ข้อมูลก่อนแข่ง

ข้อมูลก่อนแข่ง: บาเยิร์น มิวนิค พบ เชลซี

หลังประสบความสำเร็จในการปิดฉากฟุตบอลพรีเมียร์ ลีกแต่พลาดท่าในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ เดอะ บลูส์ จะลงแข่งขันฟุตบอลยุโรปซึ่งถือเป็นรายการสุดท้ายประจำซีซั่น อ่านข้อมูลสำคัญก่อนเกมจาก ริค แกลนวิลล์ และพอล ดัตตัน นักประวัติศาสตร์กับนักสถิติของสโมสรกันได้เลย...

165 วันผ่านไปตั้งแต่เกมเลกแรกในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก่อนที่เราจะพลาดท่าให้บาเยิร์น 0-3 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เชลซีกุมสถิติไม่แพ้ให้กับคู่แข่งจากประเทศเยอรมนีมา 8 นัดติดต่อกัน

สิงห์บลูส์ มีความพยายามที่จะไม่ร่วงจากรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน

เชลซี (เช่นเดียวกับบาเยิร์น) เป็น 1 ใน 5 แชมป์เก่าที่ยังหลงเหลืออยู่ในรายการนี้ แม้จะมีสกอร์ตุนไว้ 3 ลูกแต่ ฮานซี่ ฟลิค เตือนนักเตะว่าห้ามประมาททีมเยือนโดยเด็ดขาด ไม่เคยมีทีมใดที่บุกชนะคู่แข่งได้เกิน 3 ประตูในเกมเลกแรกและไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไป สถิติหนึ่งที่น่าสนใจระหว่างสิงห์บลูส์และเสือใต้คือพบกันทีไร มีประตูเฉลี่ยนัดละ 4 ลูก

ขุมกำลังเชลซีที่เต็มไปด้วยนักเตะซึ่งมีอาการบาดเจ็บ จะต้องแสดงหัวจิตหัวใจนักสู้หากหวังคัมแบ็คจากสกอร์ 0-3

แฟรงค์ แลมพาร์ด สวมปลอกแขนกัปตันทีมช่วยให้เชลซีเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะในการบุกเยือนอัลลิอานซ์ อารีน่าหนล่าสุด (แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ปี 2012)

photo of สถิติสำคัญ สถิติสำคัญ


ความสำเร็จของลิเวอร์พูลเป็นตัวชี้วัด

ปัญหาการจัดทัพของเชลซีเพิ่มสูงขึ้นจากเกมสุดสัปดาห์ที่แล้วด้วยอาการบาดเจ็บของ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า, เปโดร และคริสเตียน พูลิซิช โดยบิลลี่ กิลมอร์ ปิดเทอมไปแล้วส่วนวิลเลี่ยน และรูเบน ลอฟตัส-ชีค ก็พลาดลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ มาร์กอส อลอนโซ่ (โดนไล่ออกในเกมที่เดอะ บริดจ์) และจอร์จินโญ่ (สะสมใบเหลืองครบ 3 ครั้ง) ติดโทษแบนในรายการนี้ สำหรับมาเตโอ โควาซิช ที่โดนไล่ออกอย่างน่ากังขาในเกมกับอาร์เซนอล พร้อมเป็นตัวเลือกให้กับแลมพาร์ด

กับที่นั่งเพิ่มเติมในซุ้มตัวสำรอง แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้ใส่ชื่อของบรรดาดาวรุ่งสิงห์บลูส์มากับทีม ประกอบด้วย: เฮนรี่ ลอว์เรนซ์ (แบ็คขวา), เอียน แมตเซ่น (แบ็คซ้าย), ไดเนล ซิเมอู (เซ็นเตอร์แบ็ค), ลูอิส เบต (กองกลาง) และอาร์มานโด้ โบรย่า (กองหน้า)

แข้งสิงห์บลูส์บางรายอาจถูกจับตามองมากกว่าเพื่อน ๆ โดยคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย จะได้เผชิญหน้ากับสโมสรที่เขาตกเป็นข่าวลืออย่างหนักเมื่อปีก่อน ส่วนโอลิ ชิรูด์ เคยทะลวงตาข่ายบาเยิร์นไปแล้ว 3 ตุงในอาชีพค้าแข้ง - 2 ประตูเกิดขึ้นที่สนามอัลลิอานซ์ อารีน่า

ชิรูด์ ยิงประตูใส่บาเยิร์นสมัยค้าแข้งอยู่กับอาร์เซนอล

หนึ่งในวิธีเอาตัวรอดจากการไล่บีบในพื้นที่สุดท้ายของบาเยิร์นคือต้องลบกองหน้าและกองกลางของพวกเขาออกจากสมการ เราอาจต้องลืมการปั้นเกมอย่างช้า ๆ ไปชั่วขณะและใช้บอลยาวจ่ายให้กองหน้าตัวเป้าหรือปีกที่มีความเร็ว สิ่งดังกล่าวได้ผลจากชัยชนะ 2-0 เหนือลิเวอร์พูลในศึกเอฟเอ คัพ โดยบรรดาแนวรุกมีพื้นที่ให้เล่นจากแผงหลังที่ดันขึ้นมาสูง

ทีมเจ้าบ้านเน้นการต่อบอลจากแดนหลัง แต่พวกเขาจะขาดนักเตะคนสำคัญในแผงแบ็คโฟร์ และไม่ได้ลงเล่นในเกมทางการมาหนึ่งเดือนเต็ม หากเชลซีสามารถทำตามแท็คติกส์ เรามีโอกาสที่จะสร้างความอันตรายต่อพวกเขา


บาเยิร์น กลับมาจากการพักเบรค

เป็นเวลาห่างกัน 32 วันระหว่างเกมนัดสุดท้ายในศึกบุนเดสลีกาของบาเยิร์น มิวนิคกับการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีกสุดสัปดาห์นี้ ทีมของฮานซี่ ฟลิค ได้ลงอุ่นเครื่องเกมมาร์กเซยที่มีอังเดร วิลลาส โบอาส คุมทัพไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

มาร์กเซย มีพื้นที่ให้เล่นในแดนกลางโดยเลออน โกเรตซ์ก้า และธิอาโก้ อัลคานทาร่า มีจังหวะขาด ๆ เกิน ๆ แต่ทางดาวิด อลาบา เล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่งในแดนหลัง

 

คิงสลี่ย์ โกม็อง ปีกทีมบาเยิร์น ดวลฝีเท้ากับ ฮิโรกิ ซากาอิ แข้งมาร์กเซยในเกมกระชับมิตร

ระหว่างที่การแข่งขันดำเนินไป บาเยิร์น เริ่มกลับมาไล่บีบบอลอย่างหนักเพื่อแย่งมาครองในพื้นที่ประตูฝั่งคู่แข่ง และน่ายิงได้มากกว่าแค่จังหวะการซัดสุดเฉียบของแซร์จ กนาบรี้

อัลฟอนโซ่ เดวี่ส์ นักเตะที่สร้างปัญหาให้กับเชลซีอย่างหนักในการเจอกันที่เดอะ บริดจ์นัดแรก วิ่งขึ้นเติมเกมรุกอย่างมีอิสระ โดยอลาบาโยกไปยืนฝั่งซ้ายคอยคัฟเวอร์ตำแหน่งด้านหลังเขา แม้ว่าโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และโธมัส มุลเลอร์ จะดูไม่เฉียบคมเท่าไรนัก แต่สิงห์บลูส์ ต้องหาวิธีรับมือสองแข้งตัวอันตรายให้ดีกว่าในนัดที่แล้ว

ในเกมกับมาร์กเซย โจชัว คิมมิช สลับมายืนตำแหน่งแบ็คขวาแทนที่เบนจามิน ปาวาร์ด ที่มีอาการบาดเจ็บ และทางนิคลาส ซูเล่ คัมแบ็คจากอาการบาดเจ็บระยะยาวที่เขาประสบตั้งแต่เดือนตุลาคม


ความทรงจำแห่งมิวนิค

เกมชี้ชะตานัดนี้เราต้องออกมาเยือนเพราะจบในฐานะรองแชมป์ของกลุ่ม H ตามหลังบาเลนเซีย อย่างไรก็แล้วแต่ บาวาเรียมิใช่สถานที่ที่พวกเราต้องหวาดกลัว

สิงห์บลูส์ บุกมาเยือนมิวนิคครั้งแรกในวันอังคารที่ 15 มีนาคม 1966 ในรอบก่อนรองชนะเลิศศึกอินเตอร์-ซิตี้ส์ แฟร์ส คัพ โดยพบกับ ทีเอสวี 1860 มิวนิค สองประตูจากบ็อบบี้ แทมบลิ้ง (หลังจากวิลเฟร็ด โคห์ลาร์ส ซัดเบิกร่องตั้งแต่ต้นเกม) เกือบทำให้ทีมวัยหนุ่มของทอมมี่ ด็อคเฮอร์ตี้ เก็บชัยชนะเกมเยือนนัดแรกและนัดเดียวในฤดูกาลแต่ทาง ติโม โคเนียตซ์ก้ามายิงประตูตีเสมอให้เจ้าบ้านเสียก่อน

เกือบสองทศวรรษผ่านมาในรอบก่อนรองชนะเลิศโดยครั้งนี้เป็นรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก แข่งขันกันที่โอลิมปิก สเตเดี้ยมกับบาเยิร์น เดอะ บลูส์ คว้าชัยนัดแรกในบ้านด้วยสกอร์ 4-2 หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านั้น โดยแฟรงค์ แลมพาร์ด ยิงคนเดียว 2 ประตู

ประตูมหัศจรรย์ของแฟรงค์ แลมพาร์ด พบ บาเยิร์น มิวนิค! | ไฮไลต์แชมเปี้ยนส์ ลีก 2005 | ความทรงจำแห่งมิวนิค

ซูเปอร์แฟรงค์ ยิงประตูแรกในการแข่งขันที่มิวนิค ก่อนที่เคลาดิโอ ปิซาร์โร่จะกดตีเสมอให้เจ้าบ้าน และเป็นดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ที่ซัดให้เชลซีอีกลูกซึ่งแม้เราจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ 2-3 แต่ผ่านเข้ารอบด้วยประตูรวม ไปดวลกับลิเวอร์พูลซึ่งเอาชนะพวกเราในรอบรองชนะเลิศด้วย 'ประตูผี'

อีกหนึ่งการแข่งขันในแดนใต้ของประเทศเยอรมนีคือเกมนัดประวัติศาสตร์ของสโมสรในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ปี 2012 แมตช์นี้แฟนบอลเจ้าถิ่นขึ้นป้าย ‘Unsere Stadt, Unser Stadion, Unser Pokal’ (‘เมืองของเรา, สนามของเรา, ถ้วยของเรา) บ่งบอกถึงความมั่นใจของพวกเขาในการเก็บชัยชนะ แต่ท้ายที่สุดอย่างที่สาวกทุกคนทราบกันดี "เดอะ บลูส์" เป็นฝ่ายได้เฮสุดเสียงจากการดวลจุดโทษ


ความหวังสุดท้ายของลอนดอน

เชลซี เป็นสโมสรสุดท้ายจากเมืองหลวงของอังกฤษที่ยังอยู่ในเส้นทางฟุตบอลยุโรปฤดูกาลนี้ พวกเราเก็บไป 17 แต้มสำหรับค่าสัมประสิทธิ์ของยูฟ่าในฤดูกาลนี้ มีเพียงแค่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (21) และลิเวอร์พูล (18) ที่ทำคะแนนได้มากกว่า ไม่มีสโมสรอื่นใดในลอนดอนที่เคยคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีกได้อย่างเรา

การดวลจุดโทษกับไอน์ทรัคต์ แฟรงค์เฟิร์ต

ขั้นตอนต่อไปในเวทียุโรป

หลังการแข่งขันคืนวันเสาร์นี้ เชลซี หรือบาเยิร์น จะต้องเดินทางสู่ประเทศโปรตุเกสเพื่อลงแข่งขันมินิทัวร์นาเม้นต์ ผู้ชนะจะผ่านไปพบกับนาโปลี หรือบาร์เซโลน่าในรอบก่อนรองชนะเลิศ ส่วนรอบรองชนะเลิศแข่งขันในวันที่ 18 หรือ 19 สิงหาคม

สำหรับทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะต้องเข้ารับการกักตัวอย่างเข้มงวดในเมืองลิสบอน โดยเกมนัดชิงชนะเลิศจะแข่งขันที่สนามเอสตาดิโอ้ ดา ลูซ สังเวียนเหย้าของเบนฟิก้าในวันที่ 23 สิงหาคมนี้

 

แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง

คืนวันศุกร์
ยูเวนตุส พบ ลียง เวลา 02:00 น. (ลียงนำ 0-1)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ เรอัล มาดริด เวลา 02:00 น. (ซิตี้นำ 2-1)

คืนวันเสาร์
บาเยิร์น มิวนิค พบ เชลซี เวลา 02:00 น. (บาเยิร์นนำ 3-0)
บาร์เซโลน่า พบ นาโปลี เวลา 02:00 น. (เสมอ 1-1)
 

ข่าวอื่นๆ