รายงานผล

เชลซี ฟอร์มแจ่ม คว่ำ 'ผี' 3-1 ทะลุชิงดำเอฟเอ คัพ

ภารกิจการจบฤดูกาลพร้อมถ้วยรางวัลของเชลซียังดำเนินต่อไป หลังจากที่ทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ตีตั๋วผ่านเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพเป็นครั้งที่ 14 ด้วยชัยชนะที่ยอดเยี่ยมเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่สนามเวมบลีย์

ประตูในช่วงก่อนหมดครึ่งแรก และเริ่มต้นครึ่งหลังจาก โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กับเมสัน เมาท์ ช่วยให้เราทะลุรอบตัดเชือกเข้าไปทำศึกลอนดอน ดาร์บี้ในนัดชิงกับอาร์เซนอล สิ่งนี้ยังหมายความด้วยว่า เชลซี จะได้แข่งขันในฟุตบอลถ้วยรายการเก่าแก่ในวาระครบรอบ 50 ปี นับตั้งแต่ที่เราคว้าแชมป์สมัยแรกมาครองเมื่อปี 1970

ลูกทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด คุมเกมได้อยู่หมัดโดยไม่เปิดโอกาสให้กับยูไนเต็ดมากนัก บอสได้ปรับมาใช้แผนเซ็นเตอร์ 3 คนเป็นครั้งแรกตั้งแต่ฟุตบอลกลับมาแข่งขัน นอกจากนี้ทีมยังสร้างโอกาสได้หลายจังหวะ พร้อมฉกฉวยความผิดพลาดจาก ดาบิด เด เคอา

ชิรูด์ ยิงประตูเบิกร่องในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก ซึ่งต้องกินเวลาไปนานเพราะการปฐมพยาบาล เอริค ไบญี่ที่โดนเปลี่ยนตัวจากอาการเจ็บบริเวณศีรษะ ก่อนที่ เมาท์ จะบวกเพิ่มอีกหนึ่งดอกตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง

การทำเข้าประตูตัวเองของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ทำให้สกอร์กลายเป็น 3-0 ในนาทีที่ 75 และแม้ บรูโน่ แฟร์นานเดส จะยิงประตูปลอบใจให้ "ปีศาจแดง" จากจุดโทษ แต่ท้ายที่สุด สิงห์บลูส์ คือทีมที่จะได้กลับมาเล่นในเวมบลีย์อีกครั้งสำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศกับอาร์เซนอล

กอดหมู่ฉลองประตูของ ชิรูด์

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 10 - เชลซีเราทักทายก่อนเลย เป็นจังหวะที่ รีซ เจมส์ ได้เติมเกมขึ้นมาแล้วมีพื้นที่ได้กดด้วยขวาห่างจากประตูประมาณ 25 หลาแต่ เด เคอา ยังทุบทิ้งออกไปได้

นาทีที่ 15 - ยังคงทำเกมบุกกันต่อเนื่องคราวนี้ อัซปิลิเกวต้า ได้ตั้งป้อมครอสไปถึง มาร์กอส อลอนโซ่ ที่เติมเกมขึ้นมาสวยก่อนจะได้โหม่งแต่ข้ามคานออกไป

มาร์กอส อลอนโซ่ เติมเกมขึ้นมาโหม่งแต่บอลข้ามคาน

นาทีที่ 32 - แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสบ้างจากฟรีคิกเยื้องทางซ้ายห่างออกมาประมาณ 25 หลา บรูโน่ แฟร์นานเดส ได้ลองซัดแต่ กาบาเยโร่ ยังปัดทิ้งออกไป

นาทีที่ 38 - สิงห์บลูส์ ได้ลุ้นประตูอีกรอบเป็น เมสัน เมาท์ ที่เลี้ยงวน ๆ ทางมุมธงฝั่งซ้าย ก่อนจะครอสเข้าในให้ ซูม่า ได้พุ่งโหม่ง เบียดกับ ไบญี่ แต่บอลออกหลัง จังหวะนี้เจ็บด้วยกันทั้งคู่ต้องปฐมพยาบาลก่อนลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

ชิรูด์ จิ้มบอลผ่านมือ เด เคอา กลายเป็นประตูเบิกร่อง

นาทีที่ 45 - เกมต้องหยุดพักยาวจากจังหวะที่ แม็คไกวร์ ขึ้นโหม่งไปชนศีรษะของ ไบญี่ ทำให้ฝ่ายหลังต้องโดนเปลี่ยนตัวออกจากสนาม และเป็น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 45+11 - เชลซีมาได้ประตูสมใจและเป็นช่วงเวลาสำคัญก่อนจบครึ่งแรก เริ่มจาก อัซปิลิเกวต้า ที่เล่นกับวิลเลี่ยนทางฝั่งขวาก่อนได้โอเวอร์แล็ปมาเปิดบอลเข้าใน เป็น ชิรูด์ ปาดกองหลังยูไนเต็ดเข้ามาชาร์จ เด เคอา ปัดไม่อยู่ 1-0!


นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

เมาท์ ฉลองประตูในช่วงต้นครึ่งหลัง

นาทีที่ 46 - ทีมเรามาได้ประตูทิ้งห่างตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง เป็นจังหวะที่ เมสัน เมาท์ ดักบอลจากการเปิดของ แบรน วิลเลี่ยมส์ แล้วลากไปกดด้วยขวา เด เคอา เซฟไม่อยู่ 2-0 ทันที

นาทีที่ 52 - แมนฯ ยูไนเต็ด ตอบโต้น่ากลัวเริ่มจาก บรูโน่ แฟร์นานเดส วางยาวไปถึง แรชฟอร์ด ที่ใช้ความเร็วลากหนีกองหลังแล้วได้ยิงจากมุมแคบด้วยซ้าย บอลหลุดเสาสองไปไม่ไกลนัก

นาทีที่ 56 - ยูไนเต็ด ใช้ลูกสูตรฟรีคิกโจมตีบ้าง เป็นแฟร์นานเดสเปิดย้อนคืนมาให้ วาน-บิสซาก้า ที่ไม่มีตัวประกบได้บรรจงตักไปเสาไกลให้ แม็คไกวร์ ได้โหม่งแต่ กาบาเยโร่ ยืนตำแหน่งดีรับเอาไว้ได้สบายใจ

นาทีที่ 57 - ทีมเราไม่ปล่อยให้ยูไนเต็ดได้ทำเกมบุกฝ่ายเดียว คราวนี้ วิลเลี่ยน ทำชิ่งกับเพื่อนหลุดไปทางฝั่งขวาแล้วตบเข้าในกลับมาให้ เมาท์ ได้วิ่งมาซัดแต่เหินข้ามคานออกไป

รูดิเกอร์ วิ่งเบียดกดดัน แม็คไกวร์ จนกองหลังทีมชาติอังกฤษทำเข้าประตูตัวเอง

นาทีที่ 58 - เชลซี มาอีกระลอกคราวนี้ อลอนโซ่ ได้ครอสจากทางซ้ายให้ ชิรูด์ ยิงแฉลบแต่ เด เคอา พุ่งปัดปลายมือเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 66 - แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบได้ประตูตีตื้นในจังหวะเตะมุม แฟร์นานเดส หวดเข้าใน กาบาเยโร่ ออกมาผิดจังหวะ บอลไปถึง แม็คไกวร์ ได้โขกแต่ไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 74 - สาวกเดอะ บลูส์ ได้เฮกันอีกรอบ เริ่มจาก มาร์กอส อลอนโซ่ เติมเกมมาทางฝั่งซ้ายแล้วครอสเข้าในให้ รูดิเกอร์ วิ่งเบียดมากับ แม็คไกวร์ จะจบสกอร์ แต่บอลไปโดนปลายเท้ากองหลังทีมชาติอังกฤษเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง

นาทีที่ 79 - เมื่อสกอร์ขาด แลมพาร์ด ตัดสินใจถอด วิลเลี่ยน และ ชิรูด์ ออกมาพักทันที โดยเป็น อับราฮัม กับ ฮัดสัน-โอดอย ที่ได้ลงเล่นแทน

นาทีที่ 85 - ยูไนเต็ด มาได้ประตูตีตื้นในจังหวะจุดโทษที่ ฮัดสัน-โอดอย ไปทำฟาวล์ใส่ มาร์กซิยาล ล้มลงในกรอบ บรูโน่ แฟร์นานเดส ยิงผ่านมือ กาบาเยโร่ ที่ทิ้งตัวผิดทางเข้าไป

นาทีที่ 86 - ซูเปอร์แฟรงค์ ปรับหมากอีกครั้งโดยถอด โควาซิช ออกจากสนามให้โอกาส RLC ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 90 - เปโดร ถูกเปลี่ยนลงสนามมาแทน เมสัน เมาท์

นาทีที่ 90+5 - สวยเลยจังหวะนี้เมื่อ แทมมี่ เล่นกับ ฮัดสัน-โอดอย ก่อนปีกดาวรุ่งโชว์ทักษะหลอกกองหลังยูไนเต็ดจนได้โอกาสยิงโล่ง ๆ แต่เหินข้ามคานไปแบบน่าเสียดาย

หมดเวลาการแข่งขัน เชลซี เอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับอาร์เซนอลได้สำเร็จ!

เมาท์ และแลมพาร์ด แก้ตัวที่เวมบลีย์ได้สำเร็จ

การมาเล่นที่สนามกีฬาแห่งชาติของ เมาท์ และแลมพาร์ดในรอบที่แล้วถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่ค่อยน่าจดจำ เมื่อ ดาร์บี้ ปราชัยให้กับแอสตัน วิลล่าในการแข่งขันเพลย์ออฟแชมเปี้ยนชิพ รอบชิงชนะเลิศ

ผ่านมาหนึ่งปี พวกเขาได้มีรอยยิ้มกันบ้างโดยวันนี้ เมาท์ มีชื่อเป็นผู้ทำประตู ส่วน แลมพาร์ด คุมทีมคว้าชัยเหนือยูไนเต็ดได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของฤดูกาลหลังเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับปีศาจแดงสามนัดก่อนหน้านี้ ผลการแข่งขันนัดนี้หมายความว่า สิงห์บลูส์ จะได้กลับมาลงสนามที่เวมบลีย์อีกครั้งใน 2 สัปดาห์หลังจากนี้ โดยเป็นการชิงดำกับอาร์เซนอล

แลมพาร์ด พาทีมชนะยูไนเต็ดได้เป็นครั้งแรกในการพบกันครั้งที่ 4 ของฤดูกาลนี้ - มาถูกเวลาจริง ๆ!

การจัดทัพ

วันนี้ แลมพาร์ด ปรับหมาก 3 ตำแหน่งจากชัยชนะกลางสัปดาห์เหนือนอริช ซิตี้ เป็น วิลลี่ กาบาเยโร่, รีซ เจมส์ และเมสัน เมาท์ ที่ได้ลงตัวจริง ส่วน คริสเตียน พูลิซิช ต้องนั่งสำรองหลังมีอาการบาดเจ็บรบกวนจากการฝึกซ้อม

เคิร์ต ซูม่า, โทนี่ รูดิเกอร์ และ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า ยืนทำหน้าที่เป็นเซ็นเตอร์แบ็คให้กับทีม โดยวิงแบ็คทั้งสองข้างคือ เจมส์ และ มาร์กอส อลอนโซ่

มาเตโอ โควาซิช กับ จอร์จินโญ่ ประสานงานร่วมกันในแผงมิดฟิลด์ ส่วน โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้รับการสนับสนุนในแดนหน้าโดย วิลเลี่ยน และ เมาท์

เกมถัดไป?

การแข่งขันเกมเยือนนัดสุดท้ายในพรีเมียร์ ลีกฤดูกาลนี้ เราต้องออกไปเยือนแอนฟิลด์เพื่อแข่งขันกับลิเวอร์พูล คิกออฟ เวลา 02:15 น. (เช้าตรู่วันพฤหัสบดี)

ข่าวอื่นๆ