ข้อมูลก่อนแข่ง

สถิติ - บาเยิร์น มิวนิค พบ เชลซี

นี่คือสถิติและตัวเลขสำคัญก่อนการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายกับยักษ์ใหญ่ประเทศเยอรมันในคืนวันเสาร์นี้...


สถิติการพบกันระหว่างเชลซี และบาเยิร์น มิวนิค

เกมนัดนี้จะฟาดแข้งหลังจากแมตช์แรกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ 165 วัน (25 กุมภาพันธ์)

แฟรงค์ แลมพาร์ด สวมปลอกแขนกัปตันทีมเชลซีในนัดล่าสุดที่พวกเราบุกไปแข่งขันที่สนามอัลลิอานซ์ อารีน่า ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ปี 2012
 

จากนักเตะ 22 คนที่ลงเล่นตัวจริงในนัดชิงดำแชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2012 มีผู้เล่นเพียง 3 คนที่อยู่ค้าแข้งกับสโมสร โดยเป็นฝ่ายบาเยิร์น มิวนิคทั้งหมด ประกอบด้วย มานูเอล นอยเออร์, เยโรม บัวเต็ง และโธมัส มุลเลอร์

การพบกัน 5 นัดหลังสุดในทุกรายการระหว่างเชลซี และบาเยิร์น มิวนิค มีการยิงประตูรวมทั้งสิ้น 20 ลูก เฉลี่ยนัดละ 4 ประตู

บาเยิร์น และเชลซีพบกันครั้งแรกในรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศฤดูกาล 2004/05 สิงห์บลูส์ของโชเซ่ มูรินโญ่ ผ่านเสือใต้ของเฟลิกซ์ มากัธเข้ารอบด้วยประตูรวม 6-5 เชลซีคว้าชัยชนะนัดแรกในบ้านด้วยสกอร์ 4-2 โดยแลมพาร์ดทำ 2 ประตูบวกกับดร็อกบาที่มีชื่อบนสกอร์บอร์ด แลมพาร์ด และดร็อกบา ยิงได้อีกครั้งในเกมนัดที่สองซึ่งบาเยิร์นเป็นฝ่ายชนะไป 3-2

ก่อนการแข่งขันฤดูกาลนี้ ทั้งสองทีมพบกันครั้งล่าสุดในศึกซูเปอร์ คัพ ปี 2013 โดยบาเยิร์นมีเป๊บ กวาร์ดิโอล่าเป็นผู้จัดการทีม และพวกเขาเป็นฝ่ายเอาชนะด้วยการดวลจุดโทษ
 

ชัยชนะขาดลอยที่สุดของเชลซีในการเล่นเป็นทีมเยือนรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก:

20 ตุลาคม 1999 กาลาตาซาราย 0-5 เชลซี รอบแบ่งกลุ่ม รอบแรก
25 พฤศจิกายน 2014 ชาลเก้ 0-5 เชลซี รอบแบ่งกลุ่ม

ชัยชนะขาดลอยที่สุดของบาเยิร์นในการเล่นเป็นทีมเหย้ารายการแชมเปี้ยนส์ ลีก:

13 มีนาคม 2012 บาเยิร์น มิวนิค 7-0 บาเซิ่ล รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง
11 มีนาคม 2015 บาเยิร์น มิวนิค 7-0 ชัคตาร์ โดเนตส์ก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง
 

สถิติของเชลซี

เชลซี กุมสถิติไร้พ่ายยามเล่นเป็นทีมเยือนในฟุตบอลยุโรปมา 10 นัดติด พวกเราปราชัยครั้งล่าสุดให้กับบาร์เซโลน่าด้วยสกอร์ 0-3 ในการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อปี 2018 (ชนะ 7, เสมอ 3)

ยามเล่นเป็นทีมเยือน พวกเราไม่สามารถชนะคู่แข่งในการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อคเอาต์ 7 นัดหลังสุด (เสมอ 4, แพ้ 3) นับตั้งแต่บุกคว่ำเบนฟิก้า 1-0 เมื่อเดือนมีนาคม 2012 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

เชลซี ยิงได้ 3 ประตูยามเล่นเป็นทีมเยือนในรอบน็อคเอาต์แชมเปี้ยนส์ ลีกได้เพียงครั้งเดียว โดยเป็นเกมที่บุกชนะลิเวอร์พูล 3-1 เมื่อเดือนเมษายน ปี 2009
 

สถิติในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของพวกเราคือการเก็บชัยชนะ 8 นัดและพ่ายแพ้ 5 นัด พวกเราปราชัยมา 3 นัดติดต่อกันในรอบนี้ โดยล่าสุดคือเกมที่พ่ายให้กับบาร์เซโลน่าด้วยสกอร์รวม 1-4 (1-1 ในบ้าน, แพ้ 0-3 ยามเป็นทีมเยือน) ในฤดูกาล 2017/18

เกมยูโรป้า ลีก ฤดูกาลที่แล้วที่บุกไปเสมอกับไอน์ทรัคต์ แฟรงค์เฟิร์ต ทำให้เชลซียืดสถิติไม่แพ้ในการลงแข่งขันที่ประเทศเยอรมนีเป็น 4 นัด (ชนะ 2, เสมอ 2) นับตั้งแต่เกมที่ปราชัยให้กับบายเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 1-2 ในรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2011/12

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ยิงไป 8 ประตูจากการลงตัวจริง 10 นัดหลังสุดให้กับสิงห์บลูส์

ผู้ทำประตูในแชมเปี้ยนส์ ลีก:
อับราฮัม 2, อัซปิลิเกวต้า 2, จอร์จินโญ่ 2 (จุดโทษ 2 ลูก), บัตซูอายี่ 1, เจมส์ 1, โควาซิช 1, พูลิซิช 1, วิลเลี่ยน 1

 

ตัวเลขสำคัญ

หากถูกส่งลงสนาม อันเดรียส คริสเตนเซ่น จะลงเล่นเป็นนัดที่ 100 และแทมมี่ อับราฮัม เป็นนัดที่ 50 ให้กับเชลซี (รวมทุกรายการ) วิลเลี่ยน จะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงนัดที่ 250 ให้กับสโมสรนับจากทุกรายการการแข่งขัน

 

สถิติของบาเยิร์น มิวนิค

ตั้งแต่เปิดบ้านเอาชนะท็อตแน่มในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม บาเยิร์น มิวนิค ปราบคู่แข่งได้ 25 จาก 26 นัดนับรวมทุกรายการ พวกเขาเสมอกับแอร์เบ ไลป์ซิกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์โดย ติโม แวร์เนอร์ ลงสนามในเกมดังกล่าวด้วย

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำประตูให้กับบาเยิร์นได้ในการแข่งขัน 5 นัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม รวมทั้งแมตช์ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งเขานำเป็นดาวซัลโวของแชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลนี้หลังยิงไป 11 ประตู - หัวหอกทีมชาติโปแลนด์ซัด 4 ตุงใส่เรด สตาร์ เบลเกรดในแมตช์เดย์ 5 โดยทุกประตูเกิดขึ้นห่างกันเพียง 16 นาที ถือเป็นการยิง 4 ประตูที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของแชมเปี้ยนส์ ลีก
 

บาเยิร์น คว้าชัยชนะแชมเปี้ยนส์ ลีก 7 นัดแรกในฤดูกาลนี้ ยิงไป 27 ประตู เสียแค่ 5 ลูก

บาเยิร์น ปราชัย 3 จาก 5 นัดที่ลงเล่นในบ้านสำหรับการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อคเอาต์ โดยสองนัดล่าสุดเป็นเกมกับลิเวอร์พูลเมื่อซีซั่นที่แล้ว และเรอัล มาดริด ในรอบรองชนะเลิศนัดแรก ฤดูกาล 2017/18

สถิติการลงแข่งขันแบบไป-กลับของบาเยิร์นกับทีมจากประเทศอังกฤษคือ ชนะ 10 แพ้ 6 พวกเขาเก็บชัยมาได้ 5 ครั้งรวดก่อนซีซั่นที่แล้ว ซึ่งเป็นการปราชัยครั้งแรกนับตั้งแต่พลาดท่าให้เชลซีในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฤดูกาล 2004/05

ตั้งแต่พ่ายแพ้ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ปี 2012 ให้กับเชลซี บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะคู่แข่งจากประเทศอังกฤษได้ 4 จาก 5 ครั้งในรอบน็อคเอาต์รายการนี้

ในประวัติศาสตร์ของยูโรเปี้ยน คัพและแชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่มีทีมใดที่เคยบุกชนะคู่แข่งในรอบน็อคเอาต์นัดแรกด้วยสกอร์ห่าง 3 ลูกหรือมากกว่า แล้วไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ แต่ละทีมที่มีสกอร์ยิงขาดสามารถผ่านรอบนี้ไปได้รวมทั้งหมด 92 ครั้ง

บาเยิร์น เคยเสีย 3 ประตูในหนึ่งนัดจากการลงเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อคเอาต์ในบ้านเพียง 3 ครั้ง หนล่าสุดเกิดขึ้นในเกมที่ปราชัยให้กับลิเวอร์พูล 1-3 เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2019

บาเยิร์น ยังไม่ได้ลงแข่งขันนัดทางการนับตั้งแต่ฟุตบอลเยอรมัน คัพ รอบชิงชนะเลิศกับบายเออร์ เลเวอร์คูเซ่นเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม การแข่งขันบุนเดสลีก้าจบลงหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านั้น


ผู้ทำประตูในแชมเปี้ยนส์ ลีก:
เลวานดอฟสกี้ 11 (จุดโทษ 1 ลูก), กนาบรี้ 6, โกม็อง 2, มุลเลอร์ 2, โทลิสโซ่ 2, คูตินโญ่ 1, โกเรตซ์ก้า 1, คิมมิช 1, เปริซิช 1
 

ข่าวอื่นๆ