ข่าว

วิลเลี่ยน และ เปโดร ขยายสัญญา อยู่กับทีมต่อจนจบฤดูกาล 2019/20

วิลเลี่ยนและเปโดรตกลงต่อสัญญากับสโมสรแบบระยะสั้น ทำให้ทั้งคู่จะเล่นให้เชลซีได้ต่อไปอีกจนจบฤดูกาลนี้ 

จากผลของการระบาดของไวรัสและการเลื่อนตารางการแข่งขันในฤดูกาลนี้ออกไปจนจบช้ากว่าปกติ สโมสรในพรีเมียร์ลีกต่างตกลงกันว่าจะเสนอสัญญาระยะสั้นให้กับนักเตะที่กำลังจะหมดสัญญาในตอนสิ้นเดือนนี้

วิลเลี่ยนและเปโดร คือสองนักเตะเชลซีที่อยู่ในข่ายนั้น ทั้งคู่ได้ตกลงกับสโมสรแล้วว่าจะต่อสัญญาไปจนจบฤดูกาลนี้ หมายความว่าทั้งสองคนจะลงเล่นให้เราได้ไปจนจบฤดูกาล 2019/20 ทั้งในพรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และแชมป์เปี้ยนส์ ลีกด้วย

วิลเลี่ยนลงเล่นให้ทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ดไปหลายนัดในฤดูกาลนี้ โดยลงเล่นไป 38 นัดในทุกรายการ ยิงไป 7 ประตูและจ่ายให้เพื่อนยิงอีก 6 ครั้ง และช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา เขาลงเล่นให้เชลซีครบ 300 นัดในปีที่ 7 ของเจ้าตัวกับทีมในลอนดอนตะวันตก

ดาวเตะวัย 31 ปีรายนี้ลงเล่นในเกมลีกครบทุกนัดในฤดูกาลนี้ ยกเว้นแค่เกมแรกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เนื่องจากบาดเจ็บ เขามักจะลงเล่นในตำแหน่งปีกขวาในทีมของแลมพาร์ด แต่บางครั้งก็ได้ลงเล่นในฝั่งซ้าย หรือตัวกลางหลังสไตรเกอร์

วิลเลี่ยนยิงประตูได้จากนอกกรอบในเกมสองนัดสุดท้ายก่อนล็อคดาวน์ คือเกมชนะลิเวอร์พูลและเอฟเวอร์ตัน ทั้งยังยิงอีกสองประตูในเกมเยือนท็อตแน่มเมื่อเดือนธันวาคมด้วย

แลมพาร์ดเองก็ได้พูดถึงการเป็นแบบอย่างที่ดีของวิลเลี่ยน ที่มีผลกับนักเตะดาวรุ่งในทีมที่อยู่รอบตัวด้วย

ย้อนไปเมื่อเดือนมีนาคม แฟรงค์ แลมพาร์ดบอกว่าเปโดรเป็นนักเตะที่จะมีบทบาทสำคัญในฤดูกาลนี้ และตอนนี้บอสของเราจะมีแข้งสเปนผู้มากประสบการณ์ให้ได้ใช้งานตลอดช่วงการแข่งขันที่เหลือ

จนถึงตอนนี้เปโดรลงเล่นไปแล้ว 18 นัดในฤดูกาลนี้ เป็นตัวจริง 13 นัด ยิงไป 2 ประตู รวมประตูในเกมพบเอฟเวอร์ตันด้วย อีกประตูคือลูกจุดโทษในเกมพบกริมสบี้ ซึ่งเป็นเกมที่เขาได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมเชลซีครั้งแรกด้วย

นักเตะวัย 32 ปีลงเล่นครบทุกนาทีในเกมเปิดฤดูกาลสามนัด ก่อนจะเจ็บแฮมสตริงไปในช่วงวอร์มอัพที่แคร์โรว โร้ด ทำให้เขาต้องนั่งข้างสนามไปเป็นเดือน

แม้ว่าจะต้องรอจนถึงปีใหม่กว่าที่เขาจะได้ลงเล่นเต็ม 90 นาทีอีกครั้ง แต่เขาก็ยังคงเป็นนักเตะกำลังสำคัญ จากคาแร็คเตอร์ที่ยอดเยี่ยมในทีมของแลมพาร์ด โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านที่มีดาวรุ่งกำลังขึ้นมาสร้างทีมทีมอยู่ในตอนนี้ ผลงานในเกมที่เจอกับลิเวอร์พูลและเอฟเวอร์ตันในช่วงก่อนล็อคดาวน์แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาทำอะไรได้บ้างเมื่ออยู่ในสนาม

ข่าวอื่นๆ