สัมภาษณ์

เมาท์ กล่าวถึงการเริ่มต้นที่รวดเร็วจากชัยชนะเหนือยูไนเต็ด และมองถึง 'รอบชิง 2 นัดก่อนฟุตบอลถ้วยนัดชิงดำ'

หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันที่เวมบลีย์ เมสัน เมาท์ ได้สะท้อนถึงความสำคัญจากชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมกล่าวถึง 'ฟุตบอลถ้วยรอบชิงอีก 3 นัด' ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของฤดูกาลในประเทศ

กองกลางวัย 21 ปี อยู่ทั่วทุกแห่งในสนาม คอยไล่กดดันคู่แข่ง พร้อมประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างชาญฉลาด ลูกยิงในช่วง 46 วินาทีหลังครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้นทำให้ทีมของ แลมพาร์ด ออกนำ 2-0 โดยก่อนหน้านั้นเป็นโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ที่เบิกร่องสกอร์แรก

ประตูนี้ถือเป็นประตูที่ 7 ของการประเดิมฤดูกาลแรกในทีมชุดใหญ่ที่น่าประทับใจ พร้อมกับมอบโอกาสให้สิงห์บลูส์จบฤดูกาล 2019/20 โดยมือถ้วยรางวัลติดมือ

อ่าน: ชิรูด์ กับบทบาทการเป็นตัวนำโชคที่สนามเวมบลีย

หลังจบเกม เมาท์ แสดงความคิดเห็นถึงความสำเร็จในการทำประตูที่เวมบลีย์ พร้อมเปิดเผยว่าวิธีการที่เขายิงบอลแรงขึ้นในครึ่งหลังส่งผลสำคัญอย่างไร

'ผมอยากทำประตูและทำแอสซิสต์ให้ได้อยู่เสมอ' เมาท์กล่าว 'นั่นเป็นจุดที่ผมมองหาจากเกมของตัวเอง มันไม่เกิดขึ้นมาสักพักแล้วครับ แต่ผมต้องการมีอิทธิพลกับเกมในพื้นที่ที่แตกต่างกันออกไป วันนี้ผมดีใจมากที่ทำประตูได้และก็หวังว่าจะรักษาสิ่งดังกล่าวเอาไว้ได้ต่อไป

'ถือเป็นชัยชนะที่สำคัญสำหรับพวกเรา ก่อนแข่งเรารู้ว่าแมตช์นี้มันใหญ่แค่ไหน เราต้องพบกับทีมที่แข็งแกร่งมาก ๆ ซึ่งเอาชนะพวกเรามาได้ 3 ครั้งแล้วในฤดูกาลนี้ ผมคิดว่าเราลงเล่นด้วยความมุ่งมั่นพิเศษที่เราต้องพิสูจน์อะไรบางอย่างพร้อมกับแก้ตัวเอาชนะพวกเขาให้ได้ ผมว่าเรื่องนี้มีส่วนความสำคัญมากเลย

'ผมแค่พยายามพาตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและยิงประตู' เขากล่าวต่อเมื่อพูดถึงจังหวะทำประตูที่ซัดผ่านมือดาบิด เด เคอาเข้าไป

'ผมมีโอกาสสองครั้งในครึ่งแรกที่ยิงเฉียด ๆ และไม่ได้กดเต็มเท้าตามที่ต้องการแต่ว่าโชคดีที่ลูกนี้เข้าประตูไป ก็อาจมีโชคนิด ๆ นะครับที่บอลเข้าประตุไปได้ แต่ถ้าคุณไม่ลองยิงยังไงคุณก็ทำประตูไม่ได้ ดังนั้นผมขอรับลูกนี้เอาไว้ละกัน!'

แลมพาร์ด เปิดเผยว่าเขาได้พูดคุยกับ เมาท์ ในช่วงพักครึ่ง พร้อมแนะนำเคล็ดลับการยิงประตูใส่ยอดผู้รักษาประตูอย่างดาบิด เด เคอา

เมาท์ ยอมรับว่าเขาแปลกใจที่ยูไนเต็ดใช้แผน 3-4-3 เหมือนกับเชลซี โดย บรูโน่ แฟร์นานเดซ ต้องขึ้นไปยืนเป็นกองหน้าจนถึงตอนที่เอริค ไบญี่บาดเจ็บและโดนเปลี่ยนออก 

'เราคาดหวังว่าพวกเขาจะเริ่มเกมโดยใช้แผงหลัง 4 คนเพราะนั่นเป็นแผนที่พวกเขาใช้มาตลอดในระยะหลัง ดังนั้นเราจึงเซอไพรส์นิด ๆ ที่พวกเขาปรับไปยืน 5 คนครับ' เมาท์ว่าต่อ 'ผมคิดว่าพวกเขาใช้แผนนี้กับพวกเรามา 2 ครั้ง และก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เลือกปรับแผนเพราะว่าพวกเขาเอาชนะเราได้ในลีกและในคาราบาว คัพ

'เรารู้ว่าเราต้องปรับแนวทางการเล่นกันนิดหน่อย ถือว่าโชคร้ายที่พวกเขาต้องเจอกับอาการบาดเจ็บและปรับมายืนหลัง 4 คน เพราะว่าสิ่งดังกล่าวช่วยเราในแนวทางที่เราพยายามเล่นกัน

'เราสามารถวิ่งตัดแนวรับได้เพราะมีพื้นที่มากขึ้น และมันก็ช่วยเปิดเกมให้กับเราโดยแนวรับ 5 คนของเราสามารถดันขึ้นสูงและช่วยเก็บบอลได้มากขึ้น'

อันที่จริงแล้ว เมาท์ กับเพื่อนร่วมทีมเป็นฝ่ายครองเกมในครึ่งแรกตั้งแต่ตอนที่ ยูไนเต็ด ใช้เซ็นเตอร์ 3 คน โดยการออกสตาร์ตที่รวดเร็วทำให้ เชลซี ขึงปีศาจแดงเอาไว้ได้อยู่หมัด

'มันสำคัญมากที่เราต้องเริ่มต้นให้เร็วในการแข่งขันกับทีมอย่างยูไนเต็ด เพราะว่าพวกเขามีนักเตะที่อันตรายหลายคน' เมาท์อธิบาย 'คุณต้องเริ่มเกมอย่างเฉียบคม เล่นด้วยความจริงจังและบีบบอลให้สูงเข้าไว้

'พวกเราทำแบบนั้นและทำให้พวกเขาเจอกับงานที่ลำบาก เราเริ่มต้นครึ่งแรกได้ดีมาก ๆ และสิ่งดังกล่าวก็ช่วยเราจนสุดท้ายได้ประตูขึ้นนำ พอเริ่มต้นครึ่งหลังเราก็ออกสตาร์ตได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง'

การแข่งขัน 3 นัดสุดท้ายของฤดูกาลจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าการคุมทีมซีซั่นแรกของแลมพาร์ดประสบความสำเร็จมากแค่ไหน มีความเป็นไปได้ที่เราจะได้ผ่านไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมกับเก็บถ้วยรางวัลมาครอง อย่างไรก็ตาม เมาท์ทราบดีว่าการแข่งขันกับลิเวอร์พูล, วูล์ฟส์ และอาร์เซนอล จะเป็นศึกใหญ่ของทีม

'บอสบอกว่าเรามีฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศนัดสำคัญอีก 2 นัดก่อนจะได้กลับมาเล่นที่นี่อีกครั้ง และเราก็ต้องลงสนามด้วยมายด์เซตนี้ ต้องพยายามเอาชนะในทั้งสองเกมเพื่อจบท็อปโฟร์ให้ได้' เขาเสริม 'นั่นคือเป้าหมายของเราครับ และจากนั้นเราจะกลับมาที่นี่พร้อมความหวังในการคว้าโทรฟี่

'เราต้องลงเล่นเกมลีก 2 นัดนี้เสียก่อน ถือเป็นแมตช์ที่สำคัญมาก เราอยากขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 และรักษาตำแหน่งนี้เอาไว้ หลังจากนั้นก็หวังว่าเราจะสามารถคว้าแชมป์เพราะมันคือทุกอย่างที่เราต้องการ และจะเป็นการส่งท้ายฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับพวกเราทุกคน'

ข่าวอื่นๆ