สัมภาษณ์

จอห์น เทอร์รี่ ย้อนวันวานในวัย 16 ปี ที่เปลี่ยนแปลงการค้าแข้งกับเชลซีของเขาไปอย่างสิ้นเชิง

สัมภาษณ์พิเศษกับอดีตแข้งเบอร์ 26 ของเรา เผยให้เห็นเรื่องราวที่น่าสนใจจากตอนที่มาค้าแข้งในสแตมฟอร์ด บริดจ์ใหม่ๆ

ขณะที่เชลซีกำลังเตรียมตัวสำหรับการกลับมาแข่งในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งสุดสัปดาห์นี้ด้วยการไปเยือนแอสตัน วิลล่า จอห์น เทอร์รี่ ตำนานเชลซีและผู้ช่วยโค้ชของวิลล่าคนปัจจุบัน พูดคุยถึงความเชื่อมโยงระหว่างเขากับสองสโมสรในตอนที่อยู่ในทีมดาวรุ่ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการค้าแข้งของเขาที่ลอนดอนตะวันตก

เทอร์รี่ลงเล่นให้เชลซีไป 717 นัด เป็นสถิติที่มีแค่รอน แฮร์ริส และปีเตอร์ โบเน็ตติเท่านั้นที่ทำได้มากกว่า คว้าแชมป์ไป 15 ถ้วยจากช่วงเวลา 22 ปีที่อยู่ในลอนดอนตะวันตก

อย่างไรก็ตามความสำเร็จอาจไม่ได้เกิดขึ้นหากเขาไม่ได้รับข้อเสนอทุนทีมเยาวชน (YTS) ในวัย 16 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาและโค้ชรู้สึกกลัวว่าจะพลาดไปในตอนนั้น

เทอร์รี่ย้อนรำลึกช่วงเวลานั้นผ่านพ็อดคาสต์ Footballer’s Guide to Football ว่า "ผมมีร่างกายที่เล็กมากและมีไขมันเยอะอยู่ราวๆ 2-3 ปี ขณะที่คนอื่นๆ เติบโตขึ้นและผมรู้สึกว่าตัวเองจะผ่านมันไปไม่ได้"

"เชลซีบอกกับครอบครัวผมว่า "เราไม่คิดว่าจอห์นจะได้ทุน YTS นะ" ผมมีร่างกายที่ยังห่างจากโอกาสนั้น และผมไม่ได้ลงเล่นในทีม ไม่ได้เป็นแม้กระทั่งตัวสำรองด้วย"

"ในตอนที่อายุ 15-16 ตอนนั้นเป็นเกมสุดท้ายของฤดูกาล เป็นเกมของทีมสำรองที่ไปเยือนลูตั้น ผมไม่ได้เล่นให้ทีมเยาวชนเลย ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะศักยภาพของผมที่แสดงออกมาในช่วงหลายปีก่อนหน้านั้น และทางทีมก็อยากให้โอกาสผมเป็นครั้งสุดท้าย" 

"ผมนั่งที่ม้านั่งสำรองและถูกเรียกให้ลงสนามในช่วงที่ตามหลังอยู่ 5-0 ในตอนนั้นผมคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วล่ะ ผมได้เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง และยิงสองประตูได้ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ถือเป็นหนึ่งในโมเม้นต์ที่ผมย้อนกลับไปแล้วต้องร้องว้าวเลยนะ!"

"ผมยิงได้สองประตูที่สวยมากเลยนะ ทั้งจังหวะที่วิ่งเข้าไปในกรอบ มันสร้างอิมแพ็คต์ให้ทีมได้ดีมากจริงๆ ทุกอย่างดูจะคลิกไปหมดและผมก็จบด้วยการได้สัญญา YTS การที่เชลซีแสดงศรัทธาที่มีในตัวผมออกมามันจะอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไปเลยล่ะ"

เทอร์รี่เติบโตมาโดยเป็นกองกลาง ก่อนจะมาเป็นเซ็นเตอร์แบ็คในฤดูกาลแรกหลังเรียนจบ และได้ลงเดบิวต์ให้ทีมชุดใหญ่ในแนวรับโดยเป็นตัวสำรองในเกมลีก คัพ เมื่อเดือนตุลาคม 1998 ในวัย 17 ปี คู่แข่งในวันนั้นคือแอสตัน วิลล่า 

"ตลกดีนะที่ผมได้เดบิวต์ในเกมเจอวิลล่า จบด้วยการไปเล่นให้วิลล่า และยังมาเป็นโค้ชของวิลล่าอีก" เทอร์รี่กล่าว "ผมประหม่านิดหน่อยนะ แต่ไม่ได้มากนัก ผมรู้ว่าผมเป็นตัวสำรอง และหลักๆ คือได้ลงไปวอร์มอัพแล้วสัมผัสบรรยากาศในสนาม"

"ขณะที่เกมดำเนินไปจนเรานำ 4-1 และเหลือเวลาแค่ 5 นาที ผมรู้สึกได้เลยว่ามันปลอดภัยแล้วและมันคงไม่มีอะไรพังในช่วงเวลานั้น ไวส์โดนใบแดงในช่วงหลังจากที่ผมลงเล่นไป 20 วินาที และหลังจากนั้นการเดบิวต์ของผมก็จบลงไป"

ผ่านมานานกว่าสองทศวรรษ การมีส่วนร่วมในพรีเมียร์ลีกของเทอร์รี่เปลี่ยนจากเซ็นเตอร์แบ็คไปเป็นเบอร์สองของสมิธที่วิลล่า ปาร์ค ซึ่งเป็นทีมที่กำลังสู้เพื่อหนีตกชั้นอยู่ในตอนนี้ เป็นสิ่งที่อดีตกัปตันของเราไม่คุ้นเคยเท่าไรนัก

เทอร์รี่ใช้ช่วงเวลาล็อคดาวน์ไปกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และคิดว่าช่วง 3 เดือนที่ไม่มีแข่งฟุตบอลนั้นทำให้นักเตะหลายๆ คนตาสว่างขึ้น ผมหวังว่ามันจะสะท้อนให้พวกเขาเห็นช่วงเวลาในอนาคตหลังแขวนสตั๊ดกันไปแล้ว

"การระบาดของไวรัสทำให้นักเตะได้สัมผัสกับชีวิตที่เหมือนกับช่วงหลังแขวนสตั๊ดไปแล้ว" เทอร์รี่กล่าว "ผมหวังว่านักเตะหลายๆ คนจะคิดกันว่า "ฉันต้องเตรียมทำใบอนุญาตในการเป็นโค้ชแล้วล่ะ อายุ 28 นี่ก็ไม่เด็กแล้วนะ ฉันต้องไปลงคอร์สบ้างแล้ว"

"ในตอนที่เป็นนักเตะดาวรุ่ง ผมจดบันทึกสิ่งที่โค้ชทุกคนทำและมันทำให้ผมเก่งขึ้น ผมบันทึกการทำงานของโชเซ่ มูรินโญ่ในช่วง 4 ปีสุดท้ายกับสโมสร และทุกการฝึกซ้อมที่เราทำกันมา มันดีมากเลยนะที่ได้ย้อนกับไปดูสิ่งที่เราทำ และหาคำตอบว่าเราทำไปทำไมกัน"

ข่าวอื่นๆ