รายงานผล

แวร์เนอร์, ฮาแวร์ตซ์เดบิวต์! สิงห์บุกอัดไบรท์ตัน 3-1 เก็บสามแต้มเปิดหัว

เชลซี เสริมนักเตะแนวรุกหลายรายลงสู่ขุมกำลังในฤดูกาลนี้ แต่เป็นสองกองหลังบวกกับกองกลางที่ยิงประตูทำให้พวกเราเริ่มต้นซีซั่น 2020/21 ด้วยการเก็บ 3 คะแนนเต็ม

จอร์จินโญ่ ทำประตูให้สิงห์บลูส์ออกนำในครึ่งแรกเกมที่ไบรท์ตันมีโอกาสทำเกมบุกเข้าใส่อยู่บ้าง โดยพวกเขาตามตีเสมอสำเร็จช่วงต้นครึ่งหลัง อย่างไรก็ตาม ประตูสุดสวยของ รีซ เจมส์ ช่วยให้พวกเราขึ้นนำอีกครั้ง จากนั้นเคิร์ต ซูม่า ยิงประตูในลีกในรอบเกือบ 5 ปีจากลูกยิงที่เขาเคยซัดให้เชลซีช่วยให้ทีมการันตีคว้า 3 คะแนนเต็ม

แม้ไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดแต่ ติโม แวร์เนอร์ โชว์ฟอร์มในนัดประเดิมสนามให้เชลซีได้อย่างน่าประทับใจ โดยเรียกจุดโทษให้จอร์จินโญ่ยิงเข้าไป แถมยังสร้างความอันตรายให้กับแผงหลังของคู่แข่งได้อีกหลายครั้ง สำหรับไค ฮาแวร์ตซ์ นัดนี้อาจเป็นการเริ่มต้นที่เงียบ ๆ อยู่บ้าง แต่แฟรงค์ แลมพาร์ดก็ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่านักเตะใหม่ของเขาต้องได้รับเวลาเพื่อปรับตัว และฟิตซ้อมร่างกายให้อยู่ในสภาวะที่ดีที่สุด อย่างไรก็แล้วแต่ แข้งหมายเลข 29 แสดงความนิ่งและความขยันออกมาให้เห็น

แวร์เนอร์ กับการลงเดบิวต์

ไบรท์ตัน พลาดโอกาสทองในการยิงตีเสมอให้เป็น 2-2 ก่อนที่ซูม่าจะทำประตู โดยหลังจากที่สกอร์กลายเป็น 3-1 พวกเราครองเกมเอาไว้ได้อยู่หมัด พวกเขายังต้องเฝ้ารอชัยชนะเหนือเชลซีในเกมลีกนัดแรกต่อไป

การจัดทัพ

หลังรายชื่อ 11 ตัวจริงถูกเปิดเผยออกมา หลายคนยังสงสัยว่าทีมจะยืนตำแหน่งกันแบบไหน เมื่อผู้ตัดสินเป่านกหวีดเริ่มต้นการแข่งขัน เป็นที่ชัดเจนว่า รูเบน ลอฟตัส-ชีค ได้ยืนห้อยประจำการด้านหลังแวร์เนอร์ ส่วนฮาแวร์ตซ์ โยกไปอยู่กราบขวา และเป็นเมสัน เมาท์ ที่คอยปั้นเกมจากฝั่งซ้าย

แผงแบ็คโฟร์ รีซ เจมส์ และมาร์กอส อลอนโซ่ ยืนเป็นวิงแบ็คทำให้เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า ต้องนั่งเป็นตัวสำรอง และปลอกแขนกัปตันมีจอร์จินโญ่ดูแล โดยยืนมิดฟิลด์คู่กับเอ็นโกโล่ ก็องเต้

แฟรงค์ แลมพาร์ด เปิดเผยก่อนเกมว่าคริสเตียน พูลิซิชมีอาการบาดเจ็บ ทำให้เขา, เบน ชิลเวลล์, ฮาคิม ซิเยค และธิอาโก้ ซิลวา ไม่ได้เป็นตัวเลือก เช่นเดียวกับมาเตโอ โควาซิช ซึ่งติดโทษแบนจากใบแดงที่ได้รับในเกมเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 15: ช่วง 15 นาทีแรก เชลซีเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่าและพยายามทำเกมรุกใส่เจ้าบ้าน แต่ไบรท์ตันเล่นกันอย่างมีระเบียบวินัยป้องกันเอาไว้ได้ดี

นาทีที่ 23: แต่แล้วเกมรับของไบรท์ตันดันมาพลาดกันง่าย ๆ โดยอัลซาเต้ จ่ายบอลสั้นหน้าเขตโทษไม่ถึงเพื่อน ถูกจอร์จินโญ่ตัดได้ ก่อนส่งไปให้แวร์เนอร์ ที่ถูกไรอัน เกี่ยวล้มในเขตโทษ มิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลีรับหารที่สังหารโดยเลือกยิงทางซ้าย ตุงตาข่าย

นาทีที่ 26: ไบรท์ตัน ได้โอกาสตอบโต้มาบ้างเป็นจังหวะการครอสบอลทางซ้ายให้ นีล มัวเปย์ เทคตัวโขกแต่โดนไม่เต็ม

จังหวะแวร์เนอร์เรียกจุดโทษให้ทีม!

นาทีที่ 35: หลังโดนนำ เจ้าบ้านเริ่มทำเกมรุกกันได้ดีกว่าพวกเราและน่าได้ประตูตีเสมอจากอัลซาเต้ ที่พาบอลมาถึงระยะยิงก่อนกดให้ เกปา ต้องออกแรงเซฟ

นาทีที่ 42: เชลซี ใช้จังหวะเคาเตอร์แอทแทคเล่นงานไบรท์ตัน เป็นแวร์เนอร์ จ่ายบอลให้ลอฟตัส-ชีค ก่อนวิ่งไปรับคืนแต่แนวรับเจ้าถิ่นสกัดทิ้งออกไปได้

นาทีที่ 45+2: แวร์เนอร์ได้บอลทางด้านซ้ายก่อนโชว์ความเร็วกระชากหนีตัวประกบและได้ยิงจากมุมแคบ แต่ไรอันยังไม่หลง พุ่งปัดออกไป

รูเบนกับการออกแอ็กชั่นในครึ่งแรก

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 47: ออกสตาร์ตครึ่งหลังไบรท์ตันได้ลุ้นประตูตีเสมอจากจังหวะที่ มาร์ช กระชากสุดเส้นหลังแล้วจ่ายมาที่เสาแรกให้ คอนนอลลี่ ชาร์จเข้าข้างตาข่าย

นาทีที่ 49: ไบรท์ตันยังคงพยายามทวงประตูตีเสมอและเป็น แลมป์ตี้ย์ พาบอลมาจากฝั่งขวาแหวก 2 ตัวประกบหลุดเข้ากรอบเขตโทษก่อนยิงไปติดบล็อค ซูม่า ออกหลัง

นาทีที่ 54: ความพยายามของไบรท์ตันมาประสบความสำเร็จจากลูกยิงไกลของ ทรอสซาร์ด ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้ง

เจมส์ ยิงให้ทีมขึ้นนำอีกครั้ง

นาทีที่ 56: แต่แล้วเชลซีก็มาเอาคืนได้แบบทันควัน โดยเป็นการซัดสุดสวยของ เจมส์ ที่รับบอลหน้าเขตโทษ และหวดเต็มข้อส่งบอลเสียบสามเหลี่ยมอย่างเฉียบขาด!

นาทีที่ 60: แฟรงค์ แลมพาร์ด ตัดสินใจถอด รูเบน ลอฟตัส-ชีค ออกจากสนามแล้วให้ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ลงไปทำหน้าที่แทน

นาทีที่ 66: รูปเกมของพวกเราดูไหลลื่นขึ้นหลังจากที่ บาร์คลี่ย์ ลงมา ก่อนมาได้ประตูหนีห่าง 3-1  จากลูกเตะมุมที่ เจมส์ เปิดมาให้ ซูม่า ได้ยิงแฉลบขาเว็บสเตอร์ เปลี่ยนทางเข้าประตู

นาทีที่ 79: แลมพาร์ด ตัดสินใจส่ง คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ลงสนามแทนที่ ไค ฮาแวร์ตซ์

นาทีที่ 84: บอสปรับหมากอีกรอบ คราวนี้อัซปิลิเกวต้า ลงมาเล่นแทนจอร์จินโญ่

นาทีที่ 90: มีการทดเวลาบาดเจ็บออกไป 4 นาที โดยทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ เชลซี ออกสตาร์ตซีซั่น 2020/21 ด้วยการเก็บ 3 คะแนนเต็ม!

ซูม่า ยิงแฉลบแนวรับไบรท์ตันทำให้สกอร์กลายเป็น 3-1

2,000 แต้มแล้ว

ชัยชนะค่ำคืนนี้ทำให้เชลซีกลายเป็นทีมที่ 3 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ ลีกที่เก็บแต้มสะสมได้ 2,000 คะแนนนับตั้งแต่การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1992 อีกสองทีมที่ทำได้คือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และอาร์เซนอล นอกจากนี้ยังถือเป็นการคว้าชัยชนะนัดที่ 400 ในพรีเมียร์ ลีกของพวกเราในช่วงเวลาเดียวกันนี้อีกด้วย

สิงห์บลูส์เปิดหัวไม่พลาดแล้ว

โปรแกรมนัดแรกของฤดูกาลที่แล้วไม่ใช่ผลการแข่งขันที่ดีต่อทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด เราออกไปเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและปราชัยด้วยสกอร์ 4-0 ครั้งนี้เราไม่เจอกับปัญหาแบบนั้น สถิติปัจจุบันของ เชลซี คือแพ้แค่ 2 นัดจากโปรแกรมประเดิมสนามในพรีเมียร์ ลีก โดยคว้าชัย 17 นัดและเสมออีก 3

เกมถัดไป?

สำหรับฤดูกาลนี้ แทบไม่มีช่วงกลางสัปดาห์ของวีคไหนที่ไม่มีบอลเตะ สุดสัปดาห์หน้าเราจะเปิดบ้านทำศึกใหญ่โดยรับการมาเยือนของลิเวอร์พูล

เชลซี (4-2-3-1): เกปา; เจมส์, คริสเตนเซ่น, ซูม่า, อลอนโซ่; กองเต้, จอร์จินโญ่ (c) (อัซปิลิเกวต้า 84); ฮาแวร์ตซ์ (ฮัดสัน-โอดอย 79), ลอฟตัส-ชีค (บาร์คลี่ย์ 60), เมาท์; แวร์เนอร์
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม กาบาเยโร่, รูดิเกอร์, ชิรูด์, อับราฮัม
ผู้ทำประตู จอร์จินโญ่ 23, เจมส์ 56, ซูม่า 66

Brighton (3-5-2): ไรอัน; ไวท์ (กรอสส์ 78), ดังก์ (c), เว็บสเตอร์; แลมพ์ตี้ย์, ลัลลาน่า (คอนนอลลี่ 45), บิสซูม่า, อัลซาเต้ (ยาฮันบัคช์ 78), มาร์ช; มัวเปย์, ทรอสซาร์ด
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม สตีล, สตีเฟ่นส์, เบิร์น, เฟลท์มัน
ผู้ทำประตู ทรอสซาร์ด 54
ใบเหลือง แลมพ์ตี้ย์ 81

ผู้ตัดสิน เคร๊ก พอว์สัน
 

ข่าวอื่นๆ