ข่าว

ส่องมุมสื่อ: ออสการ์ พร้อมรับใช้ทีมชาติจีน, แลมพ์ส ถูกยกย่องว่าเป็นกุนซืออังกฤษที่โดดเด่นที่สุดตั้งแต่ ฮอดเดิ้ล, 'สงครามแห่งเดอะ บริดจ์' แมตช์ในความทรงจำของแฟร์ทองเก้น

รวมข่าวเกี่ยวกับเชลซีจากสื่อนอกในวันนี้ ออสการ์ อดีตมิดฟิลด์สิงห์บลูส์พร้อมเปลี่ยนสัญชาติหากได้รับอนุญาต ส่วน สแตน คอลลีมอร์ ได้กล่าวยกย่องแฟรงค์ แลมพาร์ด พร้อมชี้ว่ามีอนาคตที่สดใส

ข่าวสารเหล่านี้เป็นการดึงข้อมูลมาจากสื่อภายนอก มิใช่มุมมองของสโมสรฟุตบอลเชลซีแต่อย่างใด

ออสการ์ พร้อมลงเล่นให้ทีมชาติจีน

จากการรายงานของ Goal.com ออสการ์ อดีตกองกลางเชลซี ระบุว่าเขาพร้อมที่จะเปลี่ยนการรับใช้ทีมชาติจากบราซิลไปเป็นจีน หากว่าฟีฟ่าอนุญาต

แข้งวัย 28 ปีอำลาสิงห์บลูส์ไปเมื่อเดือนมกราคม 2017 และเพิ่งเริ่มต้นฤดูกาลที่ 4 กับสโมสรเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ในศึกไชนีส ซูเปอร์ ลีก โดยเขาลงเล่นไปแล้ว 123 นัด ยิงได้ 39 ประตู และคว้าแชมป์ลีกเมื่อปี 2018

ออสการ์ ยังไม่ได้ลงสนามเพิ่มจาก 47 นัดให้ทีมชาติบราซิลอีกเลยนับตั้งแต่ย้ายออกจากเชลซี โดยเจ้าตัวยอมรับว่าหากฟีฟ่าเปลี่ยนกฎที่ห้ามไม่ให้นักเตะซึ่งเคยลงเล่นเกมทางการไปแล้วในการเปลี่ยนไปรับใช้ประเทศอื่น เขาก็จะพิจารณาถึงการลงเล่นให้กับประเทศในเอเชีย

'แน่นอนว่าเรื่องนี้ผมมีเก็บ ๆ มาคิด เพราะมันยากมากที่จะได้ติดทีมชาติบราซิลเพราะว่าตอนนี้ผมอยู่ที่นี่ แต่ในประเทศจีนทุกคนได้เห็นว่าผมทำผลงานได้ดีแค่ไหน' ออสการ์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ผ่านวิดีโอกับรายการ CGTN’s Sports Scene

'ทีมชาติจีนต้องการมิดฟิลด์ดี ๆ สักคนดังนั้นผมคิดว่าผมสามารถช่วยในเรื่องนี้ได้ ผมชอบจีนนะ แต่นักเตะที่เดินทางมาที่จีนเพื่อเปลี่ยนสัญชาติ พวกเขาสามารถทำให้ดีกว่านี้ได้'

เอลเคซอน ดาวเตะที่พื้นเพเป็นชาวบราซิลและเป็นอดีตเพื่อนร่วมทีมเอสไอพีจีของ ออสการ์ ได้รับสัญชาติจีนเมื่อปีที่แล้ว โดยเขาได้ลงเล่นให้กับพลพรรคมังกรในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก


คอลลีมอร์ ชี้ แลมพาร์ด ก้าวเป็นยอดกุนซือ

ในการเขียนคอลัมน์ให้กับ The Mirror สแตน คอลลีมอร์ อดีตดาวเตะทีมชาติอังกฤษ ยกย่อง แฟรงค์ แลมพาร์ด ว่าเป็น 'โค้ชชาวผู้ดีที่อนาคตสดใสที่สุด' นับตั้งแต่ เกล็นน์ ฮอดเดิ้ล และคาดหวังว่า แลมพ์ส จะนำพาเชลซีไปสู่ความสำเร็จ

อดีตดาวยิงทีมลิเวอร์พูลเผยว่าเขาประทับใจแนวทางที่ แลมพาร์ด ยืนหยัดเพื่อตัวเองในการโต้คารมณ์อย่างดุเดือดกับซุ้มม้านั่งสำรองของหงส์แดงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเชื่อมั่นว่านายใหญ่รายนี้จะกลายเป็นความท้าทายสำหรับทีมของเยอร์เก้น คล็อปป์ ในอนาคตอันใกล้

'ทุกอย่างเริ่มก่อร่างขึ้นมาและบ่งชี้ให้เราเห็นว่า แลมพาร์ด จะเป็นกุนซือชาวอังกฤษที่มีอนาคตสดใสที่สุด นับตั้งแต่ เกล็น ฮอดเดิ้ล ในตอนที่เขาเข้ามาจับงานคุมทีม' คอลลีมอร์ กล่าว

'ฮอดเดิ้ล เลิกเล่นฟุตบอล เขานำระบบสวีปเปอร์มาใช้กับสวินดอน และได้รับการยกย่องว่าเป็นกุนซือที่มีหลักความคิดล้ำสมัย สุดท้ายเขาเข้าไปรับงานที่ใหญ่ที่สุดกับทีมชาติอังกฤษ

'ผมมองเห็นเรื่องแบบนี้ในตัว แลมพาร์ด ด้านแท็คติกส์และด้านการเมืองกับหมู่โค้ชและนักเตะ เขาได้รับความเคารพ เขาเป็นของจริง มีองค์ประกอบครบทุกอย่าง การโต้แย้งกับ คล็อปป์ บ่งบอกผมทุกอย่างที่ผมจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ แฟรงค์

'เขาไม่ได้เข้ามารับงานเล่น ๆ เขาต้องการในสิ่งที่ คล็อปป์ ทำได้ในเวลาที่เร็วกว่าเท่าตัว รู้อะไรไหม? ผมคิดว่าเขาทำได้นะ'


‘สงครามแห่งเดอะ บริดจ์’ คือเกมที่ แฟร์ทองเก้น จำขึ้นใจที่สุด

อาจเป็นการแข่งขันที่แฟนบอลเชลซีและเลสเตอร์มีความทรงจำที่หอมหวานมากกว่าสาวกท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ แต่ ยาน แฟร์ทองเก้น เผยว่าสกอร์ที่เสมอกันอย่างดุเดือด 2-2 ซึ่งแข่งขันในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2016 เป็นการลงเล่นให้สเปอร์สที่เขาจำขึ้นใจได้ดีที่สุด

เกมที่ดุเดือดซึ่งถูกตั้งชื่อว่าเป็น "สงครามแห่งเดอะ บริดจ์" ทำให้นักเตะท็อตแน่ม 9 คนโดนจดชื่อรวมถึง แฟร์ทองเก้น โดยเชลซี ตามตีเสมอหลังโดนนำไปสองประตูซึ่งผลการแข่งขันได้ส่งให้เลสเตอร์ ซิตี้ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกอย่างปาฏิหาริย์

ในการให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ทางการของท็อตแน่ม หลังอำลาสโมสรแบบฟรีเอเยนต์ กองหลังชาวเบลเจี้ยนพูดถึงแมตช์ที่เขาจดจำได้ดีที่สุดตลอดช่วงเวลาการค้าแข้ง 8 ปี

'เกมนัดหนึ่งที่จะอยู่ในใจผมไปเสมอคือแมตช์ที่เราบุกไปเยือนเชลซีแล้วเสมอกับพวกเขา' แข้งวัย 33 ปีเผย

'พวกเขาทำให้เราเสียแชมป์ลีกแต่มันก็เป็นไปตามแนวทางของมัน สำหรับผมเกมดังกล่าวบ่งบอกถึงความเป็นพรีเมียร์ ลีก

'ผมเดินออกจากสนามโดยรู้สึกผิดหวังมาก แต่ในใจคิดว่า "ว้าว เกมนี้มันสุดยอดไปเลยนะ พรีเมียร์ ลีกแท้ ๆ เลย" ชัดเจนว่าทั้งสองทีมเป็นคู่อริกัน พวกเขาอยากเอาชนะพวกเรา ส่วนเราก็ต้องเอาชนะพวกเขา แต่ทุกอย่างเหมือนเป็นสงครามอ่ะและนั่นคือสิ่งที่ผมชอบ

'ผมภูมิใจกับทีมของเราในเวลานั้นและการต่อสู้ที่พวกเราทุ่มเทลงไป ผลเสมอ 2-2 ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ แต่ผมจำได้ว่าตัวเองนั่งคิดอยู่ในห้องแต่งตัวอารมณ์ประมาณว่า "นี่ละพรีเมียร์ ลีก เหลือเชื่อจริง ๆ"'

ข่าวอื่นๆ