ไทย

เชลซี พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (รวมแมตช์น่าจดจำ)

สองยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลอังกฤษมักจะมาเจอกันในเกมชิงแชมป์อยู่เสมอ ตลอดช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา และนี่คือห้าเกมเชลซี พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่น่าจดจำ

เชลซี พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (3-1): พรีเมียร์ลีก 2004/2005 (โอลด์ แทรฟฟอร์ด)
 

เกมระหว่างเชลซี พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักจะเป็นโอกาสที่พิเศษเสมอ แต่เกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดในวันที่ 11 พฤษภาคมนั้นมีความน่าจดจำสำหรับแฟนเชลซีอยู่มากทีเดียว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเปิดบ้านต้อนรับเชลซีที่คว้าแชมป์ฤดูกาล 2004/05 ได้แน่นอนแล้ว ด้วยการตั้งแถวต้อนรับทีมเชลซีลงสนาม แต่เมื่อพิธิการทั้งหมดจบลง ฝ่ายเจ้าบ้านก็เริ่มโถมเกมบุกใส่เชลซีทันที และได้ประตูแรกจากลูกยิงจ่อๆ ของรุด ฟาน นิสเตอรอย

ทีมของโชเซ่ มูรินโญ่มายิงประตูตีเสมอจากระยะไกลได้โดยติอาโก้ เมนเดส ก่อนที่กองกลางรายนี้จะมาจ่ายบอลให้ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่นยิงประตูที่สองเข้าไปอีก

โจ โคลเป็นผู้ยิงปิดท้ายให้เชลซีจบฤดูกาลอย่างแข็งแกร่งด้วยการเก็บ 95 แต้มและคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี

 

เชลซี พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (3-0) : พรีเมียร์ลีก 2005/2006 (สแตมฟอร์ด บริดจ์)
 

สิงห์บลูส์จำเป็นต้องเก็บอีกแค่แต้มเดียวเท่านั้นในเกมพบแมนฯ ยูไนเต็ดเพื่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกติดต่อกันเป็นสมัยที่สอง แต่สุดท้ายเราก็ทำได้ด้วยชัยชนะที่ไม่ยากนัก

ลูกโหม่งนาทีที่ 5 ของวิลเลี่ยม กัลลาส ทำให้เชลซีขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกม ก่อนที่โจ โคลจะมาสร้างช่วงเวลามหัศจจรรย์ได้จากการลุยเดี่ยวผ่านสามแนวรับของยูไนเต็ดเข้าไปยิงให้ทีมทิ้งห่างเพิ่มเป็นสองประตู

ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ยิงเพิ่มเป็นประตูที่สามและช่วยให้เชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นปีที่สองติดต่อกันด้วย

 

เชลซี พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (1-0): เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ 2006/2007 (เวมบลีย์)
 

หนึ่งในเกมที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ เพราะรอบชิงชนะเลิศในปีนั้นเป็นครั้งแรกที่เราแข่งกันในสนามเวมบลีย์โฉมใหม่ เกมนั้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1986 ที่เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศเป็นเกมระหว่างทีมแชมป์และรองแชมป์ (แมนฯ ยูไนเต็ดเอาชนะเชลซีได้ในพรีเมียร์ลีกก่อนหน้านั้นสองสัปดาห์)

เกมนั้นกลายเป็นเกมที่ดุเดือดสุดๆ ทั้งสองทีมไม่ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าใกล้ได้ง่ายๆ เกมช่วงเวลาปกติจบลงแบบไร้สกอร์ และสิ่งต่างๆ ก็ดูเหมือนว่าจะจบลงที่การดวลจุดโทษ

แต่เมื่อเหลือเวลาเพียง 4 นาที ดร็อกบามาทำชิงกับแลมพาร์ดที่กรอบเขตโทษหลังได้บอลจากจอห์น โอบิ มิเกล และยิงผ่านฟาน เดอ ซาร์ เข้าไปตุงตาข่าย

ทีมของมูรินโญ่เดินหน้าต่อไปคว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้ในสนามเวมบลีย์โฉมใหม่เป็นครั้งแรกด้วย

 

เชลซี พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2-1):  พรีเมียร์ลีก  2009/2010 (โอลด์ แทรฟฟอร์ด)
 

เชลซีเอาชนะและรั้งตำแหน่งท็อปของพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จหลังคว้าชัยในโอลด์ แทรฟฟอร์ดมาได้ และทำให้การคว้าแชมป์สามปีซ้อนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นอันต้องจบลง

โจ โคล ยิงให้เชลซีนำก่อนในนาทีที่ 20 ด้วยลูกตอกส้น หลังจากที่ฟลอร็องต์ มาลูด้าโยนบอลมาให้ ดิดิเยร์ ดร็อกบาลงเป็นตัวสำรองและทำประตูที่สองได้ก่อนหมดเวลา  12 นาที จากจังหวะที่เขาวิ่งเข้าไปรับลูกจ่ายของซาโลมง กาลูแล้วยิงเข้าไปไม่มีเหลือ

เฟดเดริโก้ มาเชด้า ตัวสำรองของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยิงให้ทีมตีตื้นขึ้นมาได้อีก เช็กทำได้เพียงปัดลูกครอสของนานี่ไปเข้าทางให้แข้งอิตาเลียนยิงสวนเข้ามาตุงตาข่าย ยูไนเต็ดทุ่มเกมบุกเต็มที่ในช่วงท้ายเกม แต่ทีมของคาร์โล อันเชล็อตติรั้งสกอร์เอาไว้ได้และทำให้ทีมขยับขึ้นไปอยู่ที่หัวตารางโดยมีคะแนนนำสองคะแนน

ฤดูกาลนี้เราคว้าแชมป์ได้ทั้งพรีเมียร์ลีกและเอฟเอ คัพ กลายเป็นดับเบิ้ลแชมป์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเราด้วย

 

เชลซี พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-0) : พรีเมียร์ลีก 2016/17 (สแตมฟอร์ด บริดจ์) 

เกมนั้นเป็นเกมแรกที่โชเซ่ มูรินโญ่ มาเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ในฐานะผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด  และเกมก็กลายเป็นวันที่กุนซือเลือดฝอยทองต้องอยากลืมให้ลง

สิบเดือนหลังจากที่ย้ายออกจากสโมสรไป กุนซือผู้ประสบความสำเร็จมากมายกับเชลซี ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นก่อนเกมเริ่ม แต่เชลซีก็มาได้ประตูหลังเกมเริ่มเพียง 30 วินาที เมื่อเปโดรยิงเข้าไปตุงตาข่ายเป็นการทำประตูที่เร็วที่สุดในพรีเมียร์ลีกจนถึงตอนนี้เลย

หลังจากนั้นแกรี่ เคฮิลล์ยิงประตูที่สองของเจ้าตัวในฤดูกาลนั้นได้ในนาทีที่ 21 ก่อนที่เอเด็น อาซาร์จะยิงเพิ่มได้อีกในนาทีที่ 62 ต่อมาเอ็นโกโล่ ก็องเต้ยิงปิดท้ายให้เชลซีในนาทีที่ 70 ตอกฝาโลงทีมเยือนแบบไม่มีสิทธิ์ไล่ตามได้ทัน

แอปฯ THE 5TH STAND พร้อมให้คุณใช้งานแล้วในรูปแบบภาษาไทย เข้าชมคอนเท้นต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ทั้งข่าวด่วน, ไฮไลต์การแข่งขัน และอื่นๆ อีกมากมาย คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดได้เลย

ข่าวอื่นๆ