ข้อมูลก่อนแข่ง

ข้อมูลก่อนฤดูกาล 2020/21: แรงดึงดูดของแฟรงค์ แลมพาร์ด

กับการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ ถึงเวลาที่เราจะไปดูข้อมูลสำคัญต่าง ๆ จากริค แกลนวิลล์ กับพอล ดัตตัน นักประวัติศาสตร์และนักสถิติของสโมสร...

การรอคอยที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังในระยะเวลาสั้น ๆ ฤดูกาลที่ 86 บนลีกสูงสุดและฤดูกาลที่ 105 ในลีกของเชลซีกำลังจะเริ่มต้นขึ้น หลังผ่านการแข่งขันนัดสุดท้ายที่มิวนิคเมื่อซีซั่นที่แล้วเพียงแค่ 37 วัน ซึ่งถือว่าล่าช้ากว่าซีซั่นปกติประมาณ 5 สัปดาห์

15 จาก 24 ทีมที่เคยคว้าแชมป์ลีกประเทศอังกฤษ จะลงแข่งขันกันเพื่อตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ ลีกในฤดูกาลนี้ ซีซั่นที่ผ่านมา เชลซีมีคะแนนห่างจากทีมอันดับ 1 มากถึง 33 แต้ม ถือเป็นช่องว่างที่มากที่สุดในยุคสมัยของโรมัน อับราโมวิช - แต่กระนั้นทุกทีมจะเริ่มต้นพร้อมกันใหม่ที่ศูนย์สำหรับฤดูกาลใหม่นี้

สถิติช่วงหลังของเชลซีในพรีเมียร์ ลีก
2019/20 - อันดับ 4
2018/19 - อันดับ 3
2017/18 - อันดับ 5
2016/17 - แชมเปี้ยนส์
2015/16 - อันดับ 10
2014/15 - แชมเปี้ยนส์
2013/14 - อันดับ 3
 

โปรแกรมเตะสุดท้าทาย

หลังการแข่งขันแมตช์สุดท้ายของฤดูกาล 2019/20 ที่พบกับบาเยิร์นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นักเตะส่วนใหญ่ได้พักเบรคกัน 12 วันก่อนกลับมารายงานตัวฝึกซ้อมเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม และหลังจากที่ลงซ้อมกันได้ 8 วัน พวกเราลงเล่นเกมกระชับมิตรกับไบรท์ตัน จากนั้นนักเตะ 13 คนถูกเรียกเก็บตัวเข้าแคมป์ทีมชาติอีกเป็นเวลา 10 วัน

จากผลลัพธ์ของโรคระบาด นี่คือครั้งแรกที่สิงห์บลูส์เริ่มแข่งขันฟุตบอลลีกในเดือนกันยายนในรอบ 106 ปีซึ่งถือว่าล่าช้าที่สุดมากกว่าปีไหน ๆ นับตั้งแต่ฤดูกาล 1914/15 เป็นต้นมา ซีซั่นจะเริ่มคิกออฟกันในเดือนสิงหาคม

แม้ว่าพรีเมียร์ ลีกจะสูญเสียโปรแกรมเตะในเดือนสิงหาคม แต่บทสรุปการแข่งขันจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม โดยมีการเพิ่มโปรแกรมกลางสัปดาห์ 2 วีคยัดลงระหว่างเดือนมกราคมและพฤษภาคม เพื่อเป็นการทำให้โปรแกรมเตะได้ผล การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ จะถูกเลื่อนมาแข่งขันในสัปดาห์รองสุดท้ายของฤดูกาลพรีเมียร์ ลีก ส่วนแผนการปิดเบรคหนีหนาวก็ถูกตีตกลงไป

กับศึกคาราบาว คัพและฟุตบอลถ้วยยุโรป นักเตะเชลซีที่มีโอกาสติดทีมชาติอาจต้องลงเล่นสัปดาห์ละ 2 ครั้งตั้งแต่ตอนนี้จนถึงกลางเดือนธันวาคม

ขุมกำลังใหม่เชลซี

หนึ่งในตลาดซื้อขายช่วงฤดูร้อนที่น่าประทับใจที่สุดของสโมสร แสดงให้เห็นถึงแรงดึงดูดของแฟรงค์ แลมพาร์ดผู้เป็นเฮดโค้ช โดยบรรดานักเตะชั้นนำของยุโรปกล่าวว่า ซูเปอร์แฟรงค์ คือแรงบันดาลใจให้พวกเขาย้ายมาอยู่กับสิงห์บลูส์

สมัยเป็นนักเตะ แลมพาร์ดใช้เวลาในแต่ละซัมเมอร์เพื่อพัฒนาการเล่นส่วนต่าง ๆ ของตัวเองทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ตอนนี้เขาใช้หลักการเดียวกันในการทำงานโค้ช ทั้งการปรับปรุงผลงานและปรับแต่งขุมกำลัง

เขามองเห็นว่าทีมต้องแก้ปัญหาแนวรับ และจัดระเบียบการรับมือกับจังหวะสวนกลับเร็วและลูกตั้งเตะ แลมพาร์ดดึงตัวผู้เล่นแนวรุกที่มีความสร้างสรรค์ 3 คน ประกอบด้วยฮาคิม ซิเยค, ติโม แวร์เนอร์ และไค ฮาแวร์ตซ์ เช่นเดียวกับการเสริมกองหลังมากประสบการณ์อย่างธิอาโก้ ซิลวาจากปารีส แซงต์-แชร์กแมงก์ และ เบน ชิลเวลล์ ฟูลแบ็คจากเลสเตอร์

ฤดูกาลที่แล้ว มีเพียง 6 จาก 69 ประตูในลีกของสิงห์บลูส์ที่มาจากจังหวะเซ็ตพีซ ซิเยคซึ่งทำไป 16 แอสซิสต์ให้กับอาแย็กซ์จากทุกรายการเมื่อซีซั่นที่แล้ว ผ่านบอลให้เพื่อนยิงประตู 9 ครั้งจากจังหวะบอลตั้งเตะทั้งการครอสหรือการเตะมุม และ 4 จาก 8 ประตูที่เขายิงได้มาจากการซัดนอกกรอบเขตโทษ

ฮาแวร์ตซ์ในวัย 21 ปีซึ่งเห็นการเล่นแล้วนึกถึงซีดาน หรือกุลลิต โชว์ผลงานโดดเด่นในการเล่นหลาย ๆ ตำแหน่งตั้งแต่กองกลางจนมาถึงกองหน้า สำหรับแวร์เนอร์ที่อายุ 24 ปี จบในตำแหน่งรองดาวซัลโวของประเทศเยอรมนี ตามหลังแค่โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โดยเขาเพิ่งซัดประตูแรกในสีเสื้อน้ำเงินครามในการแข่งขันกับไบรท์ตันจากแมตช์พรีซีซั่นของพวกเรา

แลมพาร์ดรู้ดีว่าแม้การทำประตูอาจจะทำให้ทีมเป็นฝ่ายชนะ แต่การเสียประตูจะทำให้คุณสูญเสียตำแหน่งแชมป์ จำนวนตัวเลข 54 'ที่เสียให้คู่แข่ง' ถือว่ามากกว่าฤดูกาล 2015/16 ที่ทีมมีปัญหาฟอร์มการเล่นจนจบในอันดับที่ 10 ของตารางเสียอีก

8 ประตูที่เราโดนคู่แข่งยิงในลีกสูงสุดเกิดจากจังหวะโต้กลับเร็วซึ่งถือว่ามากที่สุดในพรีเมียร์ ลีก นอกจากนี้สิงห์บลูส์ยังเสียประตูจากลูกเตะมุมมากเป็นอันดับ 3 (10 ประตู) แม้จะเสียลูกเตะมุมน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ในลีกก็ตาม (131 ครั้ง)

การมาของชิลเวลล์ที่เปี่ยมด้วยพลังงาน, ตัวหยุดยั้งความอันตรายอย่างธิอาโก้ ซิลวา เช่นเดียวกับการกลับสู่สภาพความฟิตปกติของเอ็นโกโล่ ก็องเต้ น่าจะช่วยเราได้ในสถานการณ์เหล่านั้น

เมื่อมี ซิเยค คอยเล่นลูกตั้งเตะ เดอะ บลูส์อาจหวังที่จะพัฒนาสถิติการทำประตูจากนักเตะในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค ซึ่งยิงได้ 2 ลูกจากความพยายาม 39 ครั้งที่ได้โหม่งบอล

แน่นอนว่านอกจากการย้ายมาของเหล่านักเตะชื่อดัง เรายังมีดาวรุ่งซึ่งกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมตลอดช่วงฤดูกาลที่ผ่านมาอีกด้วย

หลากหลายเชื้อชาติมากกว่าเดิม

สายสัมพันธ์ที่ยาวนานระหว่างเชลซีกับสตาร์ดังชาวบราซิลยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งแม้วิลเลี่ยนจะอำลาสโมสรแต่ธิอาโก้ ซิลวาตบเท้าย้ายเข้ามา เดอะ บลูส์ถือเป็นสโมสรอังกฤษที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศจากทวีปอเมริกาใต้ บางทีนั่นอาจเป็นเพราะ 12 นักเตะจากดินแดนเมล็ดพันธุ์กาแฟเคยสวมเสื้อสีน้ำเงินคราม เริ่มจากเอแมร์ซอน โธมในปี 1999 ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่าทุก ๆ สโมสรในพรีเมียร์ ลีก

การคว้าตัวเพชรเม็ดงามจากเมืองเบียร์ถือเป็นการสานต่อประเพณีที่สโมสรอุดมไปด้วยยอดนักเตะชาวเยอรมันซึ่งเริ่มมาตั้งแต่โรเบิร์ต ฮูธ เมื่อปี 2003 การมาของฮาคิม ซิเยค ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นสัญชาติโมร็อคโกคนแรกของสโมสร โดยเขาจะไม่พลาดลงสนามช่วงเดือนมกราคม/กุมภาพันธ์ เพราะศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2021 ถูกเลื่อนไปเตะในปี 2022

ข่าวอื่นๆ