สัมภาษณ์

แลมพาร์ด เผยอาการ กิลมอร์ หลังผ่าตัด พร้อมคาดหวังถึงการตอบสนองจากนักเตะในคืนนี้

แฟรงค์ แลมพาร์ด อัปเดตอาการบาดเจ็บของ บิลลี่ กิลมอร์ พร้อมอธิบายเหตุผลที่เขาต้องการการตอบสนองครั้งใหญ่จากนักเตะในเกมกับนอริช

กิลมอร์ ต้องเข้ารับการผ่าตัดหลังได้รับบาดเจ็บบริเวณกระดูกอ่อนที่หัวเข่าจากเกมเฉือนชนะคริสตัล พาเลซ 3-2 โดย แลมพาร์ด ยืนยันว่าการรักษาเป็นไปอย่างดี และไม่มีความกังวลเรื่องความสามารถที่ดาวรุ่งรายนี้จะฟื้นฟูร่างกายกลับมาอย่างสมบูรณ์

'กับ บิลลี่ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี' แลมพาร์ด กล่าว 'เมื่อวันอาทิตย์เขามาที่สนามซ้อมพร้อมกับไม้เท้า มันเป็นไปด้วยดีเท่าที่จะสามารถเป็นได้ และตอนนี้เขาก็จะพักรักษาตัว คุณแม่ของเขาเดินทางลงมาช่วยดูแล อาจจะเป็นการปรุงอาหารและการทำความสะอาดต่าง ๆ นา ๆ ผมมั่นใจว่าคุณแม่และคุณพ่อของเขาจะจัดการเรื่องพวกนั้น อย่างที่ผมเรียนไปตอนที่เขาได้รับบาดเจ็บ ผมมั่นใจว่า บิลลี่ จะทำทุกอย่างอย่างเหมาะสม และเราก็มาหวังกันว่าเขาจะกลับมาได้โดยเร็วที่สุด'

เฮดโค้ชของเรายังได้กล่าวถึงการแข่งขันนัดถัดไปกับนอริช ซิตี้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และความจำเป็นที่นักเตะจะต้องโชว์ฟอร์มอันแข็งแกร่ง หลังเพิ่งบุกไปพ่ายให้กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

'ผมคาดหวังถึงการแก้ตัวนะ ผมรู้สึกเสมอกับขุมกำลังที่เรามี กับนักเตะที่ออกไปเล่นแบบยืมตัวและอายุยังน้อย เราจะเจอกับช่วงเวลาที่ลำบากในฤดูกาลนี้ มันสำคัญมากที่เราจะไม่ไปเกลือกกลิ้งกับความอับอายแบบว่า "โอ้พระเจ้า พวกเราแพ้ให้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-0" สิ่งสำคัญคือวิธีการตอบสนองและผมก็คาดหวังสิ่งดังกล่าวจากนักเตะในค่ำคืนนี้

'เรามีลักษณะนิสัยที่โดดเด่น นักเตะของเราจะแสดงออกมาให้เห็นในค่ำคืนนี้ พวกเขาต้องยืนหยัด พวกเขาต้องแสดงคุณภาพซึ่งถูกโชว์ออกมาในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของฤดูกาล ผมเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะทำแบบนั้นและเพราะว่าเราใกล้เดินถึงจุดจบแล้ว มันสำคัญมากที่พวกเขาจะต้องแสดงออกมาให้เห็น'

นอกจากลักษณะนิสัยอันโดดเด่นในขุมกำลัง แลมพาร์ด ได้อธิบายถึงความสำคัญสำหรับนักเตะที่จะต้องก้าวขึ้นมา และแสดงผลงานให้เห็นในสนาม โดยคอยตะโกนให้เสียงกัน พร้อมแสดงความมุ่งมั่นเพื่อช่วยทีมคว้าชัยชนะ

'มันสำคัญมาก' เขากล่าวเสริม 'ความสำคัญด้านจิตใจและทัศนคติมันไม่ใช่เรื่องที่ถูกกล่าวเกินจริง เมื่อคุณพูดถึงนักเตะภายในทีม มันง่ายและธรรมดามากที่เราจะมองเฉพาะเรื่องของพรสวรรค์ แต่คุณต้องมองถึงแคแร็คเตอร์และทัศนคติภายในทีมด้วย ผมคิดว่านี่คือบางอย่างที่เราสามารถพัฒนาได้

'นักเตะดาวรุ่งสามารถส่งเสียงกันได้มากขึ้น พวกเขาสามารถเติบโตได้มากขึ้นระหว่างที่เวลาผ่านไปในฤดูกาล นักเตะสามารถแบกความรับผิดชอบในการช่วยทีมได้มากขึ้นเช่นกัน เราอยู่ในตำแหน่งที่ดีแต่แน่นอนว่าเราพัฒนาได้ ในระหว่างโมเม้นต์เช่นนี้และช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้ซึ่งมีหลายอย่างเป็นเดิมพัน ก็ถึงเวลาแล้วที่นักเตะจะต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น

'ผมคิดว่ามันเป็นหนึ่งในเรื่องง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ในสนาม คอยช่วยเพื่อนร่วมทีม คอยช่วยตัวเอง คอยช่วยทุกคนด้วยการส่งเสียงและผลักดันคนที่อยู่ข้าง ๆ ป้อนข้อมูลให้กัน สื่อสารกัน เราทำเรื่องนี้ไม่พอ เราต้องทำให้ดีขึ้นและนั่นคือสิ่งที่ผมพยายามฝึกฝนให้กับนักเตะ

'ผมจำได้ผมเคยถูกสอนสมัยเป็นดาวรุ่งว่าต้องคอยสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมและร้องขอบอล คอยสนับสนุนคนอื่น นอกสนามคุณอยากจะเงียบแค่ไหนคุณสามารถทำได้ เรามีนักเตะที่ไม่ค่อยพูดและชอบอยู่กับตัวเอง แต่สิ่งดังกล่าวต้องหายไปยามที่คุณก้าวเท้าลงเล่นในสนาม

'อยู่ในสนามแล้วพวกเขาต้องร้องขอบอล พวกเขาต้องมีแคแร็คเตอร์และมีสปิริตในการพูดคุยกับผู้คนรอบกาย แต่บางครั้งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อนักเตะมีนิสัยที่ไม่ค่อยพูดเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว นี่คือบางอย่างที่พวกเราต้องปรับปรุง'

ข่าวอื่นๆ