สัมภาษณ์

เพตเตอร์ เช็ก กับเรื่องราวการค้าแข้งในทีมเชลซี – ตอนที่ 3

สัมภาษณ์พิเศษกับเพตเตอร์ เช็ก เกี่ยวกับเรื่องราวการค้าแข้งกับเชลซี ตอนที่สาม อดีตนายทวารของเราพูดคุยถึงวันที่ฝันเป็นจริงในยุโรป

แม้ว่าโชเซ่ มูรินโญ่จะพาทีมเชลซีตะลุยถึงรอบชิงมาแล้วครั้งหนึ่งในฤดูกาล 2007/08 แต่สิงห์บลูส์พลาดแชมป์ในปีนั้น ก่อนที่จะมาคว้าแชมป์เอฟเอ คัพในปี 2009 และดับเบิ้ลแชมป์ในปีต่อมา

“ฤดูกาลนั้นมันสุดยอดมากเลยนะ” เช็กกล่าวถึงฤดูกาล 2009/10 “เราเล่นกันได้ดีมากเลยทั้งเกมรุกและเกมรับ ยิงประตูไปมากมาย คว้าชัยชนะได้หลายนัด และเก็บคลีนชีตได้เยอะด้วย”

“ทุกคนต่างก็ทำงานหนักและเต็มที่มาก ทีมเรามีประสบการณ์สูง เราสนุกกับการลงสนามทุกเกม บรรยากาศภายในทีมเราดีมาก และมันส่งผลต่อผลงานในสนามด้วย”

“เรื่องราวก่อนการเดินทางในเกมนั้นยิ่งทำให้มันพิเศษมากขึ้น ปกติเราจะต้องชนะเกมช่วง 8 นัดสุดท้ายถึงจะคว้าแชมป์ได้ และเรามีเกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดกับแอนฟิลด์เหลืออยู่ โดยรวมแล้วเราทำกันได้ดีในฤดูกาลนั้น ทำทุกอย่างได้อย่างสมดุล และสุดท้ายเราก็ได้รางวัลด้วยการคว้าแชมป์ หลังจากนั้นเราก็คว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ด้วย”

เช็กได้รางวัลเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของเชลซี และกลายเป็นนักเตะต่างชาติที่ลงเล่นมากที่สุดตลอดกาลในปี 2011 เป็นสถิติที่เขายังคงถือครองอยู่ตลอด สถิติ 494 นัดของเขานั้นมากกว่านักเตะอันดับรองลงมาอย่างดิดิเยร์ ดร็อกบา เกินร้อยนัดด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้แต่เขาก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะได้เจอกับช่วงเวลามหัศจรรย์ที่รออยู่ในฤดูกาล 2011/12

“ฤดูกาลนั้นหลายอย่างในลีกไม่ได้เริ่มต้นสวยงามเท่าไรนัก แต่ผมบอกกับภรรยาในเดือนธันวาคมว่าเราจะคว้าถ้วยแชมป์เปี้ยนส์ ลีก! เราเห็นตรงกัน เราเคยพูดกันในช่วงเวลาหลายปีว่าเราทำได้ดีในลีก แต่โชคร้ายในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก”

เราจบฤดูกาลนั้นด้วยอันดับที่ 6 ถือเป็นอันดับที่แย่ที่สุดในช่วง 11 ปีที่เช็กอยู่กับเชลซี แต่ในรายการยุโรป สิ่งต่างๆ กลับเริ่มต้นด้วยดี

ชัยชนะเหนือนาโปลีและเบนฟิก้า ทำให้เราได้เข้าไปแข่งรอบรองชนะเลิศกับบาร์เซโลน่า โดยที่เมื่อลงสนามที่คัมป์นู เชลซีต้องเป็นฝ่ายไล่ตามสกอร์และมีผู้เล่นน้อยกว่าอยู่หนึ่งคน ดูเหมือนว่าความหวังของเรากำลังจะดับไปแล้ว

“เรามีปัญหาหลายอย่างมาก ทั้งนักเตะบาดเจ็บ เราอาจจะรู้สึกว่าเป็นเหมือนช่วงเวลาเก่าๆ ที่เคยเกิดขึ้นมา แต่เราไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยเมื่ออยู่ในสนาม เราคุยกันในช่วงพักครึ่งว่าถ้าเราจะแพ้ 6-1 เราก็แพ้ 6-1 แต่เราต้องทำให้ทุกอย่างไม่ง่ายสำหรับคู่แข่ง ถ้าบาร์ซ่าอยากจะถล่มเรา พวกเขาก็ต้องทำงานกันให้หนักเพื่อเขี่ยเราตกรอบไปให้ได้”

“ประตูของรามิเรส ทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้น และแสดงให้คู่แข่งเห็นว่าเราไม่ง่าย แม้จะเหลือแค่ 10 คนก็ตาม หลายคนตัดเราออกไปตั้งแต่ก่อนเจอกับนาโปลีนัดที่สองแล้ว แต่เราก็พลิกเกมกลับมาได้ ประสบการณ์ในการพลิกสกอร์จาก 3-1 มาได้นั้นทำให้เราทำทุกอย่างเพื่อที่จะทำให้พวกเขาเจอกับฝันร้าย และท้ายที่สุดพวกเขาก็เอาชนะเราไม่ได้”

ช่วงครึ่งหลัง เราได้เปรียบขึ้นมาจากอเวย์โกลของรามิเรส เช็กสามารถเซฟจังหวะสำคัญได้สองครั้ง และลีโอเนล เมสซี่ก็ยิงจุดโทษไปชนคานด้วย

“ช่วงครึ่งหลังนั้นมันเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดในชีวิตค้าแข้งของผมเลย!” เช็กกล่าวพร้อมหัวเราะ “ผมรู้สึกเหมือนแข่งสามเกมในเกมเดียวเลย เราเคลียร์บอลออกจากกรอบของเราได้ แต่ก่อนที่จะรู้ตัวว่ามันออกไป มันก็กลับมาอีกรอบแล้ว!”

“หลังจากนั้นเมื่อคุณมองไปที่นาฬิกา คุณจะรู้สึกเหมือนมันหยุดไปแล้วเลย ทุกวินาทีที่ผ่านไปมันเหมือนนานเป็นนาทีเลย แต่ยิ่งเราเอาตัวรอดได้นาน ยิ่งบาร์ซ่าพลาดโอกาสทำประตูหลายครั้ง เราก็ยิ่งมีความเชื่อมั่นมากขึ้นเรื่อยๆ”

“หลังจบเกมเราดีใจกันมากเลย เราได้รู้แล้วว่าเราเขี่ยทีมที่น่าจะดีที่สุดในปีนั้นตกรอบได้สำเร็จในบ้านของพวกเขาเอง และเรามีผู้เล่นเหลือเพียง 10 คนด้วย คงไม่มีใครอยากจะเดิมพันกับฝั่งเราแน่นอนในสถานการณ์ตอนนั้น”

เช็กเชื่อว่าผลงานในคัมป์ นู เป็นการส่งเชลซีผ่านเข้าไปรอบชิงชนะเลิศได้อย่างสมบูรณ์แบบสุดๆ”

“บาเยิร์นแข่งในบ้านตัวเอง ทุกอย่างเข้าทางหมด ไม่มีใครคาดหวังอะไรจากเราเลย เรามีกองหลังที่บาดเจ็บยาวมาสองสัปดาห์และอาจจะลงสนามไม่ได้ ทั้งยังมีอีกสี่คนที่ติดโทษแบนอยู่ด้วย”

“แต่เราก็ใส่ทุกอย่างที่มีลงไปในสนาม ในเกมที่เป็นเหมือนปลายทางแบบนั้น ความแข็งแกร่ง ความยืดหยุ่น และความเป็นหนึ่งเดียวกันของทีมคือสิ่งที่แข็งแกร่งเหนือทุกสิ่ง และเราพิสูจน์ให้เห็นแล้ว เราเกือบจะพลาดท่าในช่วงต่อเวลาพิเศษด้วย”

“แม้ว่าเราจะเสียประตูในช่วงท้ายเกม แต่ทุกคนที่อยู่ในสนามต่างรู้สึกว่าเรายังมีโอกาสอยู่ เมื่อเราได้ลูกเตะมุม ทุกคนรู้เลยว่ามันคือโอกาสของเรา”

ดร็อกบาโหม่งทำประตูตีเสมอได้สำเร็จ และเช็กมาเซฟจุดโทษของอาร์เย่น ร็อบเบนได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทำให้ต้องไปตัดสินกันต่อด้วยการดวลจุดโทษ การเซฟได้สองครั้งของเช็กในช่วงดวลจุดโทษ ทำให้ดิดิเยร์ ดร็อกบามีโอกาสสังหารประตูสุดท้าย ส่งทีมคว้าแชมป์รายการใหญ่ที่สุดในยุโรปได้สำเร็จ

เช็กเลือกการเซฟลูกจุดโทษจากร็อบเบนให้เป็นสุดยอดการเซฟที่ดีที่สุดในการค้าแข้งของเขา เพราะมันคือจังหวะที่มีความสำคัญอย่างมาก “มันคือช่วงเวลาตัดสินแพ้ชนะได้เลย”

สองสัปดาห์ก่อนหน้านั้น เขาปัดลูกโหม่งของแอนดี้ แคร์โรลได้ในเกมที่เราชนะลิเวอร์พูลในเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ เขาบอกว่ามันคือการเซฟที่น่าจะดีที่สุดของเขาถ้ามองในแง่เทคนิค

ทั้งสองการเซฟนั้นคือการเดินทางยาวไกลที่ทำให้ทีมคว้าถ้วยรางวัลที่ตอนแรกเหมือนจะไม่มีโอกาส ให้กลายมาเป็นจริงได้สำเร็จ และยังทำให้หลายคนที่สงสัยว่าเช็กจะไม่เหมือนเดิมหรือเปล่าหลังจากที่ได้รับบาดเจ็บที่หัวมาได้เห็นแล้วว่าเขายังทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมเหมือนเช่นเคย

อ่านเพิ่มเติม: เช็ก กับการเซ็นสัญญาร่วมทีมเชลซี และการแย่งตำแหน่งของคาร์โล คูดิชินี่

แอปฯ THE 5TH STAND พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ