ข่าว

แลมพาร์ด: ผมมีความจริงจัง คุณจำเป็นต้องมีสิ่งนั้น

จากข่าวเมื่อวานที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด แสดงความเสียใจต่อคำพูดที่เขาใช้ในเหตุการณ์ข้างสนาม ที่แอนฟิลด์เมื่อกลางสัปดาห์ แต่ไม่ใช่แพสชั่นที่แสดงออกเพื่อปกป้องทีมจากการตัดสินที่ผิดพลาด บอสใหญ่เชลซี ถูกถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวและสิ่งที่เขาพิจารณาว่าควรเป็นแนวทางปฏิบัติจากซุ้มม้านั่งสำรองของแต่ละทีมในการแข่งขันระดับสูง

แลมพาร์ด ถูกถามว่าความเย่อหยิ่งในระดับใดที่จำเป็นต่อการประสบความสำเร็จและเวลาใดที่สิ่งดังกล่าวกลายเป็นเรื่องล้ำเส้น แต่ก่อนอื่นในประเด็นของหลักเกณฑ์ที่มิได้มีการกำหนดไว้ เขากล่าวว่า:

'เวลาที่ผู้จัดการทีมพูดคุยกัน และเราก็ยิ่งได้ยินชัดเจนมากขึ้นเพราะว่าตอนนี้ไม่มีแฟนบอล ผู้จัดการทีมหลาย ๆ คนจะประท้วงคำตัดสินไม่ว่าจะเป็นจังหวะที่ถูกหรือผิดก็ตาม แล้วจากนั้นคุณก็จะคุยกัน แต่ในตอนที่คนที่นั่งอยู่บริเวณซุ้มม้านั่งสำรองกระโดดขึ้นมา และอยากจะพูดกับผมโดยตรงพร้อมยิ้มเยาะและเฝ้าทำแบบนั้นไปสักพัก ผมคิดว่าจุดนี้มันล้ำเส้นไปแล้วนะ

'ผมไม่ได้ติดต่อกับลิเวอร์พูล และผมก็จับมือกับเยอร์เก้น คล็อปป์ในตอนจบเกมอีกครั้งพร้อมร่วมแสดงความยินดี' แลมพาร์ดเผย 'ผมสามารถนั่งชิล ๆ ดื่มเบียร์และร่วมฉลองความสำเร็จกับงานอันน่าทึ่งที่เขาได้ทำไว้

'ผมรู้ว่าการคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกมันยากแค่ไหน ผมรู้ว่าต้องลงแรงหนักแค่ไหนซึ่งเขาทำงานกับทีมมา 4 หรือ 5 ปี เส้นทางการผจญภัยของเขาถือว่าน่าทึ่งเอามาก ๆ เขาคู่ควรกับทุกสิ่งและมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย

'สิ่งที่เกิดขึ้นริมเส้นข้างสนามอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อมีกล้องและไมโครโฟนก็ได้เห็นกันชัดเจน ผมพูดไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าผมเสียใจกับคำพูดที่ตัวเองใช้ แต่ช่วยไม่ได้จริง ๆ กับอารมณ์ร่วมที่ผมรู้สึก จากที่ผมเห็นคือมันไม่ใช่จังหวะฟาวล์นะ

'ผมไม่ควรสบถแต่ว่าผมมีปัญหากับสตาฟบางคน ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ล้ำเส้นกับแนวทางการปฏิบัติจากซุ้มม้านั่งสำรอง

'มันอาจเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความกดดัน และผมก็อยากจะคิดว่าส่วนใหญ่ผมนี่ใจเย็นนะ แต่ผมจะปกป้องสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องสำหรับเชลซีในสนาม เรามีเดิมพันหลายอย่างในเกมนี้ที่ต้องพยายามเก็บแต้มเพื่อการันตีตำแหน่งท็อปโฟร์ แต่ลิเวอร์พูลไม่ต้องลุ้นอะไรแล้ว บางทีผมอาจจะมีความพยายามมากกว่าในการผลักดันพวกเราให้เก็บคะแนนให้ได้ซึ่งจุดหนึ่งพวกเราก็เกือบจะทำได้นะ'

แลมพาร์ด กล่าวว่าหากทุกคนสังเกต ผู้จัดการทีมพรีเมียร์ ลีกทุกคนที่ทำงานในระดับที่มีความกดดันสูงมาสักพัก มักประสบกับเหตุการณ์ลักษณะนี้ในจุดใดจุดหนึ่ง

' ผมมีความเคร่งเครียดอยู่นะ' เขายอมรับ 'ผมคงไม่สามารถเล่นให้เชลซีได้นานขนาดนี้กับทีมที่ต้องสู้เพื่อแย่งแชมป์พรีเมียร์ ลีกหรือว่าแชมเปี้ยนส์ ลีกแทบจะทุกปี ผมได้เห็นผู้คนรอบกายที่มีความเคร่งเครียดในลักษณะเดียวกันด้วย

'ผมคงไม่สามารถยืนในตำแหน่งนั้นพร้อมเรียกร้องความจริงจังจากนักเตะหลังเกมกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด โดยไม่มีสิ่งนั้นในตัวเองเพื่อพยายามผลักดันสโมสรไปข้างหน้า มันไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสมกับคำพูดที่ผมใช้ ผมเคารพเยอร์เก้น คล็อปป์มาก ผมจับมือกับเขาหลังจบเกม มันไม่เกี่ยวอะไรกับสิ่งที่สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลทำได้เลย ผมปรบมือให้กับพวกเขาเต็มที่ไม่ว่าผลการแข่งขันในวันก่อนจะเป็นอย่างไรก็ตาม มันเป็นแค่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกมสำหรับผม

'ผมคิดว่าความเย่อหยิ่งถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากในแง่ของการรุกเข้าใส่การแข่งขันฟุตบอลในฐานะนักเตะ และวิธีการรับมือกับการแข่งขันในบทบาทผู้จัดการทีม' เขาเสริม 'เพราะว่าคุณจะต้องเจอกับความคาดหวังเต็มที่รอบกาย กับคำวิจารณ์ในทุก ๆ อย่างที่คุณทำซึ่งอาจจะโดนมองว่าผิดหรือไม่ถูกต้องเสียทีเดียว หากคุณไม่มีความเย่อหยิ่งและไม่มีความศรัทธาในสิ่งที่ตัวเองทำ คุณก็อาจจะต้องเจอกับเรื่องในแง่ลบถึงจุดที่คุณอาจไม่สามารถทำงานได้เลยเช่นกัน

'อีกอย่างเวลาที่พูดถึงเรื่องความเย่อหยิ่ง มันก็ต้องมีความเคารพด้วย ความรู้สึกของผมจากซุ้มม้านั่งสำรองของลิเวอร์พูล มีคนหนึ่งเลยที่ล้ำเส้นอย่างชัดเจน สิ่งดังกล่าวกลายเป็นความจองหองในมุมมองของผม'

ข่าวอื่นๆ