สัมภาษณ์

แลมพาร์ดกับการรับมือคำวิจารณ์, การไม่กลัวอุปสรรคที่เกิดขึ้น และการดึงเอาศักยภาพที่ดีออกมาจากนักเตะ

แม้ว่าฟุตบอลอังกฤษจะถูกพักการแข่งขันไปช่วงหนึ่ง แต่แฟรงค์ แลมพาร์ดก็ไม่ได้หยุดทำงานและวางแผนงานร่วมกับนักเตะและทีมงานอยู่ตลอดเวลา เพื่อปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายใหม่และทำทุกอย่างให้ออกมามีประสิทธิภาพดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

นอกจากนั้นแล้ว การพักแข่งทำให้แลมพาร์ดได้มีเวลามาทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึนตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาจนถึงตอนนี้ แลมพาร์ดได้ให้สัมภาษณ์ผ่านนิตยสารเชลซีฉบับที่ 190 ซึ่งออกมาในสัปดาห์นี้

ตลอดการสัมภาษณ์ เขาได้พาทีมข่าวนิตยสารของสโมสรเดินผ่านเส้นทางการคุมทีมของเจ้าตัว ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาคิดที่จะเข้าสู่วงการกุนซือ ไปจนถึงการรับมือกับสถานการณ์ที่ยากในปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นการเจาะลึกชีวิตการเป็นกุนซือทีมเชลซีของเขาเลยทีเดียว

และนี่คือสามประเด็นจากเนื้อหาในนิตยสารที่เราอยากให้คุณได้ติดตาม

การรับมือกับคำวิพากษ์วิจารณ์

สป็อตไลท์จะฉายแสงลงมาในทุกการตัดสินใจที่กุนซือของเชลซีเลือก แต่แลมพาร์ดชินกับมันแล้ว และใช้วิธีเปิดใจรับมือกับสิ่งเหล่านั้น

“คุณต้องรับมือกับมันในแบบของคุณเอง มันไม่มีทางอื่นแล้ว เพราะคุณไม่สามารถพยายามทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวคุณเอง หรือคิดว่ามันไม่มีผลอะไรกับคุณเลย แต่คือมันมีผลไง มันเป็นแรงกดดันที่หนักมากสำหรับงานนี้ และผมก็เข้าใจมันได้อย่างรวดเร็วมาก ในตอนแรกที่ทำงานกับดาร์บี้ และเมื่อมาทำงานกับเชลซี ผมก็เห็นถึงระดับที่เพิ่มสูงมากขึ้นจากสโมสรที่มีเป้าหมายในการสู้เพื่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้”

“มันยิ่งใหญ่ขึ้น และมีหลายอย่างที่ต้องเสียไปจากการทำงานตรงนี้ เราต้องเสียเวลาสำหรับครอบครัวไป และคุณต้องรับมือกับมันให้ดีที่สุด อย่าปล่อยให้มันมามีผลกับคุณในทางลบ”

“ผมไม่คิดว่าคุณควรปิดกั้นมันอย่างสิ้นเชิงหรอกครับ เพราะบางครั้งคุณสามารถเก็บเกี่ยวสิ่งที่ดีจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่ก็เถอะ ผมไม่ได้ปิดกั้นมันซะเต็มร้อยหรอกครับ แต่สิ่งที่ผมสนใจจริงๆ คือสิ่งที่มีผลกระทบต่อผลการแข่งขัน”

“ปกติแล้วผมจะดูว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับเกมนั้น และทำให้มันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด บางทีผมก็รู้สึกดีกับเกมที่แพ้หรือเสมอมากกว่าเกมที่เราชนะอีกนะ ผมพยายามไม่ปล่อยให้อะไรจากภายนอกมามีผลมากนัก แต่เราต้องเคารพในสิ่งที่มันเป็น เพราะคุณไม่สามารถคุมทีมใหญ่อย่างเชลซีแล้วคิดว่าตัวเองสามารถทำให้แฟนบอลเชลซีทุกคน รวมถึงกูรูต่างๆ แฮปปี้ได้ตลอดเวลา ผมรับฟังบ้างในบางอย่าง แต่สิ่งสำคัญคือต้องโฟกัสที่งานของตัวเองให้ดีที่สุด เราต้องวิเคราะห์ผลงานในทุกเกมแล้วนำส่วนที่ต้องแก้ไขไปปรับแก้เพื่อทำเกมต่อไปให้ดีขึ้นกว่าเดิม เรียบง่ายแค่นี้เลย”

บทเรียนที่ได้รับในฤดูกาลนี้

แน่นอนว่านี่คือฤดูกาลที่มีหลายอย่างเหนือความคาดหมายเกิดขึ้น และแลมพาร์ดก็ยอมรับว่าฤดูกาล 2019/20 ได้สอนอะไรหลายๆ อย่างให้กับเขา...

“ปีนี้ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะเลยครับ ที่แน่ๆ คือสถานการณ์ไวรัสตอนนี้มันหนักมากจริงๆ แต่สิ่งที่สอนให้เราได้รู้ตอนนี้คือความเป็นหนึ่งเดียวกันและครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ผมคิดว่ามันคือสิ่งที่ดีที่ย้ำเตือนผมว่าผมลงทุนอะไรกับงานนี้ไปบ้าง”

“ในเรื่องของสิ่งที่ผ่านมาในฤดูกาล ช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้วผมไม่ได้กลัวอะไรมากนัก ผมรู้ว่าหลายๆ คนอาจจะพูดว่าผมได้งานนี้เพราะผมเคยเล่นที่นี่มาก่อน และผมก็เพิ่งมีประสบการณ์ปีเดียวกับที่ดาร์บี้ เป็นงานที่ใหญ่มากเลยนะ และเพราะการโดนแบนซื้อขายนักเตะมันทำให้ง่ายมากที่จะให้งานนี้กับผม ผมรู้เรื่องเหล่านั้นดีครับ และมันไม่ได้เป็นปัญหากับผมเท่าไรนัก”

“ผมมองเห็นโอกาสที่จะเข้ามาทำงานในที่ที่ผมรัก และผมก็ทุ่มเทเต็มที่ ผมมั่นใจ ผมรู้ว่ามันต้องยากมากในการพาทีมติดท็อปโฟร์ให้ได้ และเราไม่ได้ถูกคาดหวังจากผู้คนภายนอกมากนัก แต่ผมอยากจะลุยให้เต็มที่และพิสูจน์ให้บางคนเห็นว่าพวกเขาคิดผิด”

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา มันง่ายที่จะจับตาดูเหล่านักเตะดาวรุ่งที่เข้ามาอยู่ในทีม แต่ผมก็คิดถึงผลงานของนักเตะที่มีประสบการณ์สูงในทีมด้วย อย่างโควาซิช, จอร์จินโญ่, วิลเลี่ยน ผมไม่ต้องพูดชื่อออกมาทุกคน คุณสามารถเห็นอะไรที่ดีจากในทีมได้ แต่ผมไม่อยากจมอยู่กับตรงนี้มากนัก เพราะงานของผมคือมองไปข้างหน้าเท่านั้น”

“ผมไม่อยากให้เราเป็นทีมที่เหมือนทีมเยาวชน ที่คนพูดถึงนักเตะอะคาเดมี่ที่เลื่อนขึ้นมาเล่นอย่างเดียว ผมอยากให้เราเป็นทีมที่พยายามลดช่องว่างให้ได้มากที่สุด”

ทีมที่มาพร้อมศักยภาพ

แฟรงค์บอกกับเราว่าสิ่งสำคัญสำหรับเขาคือการทำงานร่วมกับอะคาเดมี่อย่างใกล้ชิด และรู้ว่านักเตะรุ่นเยาว์ทุกคนสามารถแสดงศักยภาพในการก้าวขึ้นมาเล่นระดับสูงได้...

“นั่นคือเรื่องที่สำคัญที่สุดเสมอ และความสัมพันธ์ที่ดีก็อยู่ตรงจุดนั้ โจ (เอ็ดเวิร์ด) และ โจดี้ (มอร์ริส) รู้จักนักเตะทุกคนดี และเราทุกคนก็รู้จักนีล บาธ และจิม เฟรเซอร์ (จากอะคาเดมี่) ดีมากเช่นกัน ทุกอย่างเป็นเรื่องของการกลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง เพราะเราไม่ไดเจอกันเลยในช่วงสองสามปีมานี้”

“ผมอยากรู้จักนักเตะทุกคน รวมถึงชื่อของนักเตะที่กำลังทำผลงานได้ดีในช่วงซ้อมและสมควรได้รับโอกาส”

“รายละเอียดเล็กๆ มีความสำคัญเสมอ มันคือทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง และมันไม่ควรจะเป็นไปในทางอื่นเลย”

“แน่นอนครับว่าผมรู้สึกตื่นเต้นกับทีมของเราในตอนนี้มาก เรามีนักเตะดาวรุ่งหลายคน และถ้าเราเสริมกำลังในโซนที่ผมรู้สึกว่าเราจำเป็นต้องเสริม เราไม่ได้ซื้อตัวใครมาเลยในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา มันไม่ได้ออกมาอย่างที่เราต้องการ รวมถึงช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้วด้วย ดังนั้นช่วงเปิดตลาดที่ผ่านมามันผ่านไปแล้วและเราไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ผมตื่นเต้นกับทีมที่เรามีในตอนนี้ ถ้าเราเติมเต็มจุดที่สำคัญได้ดี เราทุกคนรู้เรื่องนี้ดีมาก”


แอปฯ THE 5TH STAND พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ