บล็อก

สตาร์เชลซีจากแอฟริกันตะวันตก

ซาโลมง กาลู อดีตศูนย์หน้าทีมเชลซี มีอายุครบ 35 ปีบริบูรณ์ในวันนี้ (5 สิงหาคม) และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระดังกล่าว เราจะย้อนไปดูข้อมูลของเหล่ายอดแข้งจากแอฟริกาตะวันตก ซึ่งกลายเป็นขวัญใจสาวกสิงห์บลูส์ในถิ่นลอนดอนตะวันตก

เซเลสติน บาบายาโร่

หนึ่งในนักเตะทีมชาติไนจีเรียชุดคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิก ปี 1996 บาบายาโร่ ถือเป็นผู้เล่นคนแรกจาก “อินทรีมรกต” ที่ได้ลงสนามให้กับเชลซี โดยเขาถูกเซ็นมาจากอันเดอร์เลชท์หนึ่งปีหลังจากนั้นขณะที่มีอายุ 18 กะรัต แบ็คซ้ายความเร็วจัดผู้มีสายตาในการเจาะตาข่าย บาบายาโร่ ค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์อยู่ 8 ฤดูกาล ลงสนามไป 187 นัด รวมทั้งเกมซูเปอร์ คัพ ปี 1998 และเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศปี 2000 ดาวเตะรายนี้จะตีลังกาเรียกเสียงเฮจากแฟน ๆ ได้ทุกครั้งที่เขามีชื่อทำประตู

มาร์กแซล เดอไซญี่

เดอไซญี่ เกิดในประเทศกาน่า ก่อนย้ายไปอยู่ที่ฝรั่งเศสตอนอายุได้ 4 ขวบและก้าวไปเป็นตำนานลูกหนังของทีมเลส์ เบลอส์ โดยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก และยูโร ติดทีมชาติไปทั้งสิ้น 116 นัด หลังเส้นทางการค้าแข้งที่ประสบความสำเร็จกับมาร์กเซยและเอซี มิลาน เขาย้ายมาเล่นให้เชลซีในปี 1998 และ 6 ปีถัดมาลงสนามไป 222 นัด รับปลอกแขนกัปตันทีมต่อจากเดนนิส ไวส์ พร้อมยิงประตูช่วยให้สิงห์บลูส์เอาชนะลิเวอร์พูล 2-1 เมื่อปี 2003 คว้าตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกได้อย่างยิ่งใหญ่

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา

ดร็อกบา เคยเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของเชลซีตอนถูกเซ็นมาจากมาร์กเซยเมื่อปี 2004 แต่กองหน้าทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ได้พิสูจน์ความคุ้มค่าตลอดช่วงเวลา 8 ฤดูกาลหลังจากนั้น โดยช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก 3 สมัย, เอฟเอ คัพ 4 สมัย, ลีก คัพ 2 สมัย ก่อนเป็นคนยิงจุดโทษช่วยให้ทีมคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อปี 2012 เขากลับมาค้าแข้งในถิ่นเดอะ บริดจ์อีกรอบในซีซั่น 2014/15 และช่วยให้เราคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกได้อีก 1 สมัย รวมทั้งถ้วยลีก คัพ ก่อนอำลาทีมโดยฝากสถิติการยิงประตู 164 ลูกจากการลงเล่นให้เชลซี 381 นัด

มิคาเอล เอสเซียง

ระดับพลังงานขั้นสูง, ความมุ่งมั่น และการยิงประตูจากระยะไกลอันยอดเยี่ยมของเอสเซียง ทำให้ดาวเตะเจ้าของฉายา ‘ไบสัน’ กลายเป็นขวัญใจแฟนบอลเชลซีในช่วงเวลาการค้าแข้งระหว่างปี 2005 จนถึง 2014 แม้จะถูกจดจำในฐานะหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดของโลกในช่วงพีคของอาชีพค้าแข้ง มิดฟิลด์ทีมชาติกาน่าได้แสดงความสารพัดประโยชน์ด้วยการถอยไปยืนเซ็นเตอร์แบ็คในศึกเอฟเอ คัพและลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศปี 2007 นอกจากนี้ยังคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรในปีดังกล่าว และคว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลสมัยแรกจาก 2 ครั้งที่เขาได้รับอีกด้วย

ซาโลมง กาลู

กาลู ย้ายจากเฟเยนอร์ด มาค้าแข้งให้เชลซีในปี 2006 ตัวรุกชาวไอวอรี่ โคสต์ลงสนามให้กับสิงห์บลูส์ 254 นัดในเวลา 6 ฤดูกาล ยิงไป 60 ประตู รวมถึงแฮตทริคซึ่งช่วยให้ทีมไล่ถล่มสโต๊ค ซิตี้ 7-0 ในเดือนเมษายน 2010 หลังจากที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก, เอฟเอ คัพ 4 สมัย และลีก คัพอีก 1 สมัย เขาลงเล่นเกมสุดท้ายให้สโมสรในการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศในปี 2012 ก่อนจะโยกไปเล่นให้กับลีลล์, แฮร์ธา เบอร์ลิน และล่าสุดเซ็นสัญญาไปอยู่กับโบตาโฟโก้ สโมสรในประเทศบราซิลด้วยระยะเวลา 18 เดือน

จอห์น มิเกล โอบิ

เขาอาจไม่ใช่นักเตะที่เล่นได้หวือหวาและโดดเด่น โดยยิงไปแค่ 6 ประตูจากการค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ 11 ฤดูกาล ทว่า มิเกล เป็นกุญแจสำคัญต่อความสำเร็จของเชลซีในช่วงเวลาที่อยู่กับสโมสรด้วยการเล่นอย่างแข็งขันในแผงมิดฟิลด์ กองกลางทีมชาติไนจีเรีย ลงสนามให้กับสิงห์บลูส์ 372 นัด คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก 2 สมัย, ปรากฎตัวในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพที่ทีมคว้าแชมป์ 3 สมัย และมีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมเอาชนะบาเยิร์น มิวนิคในรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อปี 2012

วิคเตอร์ โมเซส

วิคเตอร์ โมเซส ถูกเซ็นมาจากวีแกนในปี 2012 และเขาก็มีฤดูกาลประเดิมสนามที่แข็งแกร่งในซีซั่น 2012/13 โดยยิงไป 10 ประตูจากการลงเล่น 43 นัด อย่างไรก็ตาม แข้งทีมชาติไนจีเรีย ใช้เวลา 3 ซีซั่นหลังจากนั้นออกไปเล่นด้วยสัญญายืมตัวกับลิเวอร์พูล, สโต๊ค ซิตี้ และเวสต์ แฮม ก่อนจะกลับมาทวงตำแหน่งตัวจริงในทีมเชลซีอีกครั้งภายใต้การนำของอันโตนิโอ คอนเต้ โดยลงเล่นในตำแหน่งวิงแบ็ค ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2016/17 ก่อนจะช่วยให้พวกเราเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ในศึกเอฟเอ คัพรอบชิงชนะเลิศฤดูกาลถัดมา

ข่าวอื่นๆ