สัมภาษณ์

อับราฮัม กับการกลับมาค็อบแฮม, ความสำคัญของความมั่นใจ และช่วงเวลาที่แย่ที่สุดในโลกฟุตบอลจนถึงตอนนี้

แทมมี่ อับราฮัมเป็นดาวซัลโวสูงสุดของเชลซีในฤดูกาลนี้ ยิงไปแล้ว 15 ประตู แต่เบอร์ 9 ของเรายอมรับว่าการทำประตูเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากตลอดช่วงเวลาในฤดูกาลนี้

ถือเป็นช่วงฤดูกาลแรกกับเชลซีที่เต็มไปด้วยช่วงเวลาสุดระทึกมากมายสำหรับอับราฮัมที่กลับมาจากการยืมตัวไปเล่นให้แอสตัน วิลล่าในแชมป์เปี้ยนชิพและช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาได้

แทมมี่พูดคุยย้อนไปถึงเรื่องราวในจุดต่ำสุดของเขาในฤดูกาล และช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในโลกฟุตบอลเมื่อเขายิงจุดโทษพลาดในเกมซูเปอร์คัพรอบชิงชนะเลิศ พร้อมบอกว่าศรัทธาที่ได้รับจากแฟรงค์ แลมพาร์ดและความเชื่อมั่นในตัวเองของเขาช่วยให้สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากในฤดูกาล 2019/20 มาได้

ก่อนจะย้อนไปยังช่วงเวลาเหล่านั้น อับราฮัมรายงานเรื่องการกลับมาซ้อมที่ค็อบแฮมอีกครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังพรีเมียร์ลีกอนุญาตให้กลับมาซ้อมร่วมกับเพื่อนในทีมแล้ว

“เรามีช่วงซ้อมที่ยากอยู่บ้าง แต่ก็ดีนะที่เราได้กลับมาอีกครั้ง ทุกอย่างโอเคมากเลยตอนนี้” แทมมี่กล่าว

“แน่นอนว่าเราแบ่งกลุ่มฝึกเป็นกลุ่มละ 3-4 คน ซึ่งเรายังไม่ได้คุ้นเคยกับอะไรแบบนั้นมาก่อน แต่หวังว่าในขั้นต่อไปเราจะฝึกซ้อมกันได้เยอะและสัมผัสตัวได้มากขึ้น”

“มันยากมากเลยนะ” อับราฮัมพูดถึงช่วงล็อคดาวน์ “แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือสุขภาพของเรา ตอนนี้เรากลับมาแล้วและหวังว่าเราจะเห็นทุกอย่างกลับมาปกติอีกครั้งในเร็วๆ นี้”

แรงกดดันจากฟุตบอลลีกสูงสุดนั้นสูงมาก แต่บางทีคนที่อยู่ในแนวหน้าของทีมคือคนที่แบกแรงกดดันไว้หนักที่สุด ขณะที่นักเตะตำแหน่งอื่นๆ ยังมีฟอร์มที่ดีได้จากมุมมองด้านอื่นๆ แต่สไตรเกอร์จะถูกตัดสินความสามารถจากสกอร์ที่ทำได้เป็นหลัก ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ยากที่สุดในโลกฟุตบอลเลย

อับราฮัมเปิดใจคุยถึงหลักการทำงานของกองหน้า ย้อนไปยังช่วงที่ถูกยืมไปเล่นให้สวอนซี ซิตี้ เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก เริ่มต้นฤดูกาล 2017/18ที่เวลส์ทางตอนใต้ ตอนนั้นยังเด็กอยู่ และหลังจากที่เจ้าตัวยิงไปสี่ประตูจนถึงกลางเดือนตุลาคม เขาก็ยิงได้อีกเพียงประตูเดียวในช่วงที่เหลือของฤดูกาล และทีมสวอนซีต้องตกชั้นไป

เมื่ออยู่ในทีมที่ไม่ได้สร้างสรรค์โอกาสมากนัก อับราฮัมรู้ดีว่าถ้าเขาไม่ใช่โอกาสแรกให้ได้ เขาก็อาจจะไม่มีทางทำประตูได้อีกเลยในช่วงเวลาที่เหลือของเกม

“ตอนที่ผมอยู่กับสวอนซี ผมมีโอกาสแค่ไม่กี่ครั้ง แต่ถ้าผมคว้ามันไว้ไม่ได้ ผมรู้เลยว่ามันจบแล้ว” อับราฮัมยอมรับ “นั่นคือโอกาสเดียวของผม และผมคว้าไว้ไม่ได้ มันยากมากนะ ฤดูกาลนั้นผมเสียความมั่นใจไปเยอะเลย ผมกดดันตัวเองหนักเลยล่ะ”

“นั่นคือประสบการณ์แรกของผมในพรีเมียร์ลีก มันยากมาก เราเริ่มต้นมาดีนะแต่หลังจากผ่านไปสักพักเราก็สร้างโอกาสได้น้อยลง แพ้ไปหลายเกม มันมีบางอย่างที่ผมต้องเรียนรู้ให้เร็วเพราะมันต่างจากตอนที่ผมเล่นในทีมเยาวชนเยอะมาก”

ความมั่นใจของเขาฟื้นขึ้นหลังจากที่มีผลงานในทีมที่มิดแลนด์เมื่อปีก่อน ยิงไปรวม 25 ประตูช่วยให้ทีมของดีน สมิธเลื่อนชั้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จจากชัยชนะเหนือดาร์บี้ เคาน์ตี้ในรอบเพลย์ออฟ

“ผมรู้ดีว่าผมทำอะไรได้บ้าง” อับราฮัมย้ำ ฤดูกาลหลังจากนั้นผมวางแผนไว้ว่าจะเล่นในพรีเมียร์ลีกต่อ แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่ต้องการ แต่โชคดีที่ผมได้ไปอยู่กับสโมสรที่ดีอย่างแอสตัน วิลล่า ผมสามารถฟื้นความมั่นใจของตัวเองกลับมาได้จากช่วงเวลาที่อยู่ในทีมนั้น”

ความพยายามของเขาในวิลล่า ปาร์ค เพียงพอที่จะโน้มน้าวให้แลมพาร์ดเลือกเขามาเป็นเบอร์ 9 ของเชลซีในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และกลับมามีส่วนในการทำประตูรวม 19 ประตู (ยิง 15 แอสซิสต์ 4) จากการลงสนาม 33 นัด

อย่างไรก็ตาม จากคำถามมากมายที่แขวนเอาไว้มากมายในช่วงต้นฤดูกาล อับราฮัมยอมรับว่าเขาเลือกที่จะจบทุกคำถามนั้นด้วยความสามารถของตัวเอง หลังจากที่ยิงจุดโทษพลาดในเกมซูเปอร์คัพ

“ฤดูกาลก่อนที่จะไปเล่นให้วิลล่า ผมพลาดแค่ครั้งเดียวจาก 8-9 ครั้งที่ยิงไป ทำให้ผมมั่นใจมาก” อับราฮัมอธิบาย “ผมจำได้ว่าเดินเข้าไปแล้วรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน ไม่มีใครยิงพลาดเลยตอนนั้น ผมรู้ว่าผมต้องยิงให้เข้าให้ได้”

“ผมมีสิ่งที่ผมอยากจะทำอยู่ในหัว แต่ผมเปลี่ยนใจตอนที่วิ่งขึ้นไป หลังจากนั้นในห้องแต่งตัวทุกคนก็เข้ามาหาผมแล้วบอกผมว่า “ไม่เป็นไรนะ มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้สำหรับนักเตะชั้นยอด” แต่ในตอนนั้นผมไม่อยากได้ยินเลย ผมอยากอยู่คนเดียว ผมร้องไห้เลยล่ะ”

“ผมเสียความมั่นใจไปเยอะเลยหลังจากนั้น ผมทำได้ดีในช่วงที่ถูกยืมตัว แต่เมื่อกลับมาเชลซีมันกลับเริ่มต้นไม่สวยเท่าไรนัก ผมทำประตูแรกไม่ได้ ผมทำอะไรไม่ได้เลย ตอนนั้นผมเครียดมากเลยเพราะมีคนทวิตข้อความทั้งด่าทั้งเหยียดผิวบนทวิตเตอร์เยอะมาก หลายคนบอกว่าผมยังดีไม่พอที่จะเล่นให้เชลซี เป็นช่วงเวลาที่ผมดาวน์ที่สุดตั้งแต่ที่เล่นฟุตบอลมาเลยนะ”

โชคดีที่แข้งวัย 22 ปียังคงไม่ยอมแพ้ และแลมพาร์ดยังคงเชื่อในตัวเขา อับราฮัมได้ลงเป็นตัวจริงหลังจากนั้น 10 วันในเกมเยือนนอริช ซิตี้ ยิงประตูเปิดตัวให้เชลซี เป็นประตูแรกและประตูที่สองจากทั้งหมด 7 ประตูที่ยิงได้ในเกมสามนัด

“ในหัวผมตอนนั้นผมรู้ว่าถ้าผมทำประตูไม่ได้ มันก็อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ลงสนาม” เขากล่าว “เมื่อผมทำได้ ผมก็วิ่งไปหาผู้จัดการเลยนะ ผมคิดเลยทันที่ว่าผมเพิ่งทำประตูแรกกับเชลซีได้สำเร็จ!”

“ตอนนั้นคือช่วงที่ความมั่นใจของผมเริ่มจะกลับมา ผมทำประตูชัยในเกมนั้นได้ด้วย และผมก็เริ่มมั่นใจมากขึ้นจนสามารถกลับมายืนไหวอีกครั้ง”

“ในฐานะสไตรเกอร์ คุณต้องเชื่อมั่นในตัวเองให้มาก การเป็นนักเตะเบอร์ 9 ของเชลซีเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นผมต้องเชื่อมั่นว่าตัวเองสามารถเป็นคนคนนั้น เราจำเป็นต้องมีความรู้สึกแบบนั้นให้ได้ในทุกๆ เกม”

แฟนบอลเชลซีทุกคนต่างก็หวังว่าอับราฮัมจะยังคงมีความรู้สึกแบบนั้นต่อเนื่องไปจนถึงช่วงที่พรีเมียร์ลีกกลับมาแข่งอีกครั้งในเดือนหน้า

อ่าน : อับราฮัมกับการกลับมาแข่งขันฟุตบอลอีกครั้ง, ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในฤดูกาล และแรงบันดาลใจจากไมเคิล จอร์แดน

แอปฯ THE 5TH STAND พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ