บทวิเคราะห์

วิเคราะห์หลังเกม: การเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาดของ แวร์เนอร์ และการคุมเกมของ จอร์จินโญ่

รวมสถิติหลังจบเกมรูปแบบใหม่ของเรา มีภาพกราฟิกแสดงถึงการเคลื่อนไหวของติโม แวร์เนอร์ในเกมกับไบรท์ตัน, อิทธิพลในแดนกลางของจอร์จินโญ่ และการทำเกมที่น่าประทับใจก่อนที่รีซ เจมส์จะยิงประตูสุดสวย...


ติโมติดเทอร์โบ

ในเกมนัดประเดิมสนามให้กับเชลซี ติโม แวร์เนอร์ แสดงทักษะหลายอย่างของเขาออกมาให้เราเห็น สิ่งที่โดดเด่นที่สุดอาจเป็นการเคลื่อนไหวและการอ่านเกมของเขา โดยแผนผังการสัมผัสบอลที่เอเม็กซ์ เน้นให้เห็นว่าแข้งรายนี้พร้อมเคลื่อนที่ไปทุกส่วนของสนาม

แม้บ่อยครั้งเจ้าตัวจะอยู่ในตำแหน่งเยื้องไปทางด้านซ้าย แต่กองหน้าชาวเยอรมันพร้อมวิ่งสุดเส้นหลังทั้งสองฝั่ง หรือถอยลงมาลึกเพื่อดึงกองหลังไบรท์ตันให้ออกจากตำแหน่งและเปิดพื้นที่ให้มากขึ้น นอกจากนี้เขายังเป็นตัวอันตรายในพื้นที่สุดท้ายอย่างสม่ำเสมอ โดยสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษ 6 ครั้ง รวมทั้งหนึ่งจังหวะสำคัญที่พยายามพาบอลหนี แมท ไรอัน ก่อนโดนรวบล้มลงเป็นจุดโทษ

โอกาสยิง 5 ครั้งของแวร์เนอร์ถือว่ามากที่สุดในเกม และจากสถิติที่ลูกยิง 3 ครั้งของเขาถูกบล็อคเป็นการไฮไลต์ให้เห็นว่าไบรท์ตันตามประกบติดนักเตะรายนี้มากแค่ไหน

แวร์เนอร์ เลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จ 2 ครั้งเช่นเดียวกับเมสัน เมาท์ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในทีมเชลซี

โดยรวมแล้ว ไบรท์ตันมีโอกาสยิง 13 ครั้ง ส่วนพวกเราได้ลองสับไก 10 ครั้ง แต่พวกเรายิงเข้ากรอบ 5 ครั้งส่วนเจ้าบ้านทำได้แค่ 3 ครั้ง

จอร์จินโญ่ตัวคุมเกม

จอร์จินโญ่ ที่สวมปลอกแขนกัปตันในนัดนี้ไม่เพียงแค่ทำประตูเบิกร่องให้กับพวกเรา แต่ยังคงเป็นคนสำคัญที่คอยกำหนดจังหวะการเล่นของทีม โดยถ่ายบอลจากเกมรับขึ้นสู่เกมรุกในบริเวณแดนกลางที่แย่งชิงกันอย่างดุเดือด

การผ่านบอลสำเร็จ 45 ครั้งของเขาเป็นรองเพียงแค่มาร์กอส อลอนโซ่ที่ทำได้ 55 ครั้ง และมีเพียงแค่อลอนโซ่ (6.8%) ที่ใช้เวลากับบอลมากกว่าจอร์จินโญ่ (5.3%) แข้งทีมชาติอิตาลีผ่านบอลสำคัญ 2 ครั้งซึ่งถือเป็นตัวเลขที่มากที่สุดในเกมร่วมกับ เมาท์ และ รีซ เจมส์

แผนภูมิความร้อนของจอร์จินโญ่ แสดงให้เห็นว่าเขาประสานงานร่วมกับอลอนโซ่และแวร์เนอร์บริเวณฝั่งซ้ายของสนามอย่างสม่ำเสมอ โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นต้นกำเนิดเกมรุกของพวกเราถึง 50%

จอร์จินโญ่ ได้รับผลประโยชน์จากการลงเล่นในแดนกลางคู่กับเอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสดักบอลได้มากที่สุดในเกมด้วยจำนวน 6 ครั้งและเข้าสกัดสำเร็จอีก 3 ครั้ง สถิติการผ่านบอลสำเร็จของเขาอยู่ที่ 92% มีเพียงแค่อันเดรียส คริสเตนเซ่นที่ทำได้ดีกว่า (94%)

จากจังหวะคิกออฟสู่การส่งบอลกระทบก้นตาข่าย

การตอบสนองต่อประตูตีเสมอของเลอันโดร ทรอสซาร์ดของพวกเราถือว่าทำได้ดีมาก โดยไบรท์ตันไม่มีโอกาสได้สัมผัสบอลตั้งแต่จังหวะที่พวกเขายิงประตูได้ จนกระทั่งเจมส์กดเน้น ๆ ส่งบอลเสียบสามเหลี่ยม

โดยรวมแล้วมีการผ่านบอล 19 ครั้งก่อนประตูจะเกิดขึ้น เริ่มจากแวร์เนอร์ที่เป็นคนเขี่ยคิกออฟ จอร์จินโญ่ จ่ายไปอีก 4 ครั้งรวมถึงบอลสุดท้ายที่หลุดไปให้เจมส์ได้ง้างเท้ายิงเข้าไปอย่างสุดสวย!

สถิติสำคัญอื่น ๆ

พวกเราครองบอลได้ 46.7% ที่สนามเอเม็กซ์ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์สไตล์การเล่นของไบรท์ตัน ฤดูกาลที่แล้วในเกมนัดเยือนพรีเมียร์ ลีก เชลซีมีค่าเฉลี่ยการครองบอลอยู่ที่ 58.2%

สถิติการผ่านบอลสำเร็จของพวกเราอยู่ที่ 83% ถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อฤดูกาลที่แล้วเล็กน้อย (85.2%)

เจมส์ ขึ้นแย่งบอลกลางอากาศสำเร็จ 4 ครั้ง ส่วนเมสัน เมาท์ เข้าสกัดสำเร็จด้วยจำนวนตัวเลขเดียวกันซึ่งถือว่ามากที่สุดในเกม ด้านไค ฮาแวร์ตซ์ เข้าแย่งบอลได้ 3 ครั้งในเกมเดบิวต์พรีเมียร์ ลีกของเขา

นอกจากสถิติด้านการผ่านบอลและการครองบอล อลอนโซ่ยังมีส่วนร่วมกับเกมรับเป็นอย่างมาก โดยดักบอลและเคลียร์บอลไปอย่างละ 5 ครั้ง

ชัยชนะนัดนี้ทำให้พวกเราเก็บคะแนนครบ 2000 แต้มในพรีเมียร์ ลีก (แข่งขัน 1077 นัด) เชลซีกลายเป็นสโมสรที่ 3 ที่บรรลุตัวเลขดังกล่าวตั้งแต่ลีกก่อนตั้งขึ้นเมื่อปี 1992 ตามหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2234) และอาร์เซนอล (2014)

ข่าวอื่นๆ