บทวิเคราะห์

บาร์คลี่ย์ เผย แลมพาร์ด เป็นแรงบันดาลใจในการทำประตูชัยของเขา

รอสส์ บาร์คลี่ย์ เปิดเผยถึงคำแนะนำของ แฟรงค์ แลมพาร์ด และการเว้นระยะห่างทางสังคม ที่ช่วยให้เขาลุกจากม้านั่งสำรองมายิงประตูสำคัญใส่เลสเตอร์ ซิตี้

บาร์คลี่ย์ เป็น 1 ใน 3 ตัวสำรองที่ถูก แลมพาร์ด เปลี่ยนลงสนามช่วงพักครึ่งเวลาที่คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม โดยผลงานของเรากระเตื้องขึ้นในช่วงครึ่งหลังจนเป็นฝ่ายคว้าชัย 1-0 และผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เวมบลีย์

ประตูของกองกลางทีมชาติอังกฤษ เป็นภาพที่เราคุ้นเคยจากตัวเฮดโค้ชสมัยที่เขาเป็นนักเตะและลงเล่นให้เชลซี โดยกะจังหวะการเติมเกมเข้าไปในกรอบเขตโทษได้อย่างเพอร์เฟ็คต์ และจบสกอร์จากลูกครอสเข้าไปตุงตาข่าย

คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่คุณสมบัตินี้จะเป็นสิ่งที่ แลมพาร์ด ต้องการให้นักเตะของเขาฝึกฝนในการฝึกซ้อมที่ค็อบแฮม

'เจ้านายคอยกระตุ้นอยู่ครับ เขาชอบให้มิดฟิลด์เติมเกมเข้าไปในเขตโทษ' บาร์คลี่ย์ แจง 'แต่ไม่ใช่แค่นั้นนะ ในการซ้อมทุกวันกับจังหวะเติมเข้ากรอบหลายครั้ง เขากระตุ้นและมอบคำแนะนำให้กับเรา การแข่งขันนัดนี้มันได้ผลสำหรับผม กองกลางคนใดก็ตามที่ลงเล่นให้พวกเราและเติบเกมเข้ากรอบก็จะยิงประตูได้'

ดาวเตะหมายเลข 8 ของเรายังเผยด้วยว่า ที่นั่งซึ่งมีมุมมองสูงบนอัฒจันทร์ระหว่างการแข่งขันจากนโยบายการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้เขามองเห็นจุดอ่อนในแผงแนวรับของเลสเตอร์ก่อนจะได้ลงสนามเสียอีก

'การดูเกมจากข้างสนาม มันสร้างความได้เปรียบที่ได้สอดส่องการเล่นจากบนอัฒจันทร์เพราะว่าคุณมองเห็นพื้นที่ พอลงมาครึ่งหลังผมรู้เลยว่ามีที่ว่างอยู่บริเวณกรอบเขตโทษ

'ประตูของผม วิลเลี่ยน ครอสบอลได้ยอดเยี่ยมมากและเราก็มีโอกาสอื่น ๆ อยู่บ้าง การผ่านบอลจังหวะสุดท้ายของตัวผมกับนักเตะคนอื่นอาจจะไม่ดีที่สุด แต่ในครึ่งหลังพวกเราสร้างโอกาสเยอะขึ้นและดูมุ่งมั่นมากกว่า' เขาเสริมก่อนเปิดเผยถึงข้อความที่ แลมพาร์ด มอบให้เหล่าตัวสำรองในช่วงพักครึ่ง

'เขาแค่บอกให้ลงไปช่วยทีมคว้าชัยชนะครับ คอยสั่งการในสนาม ยกระดับจังหวะการเล่นและพยายามทำให้เรื่องต่าง ๆ เกิดขึ้นเพราะเห็นได้ชัดเลยว่าครึ่งแรกพวกเราเล่นกันได้ไม่ดีพอ แต่สุดท้ายพวกเราสามารถคว้าชัยชนะซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และผมคิดว่าเราเล่นได้ดีกว่าครึ่งแรกนิดหน่อย'

การทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศศึกเอฟเอ คัพครั้งนี้ ทำให้ทีมของเรายืดสถิติการคว้าชัยชนะจากทุกรายการเป็น 5 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องย้อนไปตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมก่อนที่ฤดูกาลแข่งขันจะต้องหยุดชะงัก สิ่งดังกล่าวได้รวมถึงชัยชนะ 2 นัดในศึกเอฟเอ คัพ เหนือทีมท็อปทรีจากพรีเมียร์ ลีก

'นี่คือหลักความคิดของสโมสรและผู้จัดการทีมตั้งแต่เขากลับมาเลย เขาอยากชนะให้ได้ทุกนัดและมันก็เป็นบอลถ้วยด้วย เชลซีเป็นสโมสรขนาดใหญ่ เราคว้าโทรฟี่กันได้ทุกปี ทุกคนมีความมุ่งมั่นในการแข่งขันเอฟเอ คัพทุกนัด

'แม้กระทั่งก่อนช่วงล็อคดาวน์เราก็มีผลการแข่งขันที่วิเศษในการเจอกับทีมใหญ่ ๆ ตั้งแต่กลับมาลงแข่งขันพวกเราเอาชนะแมนฯ ซิตี้ ในนัดกลางสัปดาห์ ส่วนการเยือนเลสเตอร์ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับทีมที่วิเศษพวกเราก็คว้าชัยได้ สิ่งนี้ได้มอบความมั่นใจให้กับเราและหวังว่าเราจะสานมันต่อไปได้'

ข่าวอื่นๆ