บทวิเคราะห์

แลมพาร์ด แจงยิบความสำคัญของแชมเปี้ยนส์ ลีก และการก้าวไปให้ถึงระดับเดียวกับลิเวอร์พูล

ชัยชนะที่แอนฟิลด์จะการันตีตำแหน่งฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ ลีกที่เดอะ บริดจ์ในฤดูกาลหน้า และแม้การปราบคู่แข่งจะไม่ใช่งานง่ายแต่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้อธิบายเหตุผลว่าทำไมการจบท็อปโฟร์จะกลายเป็นความสำเร็จที่สำคัญและน่าประทับใจ

เราจะต้องแข่งขันกับทีมแชมป์พรีเมียร์ ลีกสมัยล่าสุด โดยหากเชลซีเป็นทีมแรกที่บุกมาชนะที่แอนฟิลด์ตั้งแต่คริสตัล พาเลซเคยทำได้เมื่อเดือนเมษายน 2017 นั่นจะทำให้ สิงห์บลูส์ ลงแข่งขันนัดสุดท้ายของฤดูกาลโดยจบอันดับ 4 เป็นอย่างน้อย

'แชมเปี้ยนส์ ลีกถือเป็นรายการที่สำคัญกับเชลซีมาก ๆ ไม่ใช่แค่ในแง่ของความพิเศษและความหมายของมันนะ แต่หากคุณอยู่ในเวทีระดับโลกอย่างที่เชลซีเป็นอยู่ คุณก็ต้องการลงแข่งขันในระดับที่สูงที่สุด และอยากจะดึงดูดนักเตะเข้ามาในระดับที่สูงที่สุดด้วย' บอสกล่าว

'สิ่งดังกล่าวจะช่วยสร้างรายได้ให้กับสโมสร คุณเข้าใจสาเหตุที่ทำไมทีมซึ่งจบในตำแหน่งท็อปโฟร์ถึงโดนใคร่ครวญอย่างละเอียด ตอนนี้มันกลายเป็นความสำเร็จไปแล้ว เราต้องการก้าวไปให้ไกลกว่านั้น ดังนั้นเราจึงมองขึ้นไปด้านบนของตารางพรีเมียร์ ลีก แต่ว่าการผ่านไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกจะต้องเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับเชลซี แม้จะด้วยแนวทางที่มันเป็นไปในปีนี้ก็ตาม

'มันจะกลายเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่สำหรับนักเตะ' แลมพาร์ด กล่าวเสริมถึงการจบท็อปโฟร์

'เรามีขุมกำลังที่ประกอบด้วยนักเตะซึ่งกลับมาจากการยืมตัวในปีนี้ นักเตะที่ได้ลงประเดิมสนามในพรีเมียร์ ลีก และได้สัมผัสกับประสบการณ์การวิ่งมาราธอนนั่นคือฤดูกาลแข่งขันพรีเมียร์ ลีก และเราก็อาจจะเสียนักเตะที่ดีที่สุดของลีกไปด้วย

'ทีมรอบตัวเราลงทุนกันทั้งหมด เราต้องสู้กับสงครามของตัวเอง นักเตะสู้กับสงครามพวกนั้นในสนาม และแม้ผมจะไม่เคยคิดอยู่แล้วว่ามันจะเป็นการเดินทางที่ราบเรียบแต่ทุกอย่างก็อยู่ในมือของพวกเราในสองเกมสุดท้ายเพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมาย หากเราไปถึงนะ และมันจะเป็นเรื่องที่ยากเพราะการแข่งขันเบื้องหน้า แต่มันคือบางอย่างที่พวกเราควรดีใจ จากนั้นเราก็ค่อยคิดกันต่อว่าเราจะลดช่องว่างกับทีมที่อยู่ด้านหน้าพวกเราได้อย่างไร'

สมัยเป็นนักเตะ แลมพาร์ด ทราบดีว่าเขาต้องทำอะไรเพื่อทำงานให้สำเร็จ ว่าแต่เขามีคำแนะนำใด ๆ ที่จะมอบให้กับขุมกำลังของตัวเองในการแข่งขันกับลิเวอร์พูลและวูล์ฟส์หรือเปล่า?

'ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมามีการพูดคุยเรื่องจิตใจและหลักความคิดเยอะมาก ซึ่งแน่นอนว่ามันคือสิ่งที่สำคัญ เราไม่สามารถทำงานกันได้มากนักในระหว่างการแข่งขัน ดังนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับว่านักเตะจะใส่ความทุ่มเทลงไปหนัก ๆ ได้หรือไม่ในการแข่งขัน 2 นัดที่เหลืออยู่เพื่อเก็บผลการแข่งขันที่พวกเราต้องการ

'เราคงไม่ต้องพูดอะไรออกมาเยอะมากนักหรอก ขึ้นอยู่กับเราที่จะก้าวผ่านเส้นชัยและเราก็ยังมีงานที่ต้องทำ'

ลิเวอร์พูล ทำคะแนนตกหล่นตั้งแต่พวกเขาคว้าแชมป์ลีก (ในเกมที่เราเอาชนะแมนฯ ซิตี้เมื่อเดือนที่แล้ว) มากกว่าช่วงเวลาที่เหลือในฤดูกาลก่อนถึงจุดนั้น สิ่งดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอของผลงานและผลการแข่งขันที่พวกเขารักษาเอาไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงมิถุนายน

อย่างไรก็ตาม สิ่งดังกล่าวไม่ใช่แนวทางที่เกิดขึ้นมาเสมอภายใต้การคุมทีมของเยอร์เก้น คล็อปป์ ลิเวอร์พูลจบซีซั่นในอันดับที่ 8 ตอนที่กุนซือชาวเยอรมันเข้ามาทำงานปีแรก, จากนั้นจบอันดับ 4 ในฤดูกาล 2016/17, จบอันดับ 4 อีกครั้งในฤดูกาล 2017/18 และปีที่แล้วจบอันดับ 2 เป็นรองแค่แมนฯ ซิตี้อย่างเฉียดฉิว โปรเจ็คต์งานระยะยาวที่แอนฟิลด์สัมฤทธิ์ผลแล้ว ในการพิจารณาความคล้ายคลึงระหว่างช่วงแรกที่ คล็อปป์ คุมทีมกับตัวเขาเองที่เชลซี แลมพาร์ด พูดถึงแผนการที่จะพาทีมก้าวไปอยู่ในระดับเดียวกับ 'หงส์แดง' ในฤดูกาลนี้

'เชื่อมั่นในแนวทางการทำงานของคุณ ต้องเข้าใจด้วยว่าอาจจะมีการพัฒนาในจุดเล็ก ๆ ในทุก ๆ วัน ทั้งที่สนามซ้อมและวิธีปฏิบัติของเราพร้อมกับความเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถไปสู่จุดที่เราต้องการได้' บอสกล่าว 'สิ่งดังกล่าวควรเป็นข้อความที่แน่วแน่

'ผมจำได้ว่าลิเวอร์พูลก็ไม่ได้มีผลงานที่สม่ำเสมอในอดีต' บอสว่าต่อ

'สิ่งที่คุณต้องมีคือความสม่ำเสมอในการทำงานของคุณเอง ข้อความต้องชัด อาจจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่หากคุณต้องการหันเหหรือใช้ทางลัดหรือว่าหาเส้นทางอื่น คุณต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่คุณทำอยู่

'ผมเชื่อมั่นในแนวทางที่ผมกับทีมงานกำลังทำอยู่ที่นี่ คุณต้องการให้นักเตะน้อมรับสิ่งดังกล่าวและทำงานไปด้วยกัน ต้องเข้าใจว่าช่วงเวลาที่ลำบากระหว่างเส้นทางคือการทำงานสู่แนวคิดในจุดที่พวกเราต้องการไปให้ถึง'

ข่าวอื่นๆ