รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เลสเตอร์ 0-1 เชลซี

รอสส์ บาร์คลี่ย์ ยังคงรักษาผลงานอันร้อนแรงในการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพฤดูกาลนี้ โดยลุกจากม้านั่งมายิงประตูชัยพาเชลซีทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ

ในเกมที่สูสี ระหว่างทีมอันดับ 3 และ 4 ของพรีเมียร์ ลีก แฟรงค์ แลมพาร์ด สามารถพอใจกับอิมแพ็คต์ในการตัดสินใจเปลี่ยนตัวช่วงพักครึ่งของเขา โดยมอบโอกาสให้มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษเป็น 1 ใน 3 นักเตะที่ได้ลงสนามตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง

บาร์คลี่ย์ ในวัย 26 ปี ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีในการมีบทบาทสำคัญ โดยเข้าชาร์จลูกครอสของ วิลเลี่ยน ทำให้สิงห์บลูส์เป็นฝ่ายออกนำไปก่อน

ฟอร์มของพวกเราในครึ่งแรกถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน แต่หลังพักเบรคสามารถพัฒนาได้ดีขึ้นเยอะ และตีตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ซึ่งจะแข่งขันที่เวมบลีย์ในอาทิตย์ของวันที่ 18/19 กรกฎาคม

วิลเลี่ยน โชว์ฟอร์มเก่งด้วยการแอสซิสต์

ครึ่งแรก

แม้เอฟเอ คัพจะแข่งขันมาแล้วถึง 148 ปี แต่ยังมีสิ่งแรกเกิดขึ้นในทัวร์นาเม้นต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยการลงเล่นรอบก่อนรองชนะเลิศในสนามไร้คนดูครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับเชลซี ที่ครองแชมป์มาแล้ว 8 สมัย

ทางเลสเตอร์ได้โอกาสทักทายก่อนการแข่งขันเริ่มมาได้ครู่เดียว โดยเป็นจังหวะที่ บาร์นส์ ตัดบอลจาก บิลลี่ กิลมอร์ จากนั้นเล่น 1-2 กับ เจมี่ วาร์ดี้ ก่อนหลุดเดี่ยวแต่แตะบอลยาวถูกแนวรับของเราบังไว้ได้

ก็องเต้ ลงตัวจริงพบอดีตต้นสังกัดของเขา

นาทีที่ 20 ทางเจ้าบ้านมาได้ลุ้นอีกรอบ โดย ยูรี ทีเลอม็องส์ กองกลางชาวเบลเจี้ยนตัดบอลขวางสนามของ กิลมอร์ ก่อนลากเข้าไปยิงด้วยตัวเอง แต่ วิลลี่ กาบาเยโร่ ที่วันนี้ได้ลงเฝ้าเสาตัวจริงแทน เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ปัดออกหลังไปได้

การแข่งขันผ่านมาครึ่งชั่วโมง เชลซี ตอบโต้คืนบ้างโดยเป็นจังหวะที่ คริสเตียน พูลิซิช ได้บอลในกรอบเขตโทษ ก่อนจะยิงจ่อ ๆ แต่ทิศทางไปตรงตัวของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ทำให้นายด่านชาวเดนนิชปัดออกหลัง

โอกาสสุดท้ายก่อนหมดครึ่งแรก เป็น เจมี่ วาร์ดี้ ที่หลุดเดียวแล้วยิงผ่านมือ กาบาเยโร่ แต่ยังไม่เฉียบคมมากพอจนหลุดเสาออกไป

กัปตันอเมริกา ยังเล่นได้อย่างโดดเด่นเช่นเดิม

ครึ่งหลัง

จากผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานในครึ่งแรกทำให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ไม่อยู่เฉย โดนตัดสินใจเปลี่ยนตัวทีเดียว 3 คนรวด เป็น เมาท์, กิลมอร์ และ เจมส์ ที่ต้องหลีกทางให้ บาร์คลี่ย์, โควาซิช และ อัซปิลิเกวต้า

นาทีที่ 55 แฟนบอลสิงห์บลูส์ทางบ้านอาจต้องเฮกันเก้อ โดย พูลิซิช แทงบอลทะลุช่องให้ แทมมี่ อับราฮัม หลุดเข้าไปกดด้วยซ้าย แม้บอลจะซุกตาข่ายอย่างสวยงาม แต่ดาวยิงร่างโย่งโดนไลน์แมนจับล้ำหน้าไปก่อน

เชลซีมาได้ประตูสุดสำคัญในนาทีที่ 63 และก็เป็น บาร์คลี่ย์ ที่ตอบแทนความไว้ใจของ แลมพาร์ด จากจังหวะเติมเกมมาในกรอบเขตโทษ แล้วเข้าชาร์จลูกครอสของ วิลเลี่ยน ผ่านมือ ชไมเคิ่ล เข้าไปตุงตาข่าย

บาร์คลี่ย์ กับจังหวะยิงประตูขึ้นนำ

หลังเสียประตูขึ้นนำทาง "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" ลุยทวงประตูตีเสมออย่างหนัก แต่แนวรับของพวกเรายังคงไว้ใจได้

นาทีที่ 89 ของการแข่งขัน สิงห์บลูส์ ได้โอกาสเคาเตอร์แอทแทค และก็เป็น บาร์คลี่ย์ ที่ได้ยิงด้วยเท้าขวาข้างถนัด แต่ ชไมเคิ่ล โชว์ซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

สิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลา เชลซี ทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอ คัพได้สำเร็จ!

กาบาเยโร่ ดีดตัวเซฟ

นิมิตหมายอันดีในการเจอกับเลสเตอร์โปรแกรมเอฟเอ คัพ

เรามีสถิติที่ดีในการบุกเยือนถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เพื่อลงแข่งขันในรอบก่อนรองชนะเลิศ โดย เชลซี สามารถผ่านเข้ารอบได้ตลอด 6 ครั้งหลังสุดที่ดวลแข้งกับจิ้งจอกสีน้ำเงินในศึกเอฟเอ คัพ ซึ่ง 4 ครั้งหลังสุดที่ปราบพวกเขา สิงห์บลูส์ กรุยทางไปถึงรอบชิงชนะเลิศและชูถ้วยแชมป์ได้สำเร็จ

ตอนนี้เราต้องการชัยชนะอีกเพียง 2 นัด ก็จะคว้าแชมป์บอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดเป็นสมัยที่ 9 โดยการผ่านมาถึงรอบตัดเชือกหนนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 จาก 4 ฤดูกาล และไม่มีสโมสรใดที่มีสถิติดีกว่าพวกเราตลอด 19 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเชลซี ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้ถึง 10 ครั้ง

โรเตชั่นรับบอลถ้วย

กับโปรแกรมการแข่งขันที่แน่นเอี๊ยดเพราะความล่าช้าที่ฤดูกาลต้องเลื่อนแข่งขัน แลมพาร์ด ใช้ประโยชน์จากขุมกำลังของเราในเกมบุกเยือนคู่แข่ง และปรับทัพ 6 ตำแหน่งจากชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

แทมมี่ อับราฮัม ออกสตาร์ตครั้งแรกนับตั้งแต่เป็นผู้นำในเกมรุกที่สนามแห่งนี้เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นนัดที่เสมอกัน 2-2 โดย โทนี่ รูดิเกอร์ ซัดเบิ้ล ปราการหลังชาวเยอรมันเป็น 1 ใน 5 นักเตะที่รักษาตำแหน่งตัวจริงไว้ได้ โดยมี เคิร์ต ซูม่า ยืนจับคู่เป็นเซ็นเตอร์แบ็ค

เกมต่อไป?

แทบจะไม่มีเวลาให้ได้พักหายใจกันเลย เพราะเราจะกลับไปลงแข่งขันพรีเมียร์ ลีกในวันพุธนี้ โดยต้องบุกไปเยือนเวสต์ แฮม ที่ลอนดอน สเตเดี้ยม เกมจะเตะในเวลา 02:15 น. จากนั้นเชลซีจะได้กลับไปเฝ้าเดอะ บริดจ์เพื่อแข่งขันกับวัตฟอร์ดในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม
 

เชลซี กาบาเยโร่; เจมส์ (อัซปิลิเกวต้า h/t), ซูม่า, รูดิเกอร์, เอแมร์ซอน; ก็องเต้, กิลมอร์ (โควาซิช h/t); วิลเลี่ยน (c) (เปโร 78), เมาท์ (บาร์คลี่ย์ h/t), พูลิซิช (ลอฟตัส-ชีค 72); อับราฮัม
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เกปา, อลอนโซ่, จอร์จินโญ่, บัตซูอายี่
ผู้ทำประตู บาร์คลี่ย์ 63

เลสเตอร์ ซิตี้ ชไมเคิ่ล; จัสติน, โซยุนชู, อีแวนส์, ชิลเวลล์; ทีเลอม็องส์, เอ็นดีดี้; เปเรซ (อัลไบรท์ตัน 57), แพรต (เชาดูรี่ 57), บาร์นส์ (เกรย์ 76); วาร์ดี้
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม วอร์ด, มอร์แกน, ฟุคส์, เบนเน็ตต์, เมนดี้, อิเฮียนาโช่
ใบเหลือง โซยุนชู 23

ผู้ตัดสิน ไมค์ ดีน

ข่าวอื่นๆ