนที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะย้ายทีม ซึ่งผมรู้สึกว่าแบบนั้นดีกว่า มันเหมือนผมได้เตรียมตัวมากขึ้น ทำให้ผมได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษก่อน ได้มีเวลาดูการเล่นของเชลซีทุกเกม และเรียนรู้ว่าทีมเชลซีเล่นกันอย่างไร”

“ผมทำงานร่วมกับคริสตอฟ โลลิชอน (อดีตโค้ชผู้รักษาประตูของเช็ก ทั้งในแรนส์ และเชลซี) เราทั้งคู่คิดเสมอว่าไม่มีอะไรมาจำกัดความสามารถได้ ผมอยากจะแข็งแกร่ง ฟิตและทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“เมื่อผมย้ายมาวันแรกในเดือนกรกฎาคม 2004 ผมรู้เลยว่าตัวเองกำลังจะเจออะไรบ้าง ร่างกายผมพร้อมมาก และผมพร้อมสำหรับความท้าทายใหม่ๆ เต็มที่เลย”

การแต่งตั้งโชเซ่ มูรินโญ่ก็เป็นประโยชน์กับเช็กเช่นกัน ชัดเจนว่าคูดิชินี่คือเบอร์หนึ่งเมื่อคลอดิโอ รานิเอรี่คุมทีม เขายังเคยเป็น “สุดยอดผู้รักษาประตูในอังกฤษ” อีกด้วย แต่เมื่อมูรินโญ่เข้ามาคุม “ทุกคนต้องเริ่มจากศูนย์”

เช็กฉายแสงออกมาตั้งแต่พรีซีซั่นที่สหรัฐอเมริกา เพียงพอทีจะทำให้กุนซือหน้าใหม่เห็นความสำคัญของเขา

“ผมรู้ตอนอยู่ที่อเมริกาว่าผมจะได้เป็นตัวจริงในเกมแรกที่พบกับแมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนที่เราจะบินกลับมาลอนดอน” เช็กย้อนความจำ

“มันทำให้ผมมีเวลาเตรียมตัว ผมไม่ได้กังวลถ้าจะบอกผมวันศุกร์หรือวันเสาร์ว่าผมจะได้เล่นในวันอาทิตย์ ผมปรับตัวได้ และเตรียมตัวพร้อมอยู่เสมอ แต่มันทำให้ผมหมดข้อสงสัยว่าใครที่จะได้ลงเล่น เหมือนแรงกดดันมันหายไป เมื่อผมรู้ว่าผมจะได้โอกาส ผมก็ต้องคว้ามันไว้ให้ได้”

สิ่งที่ทำให้เช็กกดดันคงหนีไม่พ้นการต้องแทนที่นายทวารเบอร์หนึ่งคนเก่าที่แฟนๆ ต่างชื่นชอบและเป็นหนึ่งในสุดยอดผู้รักษาประตูมานาน

“ตอนที่เราแข่งเกมเชิดชูจานฟรังโก้ โซล่าที่พบกับซาราโกซ่า ตอนที่เราลงสนามเพื่อวอร์มอัพ ทั้งสนามต่างก็ร้องเรียกชื่อ ‘คาร์โล! คาร์โล!’”

“หลังจากนั้นในเกมพบแมนฯ ยูไนเต็ด ทุกอย่างเริ่มต้นเหมือนเดิมในตอนที่เราลงไปวอร์มอัพ ทุกคนต่างคิดว่าเขาจะได้ลงเล่น”

“เมื่อถึงเวลาเผยชื่อนักเตะแล้วแฟนเห็นว่าเขาไม่ได้ลงสนาม แฟนๆ ก็ส่งเสียงเชียร์เขาด้วยการร้องเรียกชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก เสียงในสนามดังมาก ผมรู้สึกได้เลยว่าแฟนๆ รักเขาแค่ไหน”

“มันทำให้ผมกดดันมากขึ้น ผมรู้เลยว่าถ้าผมทำหน้าที่ไม่ดี ผมคงต้องหลีกทางให้เขาทันที คาร์โลคือผู้รักษาประตูชั้นยอด เขาสามารถกลับลงสนามให้เชลซีเมื่อไรก็ได้ ดังนั้นผู้จัดการทีมของเราจะตัดสินใจได้ง่ายมากเวลาที่จำเป็นต้องเปลี่ยนผู้รักษาประตู”

“นั่นคือแรงผลักดันที่ทำให้ผมพยายามทำผลงานให้ดี ผมรู้ว่าผมต้องใส่เต็มในทุกวัน ไม่อย่างนั้นก็คงต้องไปจบที่ม้านั่งข้างสนาม”

'เรารู้ว่าเราอาจจะแพ้ เราโมโหมาก แต่ทุกอย่างก็ออกมาดี'

photo of เพตเตอร์ เช็ก เพตเตอร์ เช็ก

เกมที่พบกับแมนฯ ยูไนเต็ด เช็กเก็บคลีนชีตได้ในนัดที่เราชนะ 1-0 “เขาคว้าลูกครอสแรกได้ และทำหน้าที่ได้ดีตลอดทั้งเกม” ซิลวิโน่ ลัวโร่ โค้ชผู้รักษาประตูกล่าว

“ผมไม่เคยหันหลังกลับไปอีกเลย” เช็กกล่าว เขาลงเล่นในเกมลีกครบทุกนัดจนคว้าแชมป์ได้ จาก 35 นัดที่ลงสนาม เขาเก็บคลีนชีตได้รวม 24 นัด เสียไปเพียง 13 ประตู และไม่เสียประตูยาวติดต่อกันถึง 1,024 นาที ในช่วงระหว่างวันที่ 12 ธันวาคม – 5 มีนาคม เป็นช่วงที่แข่งไปมากกว่า 11 นัดและไม่เสียประตูเลย

“เรามั่นใจมากขึ้นทุกครั้งที่เก็บคลีนชีตได้ จังหวะที่เราทำประตู เรารู้สึกเหมือนเราชนะเกมนั้นแล้ว เพราะไม่มีใครสามารถพังประตูเราได้ ยิ่งเราชนะ เราก็ยิ่งหยุดคิดเรื่องอื่นๆ เราแค่สนุกกับชัยชนะไปเรื่อยๆ ไม่กลัวการแพ้เลย ทุกคนในทีมต่างก็มั่นใจกันมาก”

“ฝันของผมในตอนนั้นคือการมาร่วมทีมและได้โอกาสลงสนาม มันเหมือนกับผมอยู่ในฝันที่ได้เป็นเบอร์หนึ่งของสโมสรระดับท็อป ในลีกที่ดีที่สุดของโลก ผมรู้ว่ามันกดดัน แต่มันก็เป็นสิ่งที่ผมต้องการมาตลอด เป็นความท้าทายที่ผมชอบมากเลยล่ะครับ”

แอปฯ THE 5TH STAND พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ