ประวัติ

เรื่องราวการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 1999/00

ครบรอบ 20 ปีการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพที่สนามเวมบลีย์เก่า วันนี้เรามาย้อนเรื่องราวการเดินทางสู่การเป็นแชมป์ในปีนั้นกันอีกครั้ง มีทั้งเรื่องราวการเซ็นสัญญานักเตะใหม่, ผู้ทำประตูคนใหม่, คู่แข่งหน้าใหม่สองทีม และหนึ่งในสุดยอดแข้งเชลซี

เชลซีคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้เป็นสมัยที่สาม เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2000 รอบชิงชนะเลิศมันอาจจะไม่ไดเป็นแมตช์คลาสสิคอะไร แต่ถ้วยรางวัลที่ได้มานั้นเหมาะมากสำหรับการปิดฉากฤดูกาลอย่างงดงาม เราขอย้อนเรื่องราวการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 1999/00 มาให้คุณได้ย้อนความทรงจำกันอีกครั้ง...

รอบที่สาม, 11 ธันวาคม 1999 : ฮัลล์ ซิตี้ 1 เชลซี 6

การแข่งขันในรอบที่สาม แข่งกันในช่วงก่อนคริสต์มาส ไม่ใช่หลังปีใหม่เหมือนในปัจจุบัน ในปีนั้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ได้เข้าแข่งเพื่อป้องกันแชมป์ครั้งนั้นเพราะพวกเขาเลือกไปเข้าร่วมรายการเวิลด์ คลับ แชมป์เปี้ยนชิพที่บราซิลแทน

หลังเสมอแบบไร้สกอร์ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยมของลาซิโอ้ที่กรุงโรม เชลซีมาเจอกับฮัลล์ ซิตี้ ทีมอันดับบ๊วยของดิวิชั่นสาม ที่สนามบูธเฟอร์รี่ ปาร์ค คริส ซัตตั้นทำประตูที่สามและเป็นประตูสุดท้ายของเจ้าตัวกับเชลซีได้สำเร็จ ก่อนที่กุส โปเย่ต์จะกดแฮตทริกแรกของเขากับสิงห์บลูส์ และจอน ฮาร์ลี่ย์ยังเป็นผู้ทำแอสซิสต์ถึงสามประตูในเกมนั้นอีกด้วย

รอบที่สี่, 19 มกราคม 2000 : เชลซี 2 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0

การแข่งขันในรอบที่สี่แข่งในช่วงกลางสัปดาห์ แตกต่างจากปกติและต้องแข่งหลังจากคู่อื่นๆ 10 วัน เพราะน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ต้องแข่งเกมรีเพลย์กับอ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ดช่วงก่อนคริสต์มาส ซึ่งถูกเลื่อนการแข่งออกไปเพราะสภาพอากาศที่เลวร้าย และเป็นฟอเรสต์ที่ก้าวข้ามอ็อกซ์ฟอร์ดเข้ามาเจอกับเชลซี

ที่เดอะบริดจ์ เชลซีคว้าชัยได้จากลูกโหม่งช่วงครึ่งหลังของฟร้องค์ เลอเบิฟ และเดนนิส ไวส์ เป็นอีกครั้งที่ฮาร์ลี่ย์ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม เดฟ บีแซนต์ อดีตแข้งสิงห์บลูส์เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของทีมคู่แข่งในเกมนั้น ขณะที่เกมรีเพลย์ที่ฟิลเบิร์ต สตรีทในคืนเดียวกัน เลสเตอร์เอาชนะอาร์เซนอลได้จากจุดโทษ ทำให้จิ้งจอกสยามกลายเป็นทีมที่เป็นคู่แข่งในรอบต่อไป

รอบที่ห้า, 30 มกราคม 2000: เชลซี 2 เลสเตอร์ ซิตี้ 1

การพูดคุยก่อนเกมทั้งหมดเป็นเหมือนการพบกันในแบบสุดดราม่า ในรอบเดียวกับและทีมเดียวกับในปี 1997 ก่อนจะไปคว้าแชมป์ในปีนั้น แต่เราจะชนะได้อีกครั้งมั้ยนะ?

คำตอบคือใช่ แม้จะต้องเจอกับเลสเตอร์ที่จัดเกมรับมาแน่น แต่กุส โปเย่ต์ มาทำประตูได้จากลูกยิงโอเวอร์เฮ้ด และมาได้ประตูที่สองจากจอร์จ เวอาห์ แม้เลสเตอร์จะยิงตีตื้นขึ้นมาได้ในช่วงท้ายเกมก็หยุดเชลซีไม่ได้ ทำให้เชลซีผ่านเข้าไปแข่งรอบที่หกกับจิลลิ่งแฮมที่เอาชนะลีดส์ ยูไนเต็ดมาได้

รอบที่หก, 20 กุมภาพันธ์ 2000 : เชลซี 5 จิลลิ่งแฮม 0

เกมนี้เป็นที่จดจำจากการที่จอห์น เทอร์รี่ยิงประตูแรกจาก 67 ประตูให้เชลซีได้สำเร็จ เชลซีพบกับจิลลิ่งแฮมที่เพิ่งเอาชนะทีมจากลีกสูงสุดอย่างแบรดฟอร์ดและเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดในสองรอบก่อนหน้านั้นมาได้ แต่มาเจองานหยาบที่เดอะบริดจ์

โทเร อังเดร โฟล, จอร์จ เวอาห์, จานฟรังโก้ โซล่า และโจดี้ มอร์ริส เป็นผู้ทำประตูคนอื่นๆ ในเกมนั้น แต่ลูกโหม่งเต็มแรงของเทอร์รี่กลายมาเป็นพาดหัวข่าวใหญ่ที่สุดในวันนั้น

รอบรองชนะเลิศ, 9 เมษายน 2000 : เชลซี 2 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1 (เวมบลีย์)

การแข่งขันรอบรองชนะเลิศนัดที่ 8 ในรอบ 7 ปีของเราคือเกมพบกับทีมรองแชมป์ของสองฤดูกาลก่อนหน้า และแข่งกันหลังชนะบาร์เซโลน่ามา 3-1 ภายใต้การคุมทีมของบ็อบบี้ ร็อบสัน นิวคาสเซิลขยับขึ้นจากโซนตกชั้นมาอยู่กลางตาราง ฤดูกาลของพวกเขามีความหวังที่จะได้ถ้วยไว้ที่เกมนี้ เป็นโอกาสที่จะหยุดสถิติไร้ถ้วยมา 3 ทศวรรษลงได้

วิอัลลี่เปลี่ยนนักเตะหกคนในทีมจากเกมที่ชนะบาร์ซ่า โปเย่ต์เป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้ออกสตาร์ทในเกมนั้นและเหมาสองตุง โดยประตูแรกได้มาในช่วงนาทีที่ 15 และประตูที่สอง 20 นาทีก่อนจบเกม ให้เรากลับมานำอีกครั้ง ไม่นานหลังจากที่ร็อบ ลียิงตีเสมอได้ และรั้งสกอร์เอาไว้จนคว้าชัยได้สำเร็จ ทำนิวคาสเซิลหัวใจสลายไปตามๆ กัน หลังจากเกมนั้นเชลซีได้ไปแข่งในรอบชิงชนะเลิศต่อที่สนามเวมบลีย์ดั้งเดิม

รอบชิงชนะเลิศ, 20 พฤษภาคม 2000: เชลซี 1 แอสตัน วิลล่า 0 (เวมบลีย์)

การพบกันในลีกของสองทีมที่เข้ารอบชิงปี 2000 จบที่สกอร์ 1-0 (เชลซีชนะ จากการทำเข้าประตูตัวเอง) และ 0-0 เชลซีมีแนวรับที่ดีที่สุดอันดับสองของลีก วิลล่าอยู่อันดับสาม แต่ทั้งสองทีมต่างเจองานยากเมื่อต้องทำประตู ทำให้เกมนี้เป็นอีกเกมที่ขับเคี่ยวกันอยู่นาน จนกระทั่งโรแบร์โต้ ดิ มัตติโอยิงได้ในช่วงก่อนหมดเวลา 17 นาทีก่อนหมดเวลา

ช่วงครึ่งหลังเชลซีเร่งเครื่องกันเต็มสูบและเป็นฝ่ายที่สมควรได้รับชัยชนะ ก่อนที่ดิ มัตติโอจะยิงประตูชัยได้ เวอาห์มีโอกาสยิงถึงสามครั้ง และประตูของไวส์ก็ยังโมฆะอีกด้วย มาร์กแซล เดอไซญี่ และฟร้องค์ เลอเบิฟทำหน้าที่ในแนวรับได้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้เชลซีไม่เสียประตู ขณะที่มาริโอ เมลช็อตทำหน้าที่ในตำแหน่งแบ็คขวาได้ดี ช่วยให้เชลซีได้ฟรีคิกที่นำไปสู่ประตูโทนในเกมนั้น

ชัยชนะในเกมนั้นการันตีตำแหน่งในยูฟ่า คัพ ฤดูกาลต่อจากนั้นได้สำเร็จ และจบฤดูกาลได้ด้วยการคว้าแชมป์ที่เวมบลีย์อีกครั้งหนึ่ง

คุณสามารถรับชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศอีกครั้งได้จากด้านล่างนี้...

แอปฯ THE 5TH STAND พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ