สัมภาษณ์

อับราฮัมกับการกลับมาแข่งขันฟุตบอลอีกครั้ง, ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในฤดูกาล และแรงบันดาลใจจากไมเคิล จอร์แดน

ดาวยิงเบอร์ 9 ของเชลซียอมรับว่าเขาคงเริ่มต้นกับเชลซีได้ดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว และเขาก็อยากให้การแข่งขันในลีกกลับมาอีกครั้ง แต่ความปลอดภัยจากเชื้อไวรัสต้องมาก่อน...

แทมมี่ อับราฮัม อยากให้ฟุตบอลกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งเหมือนกับทุกคน เพราะเขาจะได้สานต่อฟอร์มการเล่นที่ดีในฤดูกาลนี้กับเชลซีได้อีกครั้ง แต่เขาก็รู้ว่ายังมีความเสี่ยงที่จะติดไวรัสอยู่ หากตัดสินใจแข่งขันกันต่อก่อนที่การระบาดของไวรัสในสหราชอาณาจักรจะหมดไป

แข้งวัย 22 ปี ยิงไปแล้ว 15 ประตูจาก 34 นัดที่ลงเล่นก่อนพักการแข่งขัน ช่วยให้ทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ดยังคงรักษาตำแหน่งท็อปโฟร์ของพรีเมียร์ลีกเอาไว้ได้ และผ่านเข้ารอบต่อไปของทั้งเอฟเอ คัพ และแชมป์เปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จด้วย

นอกจากนั้นแล้วยังมีช่วงเวลาที่เขาทำผลงานได้โดดเด่นสุดๆ อยู่ด้วย แต่เจ้าตัวมีจังหวะที่ชอบมากที่สุดอยู่ในใจแล้ว

เมื่อตอนที่เตะบอลผ่านขาของแบร์น เบโน่ที่เอมิเรตส์ ไม่กี่วันหลังจากคริสต์มาสผ่านไป แล้วทำให้เราพลิกเกมกลับมาเก็บสามแต้มที่ลอนดอนเหนือได้สำเร็จเป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์ เขาวิ่งเข้าไปหาแฟนบอลเชลซีที่ดีใจกันใหญ่ แต่เขาก็ยอมรับว่าตัวเองคิดถึงครอบครัวอยู่ในขณะนั้นด้วย

“ผมมีจังหวะเด็ดๆ อยู่สองสามครั้ง” แทมมี่กล่าว “ผมยิงประตูแรกให้อังกฤษได้, ทำแฮตทริกแรกในพรีเมียร์ลีกได้ และยิงประตูอาร์เซนอลได้ นี่แหละคือไฮไลต์ที่ผมชอบมากที่สุดเพราะครอบครัวผมเป็นแฟนบอลอาร์เซนอลตัวยงเลยนะ การทำประตูอาร์เซนอลได้มันเหมือนฝันที่เป็นจริงเลย”

“ผมคงเริ่มต้นกับเชลซีได้ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะครับ ผมต้องยกเครดิตให้กับเพื่อนร่วมทีม รวมถึงผู้จัดการทีมที่เชื่อมั่นในตัวผมมาตลอดด้วย”

“ผมคิดถึงฟุตบอลมาก” แทมมี่กล่าวต่อ “ผมคิดถึงการทำประตู การได้พบปะกับแฟนบอล และได้อยู่กับเพื่อนร่วมทีม ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นแล้วผมก็อยากจะปิดจ็อบให้สำเร็จสักที แต่ถ้าไม่ เราก็เตรียมลุยฤดูกาลใหม่กันดีกว่า”

ประเด็นเรื่องกำหนดการที่ทุกอย่างจะปลอดภัยต่อการกลับมาแข่งในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งนั้นเป็นที่ถกเถียงกันภายในประเทศมาตลอดช่วงหลายสัปดาห์มานี้ ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ทั่วไป ไปจนถึงการประชุมของผู้บริหาร

“ทุกคนเห็นและรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกเราตอนนี้” อับราฮัมกล่าว “ทุกคนอยากให้ฟุตบอลกลับมา ผมรักฟุตบอลมาก และนี่คือฤดูกาลแรกที่ผมเล่นให้เชลซีด้วย ผมกำลังมีช่วงเวลาที่ดีและอยากจะสานต่อมันให้จบอย่างสวยงามที่สุด”

“แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคือการที่ทุกคนปลอดภัยและสบายดี เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นแล้วเราจะมาลุยกันอีกครั้ง แต่ถ้ามันยังไม่แน่นอน เราก็ต้องรอกันก่อน”

“พ่อผมเป็นโรคหอบหืด ดังนั้นถ้าผมกลับไปเล่นในพรีเมียร์ลีก แล้วดันไปติดเชื้อกลับมาบ้าน มันจะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง สิ่งเดียวที่ผมไม่อยากทำเลยคือการติดเชื้อไวรัสนั้นเอง หรือไปสัมผัสกับใครที่ติดไวรัสนั้น”

“ถ้าพรีเมียร์ลีกกลับมาแข่งจริง ผมยังไม่รู้ว่าตัวเองจะทำยังไงเลย แต่โรงแรมก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะสำหรับการกักตัวเองให้ห่างจากครอบครัว พ่อผมหนุนหลังเต็มที่เลยนะ เขาอยากให้ผมกลับไปเล่นเร็วๆ เพราะเขาคือหนึ่งในแฟนตัวยงของผมเลย”

อับราฮัมฝึกซ้อมและเล่นฟุตบอลที่บ้านกับทิมมี่ น้องชายของเขา ความมั่นใจในตัวเอง รวมกับความรักในการแข่งขันทำให้เขาเชื่อว่าตัวเองจะได้กลับมาแข่งขันได้อีกในไม่ช้า

“ผมยังรักษาฟอร์มของตัวเองให้ดีอยู่เสมอ” ดาวยิงเชลซีรายงาน “ผมยังหนุ่มและไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเสียความฟิตไปเลยแม้แต่น้อย ถ้ามีเกมต้องแข่งพรุ่งนี้ ผมพูดได้เลยนะว่าผมพร้อมลุย แต่ผมรู้ดีว่าเกม 90 นาทีมันต่างจากไปปั่นจักรยานแค่ 20 นาที หรือไปวิ่ง 30 นาที ความเข้มข้นมันต่างกัน เรายังจำเป็นต้องลงซ้อมแบบที่หนักกว่านี้อยู่”

“เราแข่งขันกันแบบเข้มข้นมากเลยนะ” แทมมี่กล่าวถึงการทำงานกับน้องชาย “เราใช้เวลาในยิมด้วยกัน และเล่นฟุตบอลด้วยกันในสวน เราทำงานในด้านเทคนิคและการจับบอลกันอย่างเต็มที่ น้องผมอายุ 19 และกำลังทำงานหนักมากกว่าที่ผมเคยทำในวัยเดียวกับเขา แต่เขายังมีเส้นทางต้องเดินอีกไกล เขายังชนะผมในเกมเทคบอลไม่ได้เลย (เกมที่ผสมผสานระหว่างฟุตบอลกับปิงปองเข้าด้วยกัน) ยังไม่ใกล้เลยด้วย!”

อับราฮัมยังใช้เวลาในบ้านไปกับการดูหนังและซีรี่ส์หลายเหลือง รวมถึงสารคดีบาสเก็ตบอลใน Netflix ชื่อว่า The Last Dance ด้วย

อับราฮัมยังมองเห็นประสบการณ์ที่คล้ายกันกับของเขา โดยเฉพาะแรงผลักดันของแชมป์ NBA หกสมัย

“เหลือเชื่อมากเลยนะ” อับราฮัมชื่นชมสารคดีนี้ “การได้ดูเรี่องนี้มันสร้างแรงบันดาลใจให้กับผมมาก มันมีอยู่อย่างหนึ่งที่ติดตรึงอยู่ในใจผมตลอดเลย”

“ไมเคิล จอร์เดิน พ่ายการแข่งขันแล้วเขาเก็บสิ่งที่มีบางคนพูดเอาไว้ในใจ จริงๆ แล้วไม่มีใครพูดหรอกนะ แต่เขาเก็บมันเอาไว้แล้วใช้มันเป็นพลังในเกมต่อไป”

“กรณีของผมคือเกมพบลิเวอร์พูลที่ยิงจุดโทษพลาด (ซูเปอร์คัพ รอบชิงชนะเลิศ) ผมโดนวิจารณ์เยอะมากเลยนะ ผมคิดว่ามันเหมือนไมเคิล จอร์แดนเลย หลังจากนั้นผมต้องลุยต่อไปแล้วพิสูจน์ให้ได้ว่าทุกคนคิดผิด”

“พ่อผมบอกกับผมว่า ‘พ่อรู้นะว่าลูกดูไมเคิล จอร์แดน และลูกกำลังฮึกเหิม อยากจะกลับไปเล่นฟุตบอลอีกครั้ง เมื่อไรที่ลูกพร้อม จงออกไปลุยแล้วทำให้ดีที่สุดนะ’ มันคือเรื่องของการเล่นในสโมสร การเป็นหัวหอกของทีม เป็นคีย์แมนให้กับทีม”

แอปฯ THE 5TH STAND พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ