รายงานผล

เมาท์ฟรีคิกเฉียบ!สิงห์ย้ำแค้นวูล์ฟส์ 2-0 จบที่ 4 คว้าตั๋วลุยแชมเปี้ยนส์ ลีก

สิงห์บลูส์ จะได้ผ่านไปเล่นฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลหน้า! สองประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บในครึ่งแรก ช่วยให้ทีมเก็บ 3 คะแนนสุดล้ำค่าที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในวันสุดท้ายของซีซั่น

กับการที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะเหนือเลสเตอร์ในการแข่งขันอีกหนึ่งนัดซึ่งมีผลต่อบทสรุปของเรา ฤดูกาลแรกในการคุมทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด จบลงด้วยการที่เขาสามารถพาทีมสิงห์บลูส์คว้าอันดับ 4 ของพรีเมียร์ ลีก พร้อมโอกาสที่ดีในการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพในการแข่งขันสุดสัปดาห์หน้า

ประตูของ เมสัน เมาท์ และโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ได้สร้างความแตกต่าง กองกลางดาวรุ่งที่เล่นได้อย่างโดดเด่น ปั่นฟรีคิกสุดเฉียบขาด จากนั้นแอสซิสต์ให้ดาวยิงชาวฝรั่งเศสทำประตูที่ 7 ของตัวเองตั้งแต่ฟุตบอลกลับมาแข่งขัน

พวกเราลงเล่นครึ่งหลังได้อย่างรัดกุม ไม่เปิดโอกาสให้วูล์ฟส์ได้ลองยิงมากนักจนสุดท้ายคว้าตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีกมาครองได้อย่างสมใจ

ฉลองประตูที่สอง

350 วันหลังผ่านการแข่งขันนัดแรกของฤดูกาลที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด การคิกออฟเริ่มต้นขึ้นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ซึ่งมีเมฆหนา โดยสิงห์บลูส์โจมตีเข้าใส่อัฒจันทร์ฝั่งเชด เอนด์ รู้ว่า 90 นาทีต่อจากนี้จะเป็นตัวตัดสินที่สำคัญของฤดูกาล ในบริเวณอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออก ติโม แวร์เนอร์ เข้าชมการแข่งขันเป็นครั้งแรก

ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิงคนใหม่ของทีมจะได้ลงเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลหน้า

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 12 - โอกาสลุ้นครั้งแรกของพวกเรามาจากจังหวะเตะมุมที่ เมาท์ เปิดเข้าหัวของเจมส์ได้โหม่งแต่หลุดกรอบออกหลัง

นาทีที่ 30 - ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ทั้งสองฝ่ายพยายามทำเกมรุกเข้าใส่กันโดยเป็นเชลซีที่ครองบอลมากกว่า แต่ยังไม่มีโอกาสที่ได้ซัดเน้น ๆ

เคิร์ต ซูม่า เล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น ช่วยให้เชลซีเก็บคลีนชีต 3 นัดติดต่อกันในสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์

นาทีที่ 39 - โอกาสเหน่ง ๆ ครั้งแรกของเกม เมสัน เมาท์ ได้ครองบอลจากฝั่งขวามาในกรอบเขตโทษและเป็น ชิรูด์ ที่โฉบมาโหม่งแต่บอลยังไม่เข้าเป้า

นาทีที่ 45+1 - เดอะ บลูส์ มาได้ฟรีคิกในบริเวณอันตรายห่างจากหน้าปากประตูของวูล์ฟส์ ประมาณ 21 หลา ก่อนที่เมสัน เมาท์ รับบทสังหารวิ่งมาปั่นบอลด้วยขวาเข้าไปอย่างเด็ดขาด!

นาทีที่ 45+4 - แฟนบอลเชลซีได้ยิ้มกันอย่างสบายใจก่อนจบครึ่งแรก เป็นจังหวะเกมสวนกลับที่ พูลิซิช กระชากบอลก่อนไหลไปให้ เมาท์ ได้แทงต่อไปถึง ชิรูด์ ที่แตะหลบผู้รักษาประตูทีมเยือนก่อนวิ่งแซงโคอาดี้เข้าไปยิง 2-0!

เมาท์ บรรจงปั่นบอลกระทบก้นตาข่ายอย่างงดงาม

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 57 - วูล์ฟส์ ตอบโต้มาบ้างคราวนี้ เนเวส เล่นกับโชต้า ก่อนแข้งชาวโปรตุเกสจะได้ซัดไปติดเซฟของ กาบาเยโร่

นาทีที่ 70 - สิงห์บลูส์ ตั้งรับกันได้อย่างรัดกุมทำให้เวลาการแข่งขันผ่านไปโดยไม่มีจังหวะลุ้นประตูเกิดขึ้นมากนัก

ชิรูด์ สไลด์ยิงด้วยเท้าซ้ายช่วยให้ทีมออกนำ 2-0 ก่อนจบครึ่งแรก

นาทีที่ 78 - พวกเรามาได้ลุ้นประตูอีกรอบคราวนี้ พูลิซิช ทำชิ่งกับเมาท์แล้วได้ปั่นบอลด้วยเท้าขวาในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายมือ แต่ยังแรงออกหลัง

นาทีที่ 79 - วันนี้เมสัน เมาท์ เล่นได้โดดเด่นจริง ๆ และมาได้ลุ้นทำประตูที่สองให้ตัวเองในจังหวะตัดบอลกลางสนาม ก่อนลากมาหน้าเขตโทษแล้วอัดด้วยขวาส่งบอลพุ่งเรียดแต่ไม่ตรงกรอบ

แนวรับของทีมช่วยกันป้องกันความอันตรายของ ตราโอเร่ ได้อยู่หมัด

นาทีที่ 90+3 - แทมมี่ อับราฮัม ซึ่งเคยทำแฮตทริคใส่วูล์ฟส์ในเกมต้นฤดูกาล มีโอกาสได้ลองยิงจากหน้ากรอบเขตโทษ โดยพยายามปั่นให้หนีมือ พาทริซิโอ้ แต่ยังโดนเซฟเอาไว้ได้

หมดเวลาการแข่งขัน เชลซีเก็บ 3 คะแนนเต็ม จบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ!

การจัดทัพ

การตัดสินใจส่ง กาบาเยโร่ ลงเฝ้าเสาแทน เกปา ถือเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดสำหรับเชลซี วิลเลี่ยน มีอาการบาดเจ็บทำให้ พูลิซิช ได้โอกาสลงเล่นแทนหลังสร้างอิมแพ็คต์ที่ยอดเยี่ยมตอนลุกจากม้านั่งที่สนามแอนฟิลด์ ด้าน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ฟิตไม่พอที่จะมีชื่อติดขุมกำลัง

เมสัน ร่ายมนต์

ถือเป็นเรื่องที่เหมาะสมสำหรับนักเตะที่ได้ลงสนามมากกว่าคนอื่น ๆ ให้กับพวกเราในศึกพรีเมียร์ ลีกฤดูกาลนี้ เมาท์ ยิงให้ทีมขึ้นนำจากจังหวะฟรีคิกสุดสวย โดยถือเป็นซีซั่นการประเดิมสนามที่วิเศษสำหรับแข้งวัย 21 ปีที่ทำสถิติลงเล่นมากกว่าผู้เล่นจากทีมเยาวชนคนอื่น ๆ ในฤดูกาลแรกกับทีมชุดใหญ่ และเป็นประตูที่ 8 ของเขาในฤดูกาล ก่อนจะตามมาด้วยแอสซิสต์ลูกที่ 6

เมาท์ เล่นได้อย่างแข็งขัน โชว์ทักษะในบริเวณพื้นที่สุดท้ายของสนาม

โอลิวิเย่ร์ มือปืนช่วงทดเจ็บ

ชิรูด์ ทำประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรกเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน การจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยมของเขาในวันนี้ทำให้รูปเกมในครึ่งหลังกลายเป็นสิ่งที่ผ่อนคลาย และเป็นการสานต่อผลงานอันยอดเยี่ยมของตัวเองตั้งแต่ฟุตบอลกลับมาแข่งขันใหม่อีกรอบ เจ้าตัวคงหวังว่าจะรักษาฟอร์มดังกล่าวต่อไปที่เวมบลีย์ในสัปดาห์หน้า!

เชลซี (3-4-3): กาบาเยโร่; อัซปิลิเกวต้า (c), ซูม่า, รูดิเกอร์; เจมส์, จอร์จินโญ่ (บาร์คลี่ย์ 88), โควาซิช (ลอฟตัส-ชีค), อลอนโซ่; เมาท์ (เปโดร 85), ชิรูด์ (อับราฮัม 78), พูลิซิช (ฮัดสัน-โอดอย 78)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เกปา, โทโมรี, คริสเตนเซ่น, เอแมร์ซอน
ผู้ทำประตู เมาท์ 45+1, ชิรูด์ 45+4
ใบเหลือง ชิรูด์ 45+3, อัซปิลิเกวต้า 90+2

วูล์ฟส์ (3-4-2-1): รุย พาทริซิโอ้; เดนดองค์เกอร์, โคอาดี้ (c), โบลี; โดเฮอร์ตี้ (โพเดนซ์), เนเวส (มูตินโญ่ 59), เซสส์, จอนนี่ (วินาเกร 59); เนโต้ (ตราโอเร่ h/t), โชต้า (จอร์เดา 84); ฮิเมเนซ
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม รุดดี้, คิลแมน, เบอร์, กิ๊บ-ไวส์
ใบเหลือง โชต้า 22, เนโต้ 45, เดนดองค์เกอร์ 83

ผู้ตัดสิน สจ๊วรต แอตเวลล์

ข่าวอื่นๆ