รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เชลซี 3-0 วัตฟอร์ด

ประตูจากโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, วิลเลี่ยน และ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ช่วยให้สิงห์บลูส์เก็บชัยชนะนัดที่ 4 ในบ้านติดต่อกันสำหรับการแข่งขันพรีเมียร์ ลีก พร้อมทวงคืนตำแหน่งท็อปโฟร์กลับมาเรียบร้อย

ถือเป็นค่ำคืนในสแตมฟอร์ด บริดจ์ซึ่งพวกเราไม่ต้องลุ้นเหนื่อยมากนัก โดยผลการแข่งขันค่อนข้างแน่นอนนับตั้งแต่ ชิรูด์ ยิงประตูให้ทีมขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 28 กลายเป็นประตูที่ 5 ในฤดูกาลนี้ของเขา ซึ่งถือเป็นลูกที่ 4 จากการลงเล่นเกมลีก 7 นัด

ในช่วงก่อนพักครึ่งเวลา วิลเลี่ยน มายิงจุดโทษช่วยให้ทีมหนีห่างหลังจาก คริสเตียน พูลิซิช ที่เล่นได้อย่างจี๊ดจ๊าดโดนชนล้มลงในกรอบเขตโทษ แข้งบราซิเลี่ยนถือเป็นนักเตะเชลซีคนแรกที่ยิงจากระยะ 12 หลาได้ 3 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ ลีก

ช่วงครึ่งหลัง ชิรูด์, พูลิซิช และ วิลเลี่ยน เกือบบวกประตูให้กับทีมเพิ่มได้ ก่อนที่ บาร์คลี่ย์ จะมาทำแบบนั้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ด้วยการจบสกอร์จากการผ่านบอลของเซซาร์ อัซปิลิเกวต้าเข้าไปอย่างเด็ดขาด ปิดฉากค่ำคืนที่สมบูรณ์แบบให้ทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด การแข่งขันนัดถัดไปของพวกเราจะต้องบุกไปเยือนถิ่นเซลเฮิร์สต์ ปาร์คของคริสตัล พาเลซในคืนวันอังคารนี้

ชิรูด์ ฉลองประตูขึ้นนำ

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 15 - การแข่งขันในช่วงต้น "สิงห์บลูส์" ของเรายังเล่นตามสไตล์เดิม โดยเน้นการต่อบอลสั้น และเป็นฝ่ายครองเกมเหนือกว่าคู่แข่ง พร้อมกับพยายามสร้างโอกาสการทำประตู

นาทีที่ 19 - คริสเตียน พูลิซิช จ่ายบอลให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่วันนี้ลงเป็นตัวจริงแทน แทมมี่ อับราฮัม ได้ลองสับไก แต่ เบน ฟอสเตอร์ นายด่านทีมเยือนใช้เท้าสกัดบอลเอาไว้ได้

ชิรูด์ กับจังหวะกดประตูขึ้นนำ

นาทีที่ 28 - เชลซีเราได้ประตูขึ้นนำแล้ว โดยเริ่มจาก เมสัน เมาท์ ที่อัดบอลไปให้ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ก่อนมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษจะไหลทะลุช่องให้ ชิรูด์ วิ่งมาซัดแบบเล่นทางเข้าเสาไกล จน เบน ฟอสเตอร์ ทำได้เพียงใช้สายตาเซฟ

นาทีที่ 35 - หลังได้ประตูออกนำ พลพรรคสิงห์บลูส์ ยังไม่ผ่อนคันเร่ง โดยพยายามทำเกมรุกกดดันใส่ผู้มาเยือนเป็นระลอก

เป็นอีกครั้งที่ วิลเลี่ยน โชว์ความเฉียบคมจากระยะ 12 หลา

นาทีที่ 43 - ต้องปรบมือให้ คริสเตียน พูลิซิช ที่แสดงความอันตรายในทุก ๆ จังหวะที่ได้บอล คราวนี้เขาพยายามใช้ความคล่องแคล่วลากไปสุดเส้นหลังจนโดน กาปู วิ่งมาชนใส่ ก่อนที่ผู้ตัดสินจะแจกใบเหลืองและเป่าเป็นลูกจุดโทษ ทาง วิลเลี่ยน รับหน้าที่เพชฌฆาตยิงเข้าไปไม่เหลือ

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 50 - สถานการณ์การโดนหนีห่างเป็น 2-0 ทำให้ "แตนอาละวาด" ต้องพยายามทวงประตูคืนมา ซึ่งรูปเกมของพวกเขาต่างไปจากครึ่งแรกที่พยายามตั้งรับและรอโอกาสสวนกลับ

พูลิซิช เป็นหัวใจสำคัญช่วยให้เชลซีทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

นาทีที่ 68 - วิลเลี่ยน ขอลุ้นประตูอีกหนึ่งลูก จากจังหวะเลี้ยงตัดเข้าในผ่าน อิสไมล่า ซาร์ แล้วปั่นบอลกะให้พุ่งมุมเสาด้านขวา แต่ เบน ฟอสเตอร์ ยังไวปัดออกหลังเป็นลูกเตะมุม

นาทีที่ 72 - คราวนี้ทีมเยือนเป็นฝ่ายตอบโต้พวกเราบ้าง อิสไมล่า ซาร์ มีพื้นที่ทางกราบขวาก่อนหักเข้าในมาให้ แดนนี่ เวลเบ็ค แต่ คริสเตนเซ่น ยังมีสมาธิสกัดออกหลังไป

นาทีที่ 75 - ซูเปอร์ แฟรงค์ ทำการปรับทัพโดยส่ง รูเบน ลอฟตัส-ชีค, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และ แทมมี่ อับราฮัม ลงสนาม เป็น โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, เมสัน เมาท์ และ วิลเลี่ยน ที่หลีกทางให้

บาร์คลี่ย์ ซัดประตูปิดท้ายช่วยให้พวกเรากลับมาเก็บ 3 แต้มและทวงคืนอันดับ 4 จากแมนฯ ยูไนเต็ด

นาทีที่ 82 - วัตฟอร์ด เกือบได้ประตูตีตื้นในจังหวะที่ แดนนี่ เวลเบ็ค วิ่งตัดแนวรับไปดวลกับ เกปา แต่นายด่านชาวสแปนิชล้มตัวเซฟเอาไว้ได้สำเร็จ

นาทีที่ 90+2 - และเมื่อทำประตูไม่ได้ "แตนอาละวาด" ก็มาโดนเพิ่มก่อนจะสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลา โดย ลอฟตัส-ชีค พักบอลได้ดีก่อนป้ายไปให้ พูลิซิช ที่จ่ายต่อให้ อัซปิลิเกวต้า วิ่งโอเวอร์แล็ปขึ้นมาหักเข้าในให้ รอสส์ บาร์คลี่ย์ แต่งหนึ่งจังหวะก่อนยิงอัดด้วยซ้ายส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย

การจัดทัพ

หลังการปราชัยในนัดกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แลมพาร์ด เปลี่ยนแปลง 11 ตัวจริง 4 ตำแหน่ง โดยให้โอกาส เจมส์ และ ซูม่า ลงแทน มาร์กอส อลอนโซ่ กับ โทนี่ รูดิเกอร์ในแนวรับ ส่วนเมสัน เมาท์ ได้ลงเล่นแทนมาเตโอ โควาซิช ที่มีอาการบาดเจ็บ และชิรูด์ ลงมายืนหน้าเป้าแทน อับราฮัม

จุดโทษสมบูรณ์แบบ

นอกจากจุดโทษของ วิลเลี่ยน จะช่วยให้สิงห์บลูส์หนีห่าง 2-0 ลูกยิงของเขายังได้สร้างประวัติศาสตร์ทำให้ปีกหัวฟูกลายเป็นผู้เล่นเชลซีคนแรกที่ทำประตูจากการสังหารในระยะ 12 หลา 3 เกมติดในศึกพรีเมียร์ ลีก เขากลายเป็นนักเตะคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์การแข่งขันที่บรรลุสถิตินี้ โดยการยิงล่าสุดหมายความว่าเจ้าตัวทำประตูและแอสซิสต์รวมกัน 14 ครั้ง ในพรีเมียร์ ลีกซีซั่นนี้ มากกว่าฤดูกาลก่อน ๆ ที่เคยทำเอาไว้

วิลเลี่ยน ฉลองประตูร่วมกับกัปตัน

บทสรุปค่ำคืนนี้

กับการที่เลสเตอร์ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าชัยชนะได้ก่อนที่พวกเราลงสนามจึงมีความสำคัญที่เชลซีจะต้องเก็บ 3 แต้ม สิงห์บลูส์ ทำคะแนนไล่จี้ "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" ในอันดับ 3 เป็น 1 แต้มเช่นเดิม และกลับมานำแมนฯ ยูไนเต็ดในอันดับ 5 อยู่ 2 แต้ม สำหรับวูล์ฟส์ที่เปิดบ้านปราชัยให้อาร์เซนอลยังคงอยู่ในอันดับ 6 แต่ถูกเราทำแต้มทิ้งไปเป็น 5 คะแนน

เชลซี (4-3-3): เกปา; เจมส์, คริสเตนเซ่น, ซูม่า, อัซปิลิเกวต้า (c); บาร์คลี่ย์, ก็องเต้ (กิลมอร์ 78), เมาท์ (ลอฟตัส-ชีค 76); วิลเลี่ยน (ฮัดสัน-โอดอย 76), ชิรูด์ (อับราฮัม 76), พูลิซิช
สำรองไม่ได้ลงสนาม กาบาเยโร่, รูดิเกอร์, อลอนโซ่, จอร์จินโญ่, เปโดร
ผู้ทำประตู ชิรูด์ 28, วิลเลี่ยน (จุดโทษ) 43, บาร์คลี่ย์ 90+2

วัตฟอร์ด (4-2-3-1): ฟอสเตอร์; มาริอัปป้า, คาบาเซเล่, ดอว์สัน, ฟีมีเนีย(มาซิน่า 64); กาปู (เวลเบ็ค 58), ชาโลบาห์; ซาร์ (เปเรย์ร่า 83), ดูคูเร่ , ฮิวจ์ส; ดีนี่ย์ (c) (เคลฟเวอร์ลี่ย์ 64)
สำรองไม่ได้ลงสนาม โกเมส, แคธคาร์ธ, เปโดร, เกรย์, โฮเลบาส
ใบเหลือง กาปู 21, มาริอัปป้า 49

ข่าวอื่นๆ