บล็อก

นายใหญ่สิงห์อิตาเลี่ยน

จานลูก้า วิอัลลี่ อดีตนักเตะ-ผู้จัดการทีมเชลซี ฉลองวันเกิดอายุครบรอบ 56 ปีในวันนี้ (9 กรกฎาคม) และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระดังกล่าว เราจะย้อนไปดูช่วงเวลาที่เขาคุมทีมสิงห์บลูส์ รวมทั้งกุนซือชาวอิตาเลี่ยนอีก 5 คนที่ก้าวมารับตำแหน่งเฮดโค้ชที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

จานลูก้า วิอัลลี่

เข้ารับตำแหน่ง: กุมภาพันธ์ 1998
คุมทีม: 143 นัด (ชนะ 76, เสมอ 38, แพ้ 29)
เกียรติยศ: ลีก คัพ, คัพ วินเนอร์ส คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1998, เอฟเอ คัพ 2000

หลังย้ายเข้าร่วมทีมเชลซีในช่วงซัมเมอร์ ปี 1996 วิอัลลี่ รับตำแหน่งนักเตะ-ผู้จัดการทีม ต่อจาก รุด กุลลิต ในช่วงกลางฤดูกาล 1997/98 และประสบความสำเร็จทันที โดยนำพาสิงห์บลูส์คว้าแชมป์ลีก คัพ และคัพ วินเนอร์ส คัพภายใน 3 เดือนแรกที่นั่งเก้าอี้นายใหญ่

พวกเราคว้าแชมป์ซูเปอร์ ตัพ และจบในอันดับที่ 3 ของพรีเมียร์ ลีก (อันดับสูงสุดในรอบ 29 ปี) ในฤดูกาลถัดมา นอกจากนั้นยังได้ชูถ้วยเอฟเอ คัพ และทะลุถึงรอบก่อนรองชนะเลิศรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่น 1999/2000 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกที่พวกเราแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ดังกล่าว นั่นทำให้อดีตศูนย์หน้ารายนี้กลายเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของสโมสร ณ เวลานั้น

 

เคลาดิโอ รานิเอรี่

เข้ารับตำแหน่ง: กันยายน 2000
คุมทีม: 199 นัด (ชนะ 107, เสมอ 46, แพ้ 46)

หลังออกสตาร์ตฤดูกาล 2000/01 ได้ไม่น่าประทับใจนัก วิอัลลี่ ถูกแทนที่โดย รานิเอรี่ ซึ่งมาพร้อมกับประสบการณ์เต็มกระเป๋า ผ่านการคุมทีมดังมาแล้วมากมาย อาทิ ฟิออเรนติน่า, บาเลนเซีย และแอตเลติโก มาดริด

แม้สโมสรจะไม่สามารถคว้าแชมป์รายการเมเจอร์ใด ๆ ภายใต้การนำของ รานิเอรี่ แต่ช่วงเวลาของเขาในถิ่นเดอะ บริดจ์ถือว่ามีความสำคัญ เพราะ เดอะ ทิงเกอร์แมน เซ็นนักเตะคนสำคัญเข้าร่วมทีม เช่น แฟรงค์ แลมพาร์ด, วิลเลี่ยม กัลลาส และโคล้ด มาเกเลเล่ ก่อนพาทีมจบท็อปโฟร์ในฤดูกาล 2002/03 ทำให้ทีมผ่านเข้าไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นการส่งสารถึงการมาของ โรมัน อับราโมวิช เจ้าของสโมสรเชลซีคนใหม่

 

คาร์โล อันเชล็อตติ

เข้ารับตำแหน่ง: กรกฎาคม 2009
คุมทีม: 109 นัด (ชนะ 67, เสมอ 20, แพ้ 22)
เกียรติยศ: พรีเมียร์ ลีก, เอฟเอ คัพ 2010

อันเชล็อตติ สร้างประวัติศาสตร์กับเชลซีในปี 2010 ตอนที่เขากลายเป็นโค้ชคนแรกที่พาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ ภายใต้การนำของอดีตกุนซือทีมเอซี มิลาน “สิงห์บลูส์” เล่นฟุตบอลเกมรุกได้อย่างสนุกและเร้าใจ โดยเรากลายเป็นสโมสรแรกที่ยิงประตูเกิน 100 ลูกในพรีเมียร์ ลีก และโชว์ฟอร์มสุดโหดเถลิงแชมป์ลีกสูงสุดด้วยการไล่ถล่มวีแกน 8-0 ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล

ชัยชนะ 1-0 เหนือพอร์ตสมัธในศึกเอฟเอ คัพรอบชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น ทำให้ซีซั่นดังกล่าวเป็นปีที่น่าจดจำ เพราะสิงห์บลูส์กลายเป็นสโมสรที่ 7 ที่สามารถคว้าถ้วยรางวัลรายการเมเจอร์ในประเทศทั้งสองใบ (พรีเมียร์ ลีก และเอฟเอ คัพ) ในซีซั่นเดียวกัน


โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ

เข้ารับตำแหน่ง: มีนาคม 2012
คุมทีม: 42 นัด (ชนะ 24, เสมอ 9, แพ้ 9)
เกียรติยศ: แชมเปี้ยนส์ ลีก, เอฟเอ คัพ 2012

ช่วงเวลาการคุมทีมของ ดิ มัตเตโอ กับเชลซีมีอยู่แค่ 8 เดือนเท่านั้น แต่อดีตกองกลางสิงห์บลูส์ พาสโมสรสัมผัสความยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์รายการเมเจอร์ 2 ใบ

เดอะ บลูส์ ฟาดแชมป์เอฟเอ คัพสมัยที่ 7 หลังผ่านท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ในรอบรองชนะเลิศ ก่อนปราบลิเวอร์พูลในรอบชิงชนะเลิศ แต่พวกเราสร้างความยิ่งใหญ่มากไปกว่านั้นด้วยการชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีกสมัยแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ด้วยการเอาชนะบาเยิร์น มิวนิคในรอบชิงดำที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวอันแสนดราม่า


อันโตนิโอ คอนเต้

เข้ารับตำแหน่ง: กรกฎาคม 2016
คุมทีม: 106 นัด (ชนะ 69, เสมอ 17, แพ้ 20)
เกียรติยศ: พรีเมียร์ ลีก 2017, เอฟเอ คัพ 2018

อันโตนิโอ คอนเต้ เข้ารับตำแหน่งเฮดโค้ชของทีมหลังจากสิงห์บลูส์ จบฤดูกาลที่แล้วได้อย่างน่าผิดหวังในอันดับที่ 10 ของพรีเมียร์ ลีก แต่หนุ่มใหญ่ผู้นี้เข้ามากอบกู้ปลุกปั้นทีมจนคว้าแชมป์ลีกในซีซั่น 2016/17 พร้อมกับทำสถิติเก็บชัยชนะรวด 13 นัดตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงธันวาคม

แม้เชลซีจะไม่สามารถรักษาแชมป์ลีกเอาไว้ได้ในฤดูกาลถัดมา แต่เราได้ลิ้มรสความสำเร็จด้วยการชูถ้วยเอฟเอ คัพสมัยที่ 8 ของสโมสรด้วยการเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ


เมาริซิโอ้ ซาร์รี่

เข้ารับตำแหน่ง: กรกฎาคม 2018
คุมทีม: 63 นัด (ชนะ 39, เสมอ 13, แพ้ 11)
เกียรติยศ: ยูโรป้า ลีก 2019

เมาริซิโอ้ ซาร์รี่ เข้าคุมทีมในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ในฤดูร้อนของปี 2018 และในการทำงานกับสโมสรฤดูกาลเดียว เขาคว้าแชมป์รายการเมเจอร์ใบแรกในอาชีพกุนซือโดยพาพวกเราคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก ด้วยชัยชนะอันน่าจดจำ ด้วยการไล่ยิงอาร์เซนอล 4-1 ในรอบชิงชนะเลิศ

นอกจากนี้เรายังจบในอันดับที่ 3 ของลีกและคว้าตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมกับเกือบคว้าแชมป์ลีก คัพ แต่พลาดท่าในรอบชิงชนะเลิศในการดวลจุดโทษกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ข่าวอื่นๆ