สัมภาษณ์

สัมภาษณ์พิเศษ อัซปิลิเกวต้า ตอนที่สอง: ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไปกับแลมพาร์ด และข้อความที่อยากฝากถึงแฟนบอลเชลซี

หลังจากที่ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า ได้พูดถึงเรื่องราวแง่บวกของฤดูกาล 2019/20 กับจุดที่ทีมต้องพัฒนาในบทสัมภาษณ์พิเศษตอนแรก วันนี้แข้งชาวสแปนิชจะมาเล่าให้เราฟังในประเด็นการเป็นกัปตันทีมในฤดูกาลที่แปลกประหลาดมากที่สุด พร้อมประเมินถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไประหว่างตัวเขากับ แฟรงค์ แลมพาร์ด ก่อนการรับใช้ทีมฤดูกาลที่ 9 ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์...

ในตอนที่ แกรี่ เคฮิลล์ อำลาถิ่นลอนดอนตะวันตกไปเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วและปลอกแขนกัปตันทีมเชลซีว่างลง ถือเป็นตัวเลือกที่ชัดเจนสำหรับ แฟรงค์ แลมพาร์ด ในการแต่งตั้ง เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า อดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาขึ้นมาทำหน้าที่แทน

เกียรติดังกล่าวมิใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับแข้งชาวสแปนิช โดยเขาเดินนำลูกทีมลงแข่งขันยูโรป้า ลีก รอบชิงชนะเลิศที่บากูในเกมสุดท้ายของซีซั่น 2018/19 แต่ความรับผิดชอบในการเข้ามาทำหน้าที่นี้อย่างถาวร ถือว่าแตกต่างจากการรับบทบาทเพียงชั่วคราว

อ่าน: บทสัมภาษณ์พิเศษ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า ตอนแรก

การก้าวขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงให้กับสโมสรในช่วงเวลาที่แปลกประหลาดซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของอัซปิลิเกวต้า สมควรได้รับคำชื่นชมมากขึ้นไปอีก

'อย่างแรกเลย ผมรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้เป็นกัปตันทีมเชลซี และได้มีส่วนร่วมกับทุก ๆ บทบาทที่เราต้องดูแลทั้งในและนอกสนาม' กัปตันทีมของเรากล่าว

'ฤดูกาลนี้เป็นปีที่แปลกประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลจากการแพร่ระบาดของไวรัสและมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องแก้ไข มีช่วงเวลาที่เราไม่รู้ว่าเราจะได้กลับมาแข่งขันเมื่อไร เราทุกคนล้วนมีครอบครัวที่ต้องดูแล ดังนั้นด้วยตำแหน่งของผม ผมจึงพยายามทำให้ทุกคนสามัคคีกัน พยายามให้ความช่วยเหลือทุกคนและทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพราะมันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก'

กัปตันทีมเชลซีมีส่วนร่วมกับการตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสหลายอย่าง อาทิ การสละเวลาและเงินเพื่อซื้ออุปกรณ์ให้กับมูลนิธิต่าง ๆ ของเชลซี เช่นเดียวกับการบริจาคมื้ออาหารให้เด็ก ๆ และพนักงานที่มีบทบาทสำคัญในแฮมเมอร์สมิธและฟูแล่ม

เรื่องในสนามอาจดูไม่สำคัญนักหากนำมาเทียบกัน แต่ อัซปิ ก็มีงานมากขึ้นเช่นกัน โดยต้องคอยชี้นำเพื่อนร่วมทีมสำหรับการกลับมาแข่งขัน และผลักดันไปให้ถึงเป้าหมายการผ่านไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก

'ผมเป็นกัปตันที่ไม่เคยแฮปปี้และต้องการมากกว่าเดิมเสมอ' เขาว่าต่อ 'เวลาที่พวกเราแพ้หรือโชว์ฟอร์มไม่ออกตามแนวทางที่ควรจะเป็น ผมก็จะรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนรับผิดชอบกับเรื่องดังกล่าว

'บางครั้งมันก็เป็นกรณีที่ตัวผมเองสามารถทำผลงานให้ดีขึ้นได้ คุณต้องซื่อสัตย์กับตัวเองและอ่อนน้อมเพื่อที่จะประเมินถึงจุดที่สามารถทำให้ดีขึ้น และผลักดันจากจุดดังกล่าวให้พัฒนาขึ้น

'เวลาที่ผมเป็นฝ่ายแพ้ผมก็จะตั้งตารอการแข่งขันนัดถัดไปและรีบไปซ้อมตั้งแต่เช้าในวันรุ่งขึ้น นี่คือหลักความคิดที่พวกเราต้องมี ความกระหายและความทะเยอทะยานที่จะไม่พอใจกับสิ่งที่เราเคยทำในอดีต แต่ต้องมีความมุ่งมั่นที่จะสู้ต่อและพยายามไปให้ถึงระดับสูงสุดในทุก ๆ วัน'

'หากทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ผมพร้อมที่จะเริ่มต้นพรีซีซั่นตามปกติ’

photo of เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า

แม้จะเคยคว้าแชมป์รายการเมเจอร์มาแล้ว 6 ครั้งจากการค้าแข้ง 8 ฤดูกาลในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่อัซปิลิเกวต้า มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาไปข้างหน้าแบบไม่หยุดเช่นเดียวกับผู้จัดการทีมของเขา ทั้ง อัซปิ และ แลมพาร์ด มีความคล้ายคลึงกันในความเป็นนักเตะ นั่นคือการไม่เคยพอใจและพยายามทำให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ความสัมพันธ์ดังกล่าวได้พัฒนาขึ้นในช่วงเวลาที่ทีมเจอกับขาขึ้นและขาลงในซีซั่นนี้

'ผมไม่เคยมีผู้จัดการทีมที่เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกันมาก่อน แต่มันเป็นเรื่องที่ธรรมชาติมากสำหรับพวกเราทั้งคู่' อัซปิ อธิบาย 'เราเคารพกันและกัน ตำแหน่งแตกต่างออกไปจากเดิมเพราะไม่กี่ปีก่อนพวกเราเป็นเพื่อนร่วมทีมต่อสู้ในสนามเพื่อชัยชนะ และตอนนี้เขาเป็นกุนซือส่วนผมเป็นกัปตันทีม แต่เราก็ยังพยายามทุ่มเทให้ดีที่สุดและต่อสู้เพื่อถ้วยรางวัล

'ก็เป็นแบบเดียวกันสำหรับสตาฟโค้ชคนอื่น ๆ ผมรู้จักกับพวกเขาทุกคนตั้งแต่สมัยที่ทำงานในทีมอคาเดมี่ เรามีความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันไปแต่ว่าตอนนี้ทุกคนล้วนทำงานให้ทีมชุดใหญ่ เราพยายามร่วมมือกันและผมก็พยายามช่วยพวกเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อคว้าผลการแข่งขันที่เราต้องการ'

ฤดูกาลที่มีทั้งช่วงฟอร์มขึ้นและฟอร์มตก จบลงด้วยความผิดหวังสำหรับทัพสิงห์บลูส์รวมทั้งตัวอัซปิลิเกวต้าเองด้วย เราโดนอาร์เซนอลเอาชนะในศึกเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ส่วนกองหลังชาวสแปนิชก็โดนถอดออกจากสนามเพราะมีปัญหาอาการบาดเจ็บแฮมสตริง หลังจากที่เจ้าตัวทำทีมเสียจุดโทษ

แข้งวัย 30 ปี จะเข้ารับการรักษาในช่วงซัมเมอร์สั้น ๆ โดยเขาหวังว่าจะกลับมาทันการพรีซีซั่นตามปกติร่วมกับเพื่อน ๆ ปลายเดือนนี้

'ผมหวังว่าจะกลับมาฟิตในช่วงเริ่มต้นพรีซีซั่นครับ' เขากล่าว 'ผมโชคดีพอที่อาชีพการค้าแข้งไม่ได้เจอกับอาการบาดเจ็บบ่อยนัก แต่โชคร้ายที่มันดันเกิดขึ้นในเกมกับอาร์เซนอล

'ผมกำลังทำงานกับนักกายภาพด้วยโปรแกรมจากสโมสร นอกจากนี้ก็ได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวด้วย แต่ส่วนใหญ่เป็นการซ้อมและการทำงานในสนามเพื่อฟื้นฟูร่างกาย หากทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ผมก็จะพร้อมกลับมาเริ่มต้นพรีซีซั่นตามปกติ'

สำหรับการค้าแข้งฤดูกาลที่ 9 ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ อัซปิลิเกวต้า มีลุ้นเข้าไปติดใน 10 อันดับนักเตะที่ลงสนามให้เชลซีมากที่สุด โดยสิ่งดังกล่าวเขาบอกว่าไม่เคยอยู่ในหัวตอนที่ย้ายมาจากมาร์กเซยเมื่อช่วงซัมเมอร์เมื่อ 8 ปีที่แล้ว

'ตอนที่ผมย้ายมาอยู่กับเชลซี ผมไม่เคยจินตนาการถึงจำนวนการแข่งขันที่ผมจะได้ลงสนามเลย' เขายอมรับ 'ผมไม่เคยตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง ผมแค่พยายามพร้อมเป็นตัวเลือกให้กับผู้จัดการทีม พยายามทำงานหนักและลงเล่นอย่างเต็มที่เมื่อได้รับโอกาส ดังนั้นการลงเล่นมากเท่านี้ถือว่าสุดยอดจริง ๆ และเป็นสิ่งที่ผมภูมิใจสุด ๆ

'ผมรู้สึกถึงความเชื่อมั่นจากผู้จัดการทีม, สโมสร และเพื่อนร่วมสังกัดมาเสมอ แต่ผมไม่ต้องการมองย้อนกลับไปมากนัก ผมอยากบรรลุเป้าหมายให้มากขึ้น พยายามทุ่มเทผลงานที่ดีที่สุดและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสโมสรแห่งนี้'

สุดท้าย อัซปิ มีข้อความที่อยากฝากถึงแฟนบอลเชลซี

'ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาพวกเราคิดถึงแฟนบอลมากเลยครับ' เขากล่าว 'พวกเขาเป็นคนสำคัญสำหรับพวกเรา และหวังว่าเราจะสามารถต้อนรับพวกเขากลับมาได้โดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะได้ร่วมแบ่งปันช่วงเวลาต่าง ๆ ไปด้วยกัน'

ข่าวอื่นๆ