สัมภาษณ์

โซล่า กับแมตช์ที่ชอบที่สุดในเอฟเอ คัพ, ทักษะการยิงฟรีคิกชั้นเซียน และประตูสุดสวยที่ซัดใส่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ระหว่างที่เชลซีเตรียมตัวมุ่งหน้าสู่เวมบลีย์สุดสัปดาห์นี้เพื่อแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศเป็นครั้งที่ 10 ในเวลา 19 ฤดูกาล เราอาจลืมกันไปแล้วกับความพิเศษในการทะลุถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายของรายการที่เก่าแก่ที่สุดของโลก

ความคุ้นชินอาจทำให้ความประมาทเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งดังกล่าวไม่ใช่กรณีเมื่อปี 1997 ตอนที่สิงห์บลูส์เล็งคว้าแชมป์เป็นสมัยแรกในรอบเกินกว่า 25 ปี สำหรับนักเตะใหม่ที่ย้ายมาจากปาร์ม่าที่ได้ลิ้มรสเอฟเอ คัพเป็นครั้งแรก ช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุด

จานฟรังโก้ โซล่า เพิ่งย้ายมาอยู่กับเชลซีได้เพียง 2 เดือนตอนที่ลงเล่นฟุตบอลเอฟเอ คัพครั้งแรก แต่พรสวรรค์สุดพิเศษของเขาได้เข้าไปตราตรึงในหัวใจของสาวกถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ทุกคน โดยการมีส่วนร่วมที่ช่วยพาทีมทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศในปีนั้นถือว่ามีบทบาทสำคัญ

หลังจากยิงประตูในรอบที่ 3 ใส่เวสต์ บรอม พ่อมดน้อยชาวอิตาเลี่ยนได้แสดงฝีเท้าในการแข่งขันเอฟเอ คัพรอบต่อมาซึ่งเป็นหนึ่งในแมตช์ที่คลาสสิคที่สุดสำหรับเชลซี โดยเราพลิกกลับมาชนะลิเวอร์พูล 4-2 หลังโดนนำไปก่อน 2-0 ในครึ่งแรก

ในการให้สัมภาษณ์กับ พอดคาสต์ Top 10 ของ Match of the Day ตอนล่าสุด โซล่า ย้อนถึงบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความคึกคักหลังจากการคัมแบ็คอันน่าเหลือเชื่อ โดยเขาได้เลือกให้เป็นแมตช์ที่โปรดปรานที่สุดในอาชีพการค้าแข้ง

'ผมไม่รู้ว่าเอฟเอ คัพมีความสำคัญมากแค่ไหน' โซล่าเผย 'ตอนที่เราเตะกับลิเวอร์พูล เวลานั้นพวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก ส่วนพวกเราก็กำลังพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ ผ่านไป 45 นาทีพวกเราตามหลัง 2-0 แต่เรากลับมาได้ในครึ่งหลังและบรรยากาศก็เหลือเชื่อมาก ๆ

'มาร์ค ฮิวจ์ส ลงสนามมาแล้วเขาก็โชว์ฟอร์มให้กับเราได้อย่างสุดยอด ผ่านไปไม่กี่นาทีเราตีตื้นไล่มาเป็น 2-1 พื้นสนามเหมือนมีกระแสไฟฟ้า - มันยากมากที่จะอธิบายว่าคืออะไร แต่คุณรู้สึกได้ในสนามว่ามันเป็นเกมที่พิเศษ

'ท้ายที่สุด จากตามหลัง 2-0 เราพลิกกลับมาชนะลิเวอร์พูล 4-2 สำหรับผมมันเป็นเกมที่เหลือเชื่อจริง ๆ ผมดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วม'

ขณะที่ โซล่า ยิงประตูในรอบถัดมาใส่พอร์ตสมัธ และยิงในรอบรองชนะเลิศใส่วิมเบิลดันที่ไฮบิวรี่ เขาไม่เคยมีชื่อบนสกอร์บอร์ดในการเล่นที่เวมบลีย์ให้กับเชลซี อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลดังกล่าวเขาได้ทำประตูในสนามกีฬาแห่งชาติกับทีมชาติอิตาลีโดยซัดใส่ทีมชาติอังกฤษในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ซึ่งเป็นลูกยิงที่ โซล่า ยกให้เป็นไฮไลต์ในการค้าแข้งกับทีมชาติของเขา

'ผมคิดมาเสมอว่าการได้รับใช้ชาติของเราคือเรื่องที่ดีที่สุดที่สามารถเกิดขึ้นได้กับตัวคุณ' โซล่าว่าต่อ 'ผมภูมิใจมากในยามที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของขุมกำลังอิตาลี

'การทำประตูชัยใส่ทีมชาติอังกฤษทำให้ผมรู้สึกดีใจมากเลยนะ โดยเฉพาะในวันหลังจากนั้นตอนที่ผมเดินทางเข้าสู่สนามซ้อมและได้เห็นสีหน้าของ เดนนิส ไวส์!'

โซล่า ฝึกฝนฟุตบอลอย่างหนัก ณ ฮาร์ลิงตัน ซึ่งเป็นศูนย์ซ้อมเก่าของพวกเรา โดยความอุทิศตนของเขาได้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด และ จอห์น เทอร์รี่ สนใจจนทั้งคู่ได้ก้าวเป็นนักเตะที่มีอิทธิพลของทีมไม่กี่ปีหลังจากนั้น

การยิงฟรีคิกถือเป็นหนึ่งในทักษะที่ โซล่า ถนัดที่สุด จากการฝึกซ้อมนับครั้งไม่ถ้วนและสิ่งดังกล่าวก็ส่งดอกออกผลกลายเป็นประตูติดตาพวกเราจนถึงทุกวันนี้

'มันเป็นบางอย่างที่ผมฝึกซ้อมหนักมาก เพราะผมรู้สึกว่าเท้าซ้ายของผมมันอยู่ด้านหลังลูกฟุตบอลนิดหน่อย จึงเปิดช่องว่างทางซ้ายเล็กน้อยที่ช่วยให้ผมซัดลูกบอลด้วยแนวทางที่ผมต้องการได้' โซล่าอธิบาย

'ผมอยากให้ลูกบอลปั่นแหวกอากาศ ดังนั้นแนวทางเดียวที่ผมจะทำให้บอลลอยแบบนั้นได้ก็คือการเปิดขาให้กว้างขึ้นอีกนิด ทุกอย่างมาจากการซ้อมครับ'

หนึ่งในประตูที่โด่งดังที่สุดของ โซล่า กับเชลซีคือการยิงใส่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในนัดที่เขาลงเผชิญหน้ากับ "ปีศาจแดง" เป็นครั้งแรก แข้งร่างเล็กควบตามบอลทรางกราบขวาก่อนใช้ทักษะหลอก เดนนิส เออร์วินจนหลังหัก จากนั้นแตะบอลหนี แกรี่ พัลลิสเตอร์ ก่อนซัดเข้าเสาแรกอย่างเฉียบขาดทำให้ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ลเซฟเพียงแค่สายตา

ประตูดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในลูกยิงที่ติดตาของสิงห์บลูส์ในพรีเมียร์ ลีก และโซล่าก็จำได้อย่างแม่นยำ

'ผมคิดว่ามันเป็นเกมแรกของผมกับยูไนเต็ดและแข่งขันที่เดอะ บริดจ์นะ' โซล่าย้อนความ 'ผมรับบอลจากแดน เปเตรสคูทางฝั่งขวา และแกล้งทำเป็นจะครอสต่อ

'เออร์วินคิดว่าผมจะครอสไปให้มาร์ค ฮิวจ์สบริเวณเสาไกล แต่ผมหักบอลกลับเข้ามาแล้วแตะหนีพัลลิสเตอร์ จากนั้นก็ได้ดวลกับผู้รักษาประตู จังหวะนั้นผมไม่ได้คิดอะไรมากก็ซัดบอลไปเต็มแรงเลย!'

แฟนบอลเชลซี คงคาดหวังถึงทักษะสุดพิเศษเช่นนี้จากขุมกำลังชุดปัจจุบันในเกมที่ เดอะ บลูส์ จะลงแข่งขันกับยูไนเต็ดอีกครั้งคืนวันอาทิตย์นี้

ข่าวอื่นๆ