ข่าว

แลมพาร์ด กับโอกาสในการสับเปลี่ยนนักเตะในเกมเอฟเอ คัพ พร้อมแนะพูลิซิชให้ตั้งเป้าสูงเข้าไว้

ขณะที่การแข่งขันต่อคิวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แฟรงค์ แลมพาร์ดรู้ดีว่าความแข็งแกร่งของทีมมีความสำคัญมากแค่ไหนสำหรับช่วงหลายสัปดาห์ที่จะถึงนี้ เริ่มต้นด้วยเกมเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดพบเลสเตอร์ ซิตี้

ช่วงเวลาหลังจากที่ผ่านเกมพบแมนเชสเตอร์ ซิตี้มาจนถึงเกมที่คิง เพาเวอร์คืนนี้อาจจะห่างกันไม่นาน ทำให้ชัดเจนว่าแลมพาร์ดต้องพิจารณาการเลือกนักเตะลงสนามในแต่ละเกมให้ดี

“เราต้องคิดให้ดีว่าควรสับเปลี่ยนตัวนักเตะยังไงเพื่อที่จะรักษาความสดของนักเตะในทีม” แลมพาร์ดบอก

“เป็นเรื่องดีนะที่ผมได้เลือกนักเตะบ้าง โดยเฉพาะในบางตำแหน่งของสนาม เราไม่ได้มีนักเตะที่มากเกินในทุกตำแหน่ง และนั่นคือสิ่งที่เราต้องประเมินอีกทีหลังจบฤดูกาล แต่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ เราจำเป็นต้องใช้ทุกศักยภาพที่เรามี”

“เราโชคดีที่มีนักเตะหลายคนฟิตพร้อม ต่างจากตอนก่อนล็อคดาวน์ ผมต้องการอะไรหลายๆ อย่างจากทุกคนในทีม สิ่งสำคัญคือนักเตะที่ไม่ได้ลงเล่นในเกมพบซิตี้หรือวิลล่ายังคงฟิตพร้อมลงสนาม เพราะเราต้องการให้นักเตะพร้อมมากที่สุด”

“เราอยู่ในช่วงปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน และแน่นอนว่าเราโฟกัสที่ลีกเป็นหลักในตอนนี้ แต่เมื่อเป็นเชลซี ไม่สำคัญว่าจะอยู่ในรอบไหนของรายการ เราอยากที่จะผ่านเข้าไปแข่งในเวมบลีย์และคว้าแชมป์ให้ได้เสมอ” แลมพาร์ดกล่าวเสริม

“เรากำลังสร้างทีม ทำงานกันเต็มที่ มันคงไม่ง่ายที่จะคว้าแชมป์รายการนี้ แต่จากทีมที่เรามี บวกกับความรู้สึกที่ดีในทีมตอนนี้ เราต้องเดินหน้าต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่ถูกต้อง”

แลมพาร์ดรู้ดีถึงคุณค่าของการที่ทีมได้คว้าแชมป์รายการแรกด้วยกันดี จากช่วงเวลาที่เคยเล่นในสแตมฟอร์ด บริดจ์ และเขาก็หวังว่ามันจะเกิดขึ้นอีกครั้งในเอฟเอ คัพ ฤดูกาลนี้

หนึ่งในนักเตะที่เคยคว้าแชมป์บอลถ้วยในประเทศมาก่อนหน้านี้คือคริสเตียน พูลิซิช ผู้คว้าแชมป์รายการ DFB-Pokal ของเยอรมนีในปี 2017 ด้วยวัยเพียง 18 ปี เขาลงเป็นตัวสำรองในเกมรอบรองชนะเลิศนัดพบบาเยิร์น มิวนิค และประสบความสำเร็จอีกครั้งในเกมพบไอน์ทรัคต์ แฟรงค์เฟิร์ต ช่วยให้โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์รายการใหญ่ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี

พูลิซิช วัย 21 ปี กำลังอยู่ในชุดเชลซีตอนนี้ และเป็นผู้ที่ทำผลงานได้โดดเด่นมาตั้งแต่ฟุตบอลกลับมาแข่งอีกครั้ง ยิงประตูได้ทั้งสองเกมที่ผ่านมา แลมพาร์ดไม่สงสัยเลยว่าเขาจะทะยานสู่การเป็นนักเตะระดับท็อปได้แน่นอน แต่ย้ำว่าดาวเตะอเมริกันต้องไม่เหลิงและพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ”

“เขาก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วตั้งแต่อายุยังน้อยตอนอยู่ที่เยอรมนี และเขาก็ย้ายมาอยู่กับเรา เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลยนะ ความคาดหวังมันก็สูงขึ้นตามมาด้วย แต่เราต้องเอาอายุของเขามาคิดด้วย”

“แต่เรื่องที่ไม่ต้องสงสัยเลยคือศักยภาพของเขา เรามองเห็นมาตลอด เขากระตือรือร้นที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ต้องการลงสนามตลอดเวลาเพราะเขาคิดถึงช่วงเวลานั้นจากตอนที่บาดเจ็บไป”

“หากเขาอยากเรียนรู้และเขาได้เรียนรู้ อะไรหลายๆ อย่างแล้ว และเมื่อเรามองดูนักเตะที่มีพัฒนาการก้าวกระโดดแบบเดียวกับเขาหลายๆ คนอย่างราฮีม สเตอร์ลิ่ง, โม ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ มันสำคัญมากเลยที่เขาต้องเข้าใจว่าตัวเองจำเป็นต้องทำอะไรเพื่อให้ก้าวกระโดดได้เหมือนกับนักเตะเหล่านั้น”

“แน่นอนว่าเขามีพรสวรรค์ และเขาจำเป็นต้องไปให้ถึงจุดนั้น ผมดีใจนะที่มีเขาอยู่ในทีม เขาทำงานหนักในทุกวันและยังมีเป้าหมายที่จะไปให้ใกลที่สุดเท่าที่จะไปได้ด้วย”

ข่าวอื่นๆ