ประวัติ

แลมพาร์ดโชว์สเต็ป, ซิการ์ของฮิดดิ้งค์ และประตูที่น่าเสียดาย : เรื่องราวจากชัยชนะในเกมเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ 2009

เราขอพาคุณย้อนไปยังเรื่องราวการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ที่เวมบลีย์หลังชนะเอฟเวอร์ตันได้ในวันนี้ของเมื่อ 11 ปีก่อน

ในค่ำคืนที่ร้อนระอุของลอนดอน สิงห์บลูส์พลิกจากที่เสียประตูเร็วมาเอาชนะเอฟเวอร์ตันได้ในเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ 2-1 ทำให้การคุมทีมชั่วคราวของกุส ฮิดดิ้งค์จบลงอย่างสวยงาม แฟรงค์ แลมพาร์ดและฟลอร็องต์ มาลูด้า ร่วมกับฮิดดิ้งค์ เล่าเรื่องราวความทรงจำที่สวยงามในเวมบลีย์ให้เราได้ติดตามกัน...

เอฟเวอร์ตัน จบฤดูกาล 2008/09 ในพรีเมียร์ลีกที่อันดับห้า รองจากเราสองตำแหน่ง ได้ประตูนำจากประตูของหลุยส์ ซาฮาในเวลาเพียง 25 วินาทีหลังเริ่มเตะ

ฟลอร็องต์ มาลูด้า : เราชอบเล่นที่เวมบลีย์ บางทีมันอาจจะเป็นเพราะเราเคยมีประสบการณ์มาแล้ว เคยได้รับรู้ความรู้สึกที่ดีจากบรรยากาศในสนาม เรารู้สึกได้ว่าเราพร้อมมาก แต่เมื่อเกมเริ่มแล้วเราเสียประตูตั้งแต่ต้นเกม มันเหมือนเราโดนน้ำเย็นจัดๆ สาดเข้าที่ตัวเต็มๆ เลยล่ะ

กุส ฮิดดิ้งค์ : ผมไม่เห็นเลยนะว่าเกิดอะไรขึ้นในจังหวะประตูนั้น แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิด มันไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะเราต้องตอบสนองอย่างเร็วที่สุด มันยากมากเลยนะเพราะเอฟเวอร์ตันจัดระบบมาดีมาก แต่ทีมเราก็ทำได้ดี ไม่ตื่นตระหนกเลย ทุกคนเล่นอย่างที่เตรียมมาดีมาก เรามั่นใจกันมากว่าจะเอาคืนได้ และสุดท้ายเราก็ทำได้จริงๆ

แฟรงค์ แลมพาร์ด : เป็นประตูที่ไม่น่าเกิด แต่หลังจากนั้นเราก็มีความกระหายที่จะทำสกอร์คืน และเราก็มีศักยภาพมากพอ หลังจากที่เสียประตูเราก็เริ่มใส่กันเต็มทันที เคลื่อนบอลและคุมเกมได้ ทีมที่ดีควรทำให้ได้แบบนั้น เราทำได้ในเกมพบอาร์เซนอลในรอบรองชนะเลิศ และอีกหลายครั้งในฤดูกาลนั้น การต้องตามหลัง 1-0 มันอาจจะทำให้เสียศูนย์ไปบ้าง แต่มันก็ทำให้เราตื่นตัวขึ้นมาเช่นกัน

มาลูด้า : เรามีท่าทีที่ผ่อนคลายอย่างมากกับประตูนั้น แต่เราก็ยังคงมั่นใจ ช่วงเวลาใจตอนนั้นคือเราพยายามปั้นเกมของตัวเองกันเต็มที่ เราไม่ได้รีบร้อนอะไรเลย เรารู้ว่าต้องจัดการกับเอฟเวอร์ตันยังไง และเราก็ยึดตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่แรก นั่นแหละที่ทำให้เราได้ประตูตีเสมอจากดิดิเยร์มาได้

มาลูด้าเปิดบอลให้ดร็อกบาโขกตีเสมอได้ในนาทีที่ 21 หลังจากนั้นในช่วงไม่ถึง 20 นาทีที่เหลือ แลมพาร์ดมาทำประตูชัยได้ก่อนที่จะวิ่งไปเต้นรอบธงที่มุมสนาม

ฮิดดิ้งค์ : ถือเป็นสองประตูที่มีคลาสมากเลยนะ ประตูแรกเราใช้ปีกซ้ายบุกขึ้นไปโดยมีแอชลี่ย์และมาลูด้าคอยทำเกม และพอเรารู้สึกได้ว่ามันมีโอกาสที่จะเป็นประตู เราก็รู้เลยว่าเราทำได้ ในช่วงครึ่งหลังที่แลมพาร์ดทำประตูได้นั้นมันยิ่งใหญ่มากเลยนะ เป็นประตูที่ไม่ง่ายเลย คุณจะเห็นเขาคิดเลยว่า “ผมต้องยิงจังหวะสุดท้ายนี้ให้ได้” และสุดท้ายเขาก็เล็งไปที่มุมอย่างเหมาะเหม็ง เป็นประตูที่สวยสุดๆ ของแฟรงค์ แลมพาร์ดเลยนะ

แลมพาร์ด : ผมกำลังเล็งที่จะยิงด้วยเท้าขวา แต่ตวัดเข้ากลางแล้วยิงด้วยเท้าขวาแทน ผู้รักษาประตูพยายามจะเซฟ แต่เมื่อเห็นบอลเข้าไปแล้วมันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ เลยนะ

ท่าฉลองประตูตอนนั้นผมทำเพื่อพ่อ เพราะพ่อผมเคยยิงประตูเอฟเวอร์ตันมาก่อนและเขาก็วิ่งไปรอบธงที่มุมสนาม ตอนนั้นเป็นเกมในรอบรองชนะเลิศ แต่ก็เป็นประตูที่สำคัญมากในชีวิตค้าแข้ง ถือเป็นสิ่งเล็กๆที่ผมทำเพื่อพ่อผม

แลมพาร์ด : ประตูชัยในเอฟเอ คัพ มันพิเศษมากนะ ในฐานะนักเตะ เราต่างก็อยากจะทำประตูที่สำคัญได้ มันจะเป็นประตูที่ตราตรึงอยู่ในในเสมอ

มันอาจจะไม่ใช่ประตูชัย ถ้าลูกยิงจากระยะไกลของมาลูด้าไม่โดนตัดสินโมฆะไปก่อน

มาลูด้า : สำหรับประตูของผม ผมจำได้ว่าผมล้ามาก ผมไม่รู้ว่าผมได้บอลมายังไง แต่หลายๆ ครั้งเวลาที่เราได้บอลมา เราก็อยากจะตะบันมันให้เต็มเท้า! ผมอยู่ไกลเกินที่จะบอกได้ว่ามันเข้าหรือเปล่า ตอนนั้นไม่มี VAR เลยนะ หลังจากนั้นเมื่อผมเห็นภาพตอนนั้น ผมค่อนข้างรำคาญนะ เพราะมันอาจจะเป็นประตูที่ดีที่สุดในชีวิตของผมเลย!

ชัยชนะครั้งนั้นเป็นการปิดม่านการคุมทีมชั่วคราวครั้งแรกของฮิดดิ้งค์ ซึ่งถ้าไม่ได้ตกรอบแชมป์เปี้ยนส์ ลีกเพราะบาร์เซโลน่า เราคงได้แข่งเกมแชมป์เปี้ยนส์ ลีกรอบชิงชนะเลิศก่อนเกมที่เวมบลีย์ไปแล้ว

ฮิดดิ้งค์ : เป็นการจากลาที่สมบูรณ์แบบมากเลยนะ มันอาจจะสมบูรณ์แบบกว่านั้นถ้าเราไปแข่งเกมชิงแชมป์เปี้ยนส์ ลีกสามวันก่อนหน้านั้น นั่นคือเรื่องเดียวที่ผมเสียดาย ถ้าเราไม่ได้ถ้วยในวันนั้นผมก็ยังรู้สึกเสมอว่าเราทำได้ดีแล้ว แต่มาตรฐานของทีมคือการคว้าแชมป์ให้ได้ทุกปี ถ้าเราไม่ได้ถ้วยนั้นมันก็คงเป็นความรู้สึกที่เหมือนยังไม่จบ

แลมพาร์ด : ผมไม่ประมาทเอฟเวอร์ตันเลยนะ พวกเขาเล่นกันดีมาก แต่จากทีมที่เรามี จากการทำงานหนักของเรา การที่เราได้ขยับเข้าใกล้แชมป์เปี้ยนส์ ลีกรอบชิงชนะเลิศ มันทำให้เราคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ

ฮิดดิ้งค์ : เมื่อตอนที่เราชนะ ภาพตอนที่เดินขึ้นบันไดไปแล้วเห็นนักเตะกับกัปตันทีมคว้าถ้วยแชมป์มามันงดงามมาก ผมเป็นคนสุดท้ายที่ได้ขึ้นไป เป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นมากเลย เอฟเอ คัพ ไม่ใช่เป็นถ้วยที่รู้จักกันแค่ในอังกฤษ แต่ทั่วโลกต่างก็รู้จักหมดเลย

บรรยากาศในห้องแต่งตัวตอนนั้น ผมเรียกให้ทุกคนมาร่วมกันและพูดคุยกัน ผมกล่าวขอบคุณพวกเขาทุกคนที่ทำงานมาร่วมกันได้ดีมาก

มาลูด้า : การฉลองร่วมกับกุส ฮิดดิ้งค์หลังจบเกมมันเป็นความทรงจำที่เยี่ยมมากเลยครับ

ฮิดดิ้งค์ : ผมโดนปรับหลังจากนั้นด้วยนะ เพราะผมสูบซิการ์ที่เวมบลีย์! ทีมเรามีการเต้นฉลองกันด้วย และทุกคนก็ร่วมกันหมดเลย

ฮิดดิ้งค์ : ความรู้สึกตอนนั้นมันก็เศร้านิดๆ ด้วยนะ เพราะผมย้ายออกมาด้วยดี ยิ่งออกมาหลังจากที่คว้าถ้วยรางวัลได้ก็ยิ่งน่าพอใจมากขึ้นไปอีก การจากลาไปหลังจากที่คว้าถ้วยแชมป์ได้มันอาจจะเศร้าอยู่บ้าง แต่ก็มีความสุขมากเช่นกัน

 

แอปฯ THE 5TH STAND พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ