ข่าว

แลมพาร์ด กับความท้าทายของลิเวอร์พูล, มองหาสมดุลที่เหมาะสมทั้งในและนอกสนาม พร้อมกล่าวให้กำลังใจลอฟตัส-ชีค

แฟรงค์ แลมพาร์ด และนักเตะของเขาคงไม่สามารถเจอการแข่งขันที่ยากไปกว่านี้สำหรับเกมเหย้านัดแรกของฤดูกาล แต่สิ่งดังกล่าวทำให้บอสตื่นเต้นในหลาย ๆ แนวทาง โดยเขาตั้งตารอดูว่าทีมจะผลักดันไป 'เกินขีดจำกัด' ในโปรแกรมพบลิเวอร์พูลได้หรือไม่

หงส์แดง บุกเยือนถิ่นลอนดอนตะวันตกพร้อมดีกรีแชมป์เก่าเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี และในงานแถลงข่าววันนี้ แลมพาร์ด ระบุว่ามีความเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยที่เขายังค้าแข้งโดยตอนนั้นเชลซีคุ้นเคยกับการต่อสู้เพื่อแย่งชิวถ้วยแชมป์

สำหรับวันอาทิตย์นี้ เขาต้องการเห็นกลุ่มนักเตะชุดปัจจุบันลองวัดฝีเท้ากับลิเวอร์พูลอีกครั้ง เหมือนการพบกัน 4 รอบเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาและหวังว่าจะได้รับผลการแข่งขันที่ดีกว่าการเจอกันในลีก

'นี่ไม่ใช่เกมที่เกี่ยวกับการประกาศศักดาหรอกนะ' แลมพาร์ดกล่าว

'มันเป็นเกมนัดที่สองของฤดูกาล เราอาจจะยังอยู่ในโซนของพรีซีซั่นในแง่สภาพความฟิตจากการแข่งขันกับไบรท์ตันเพราะการกักตัวและโปรแกรมเบรคทีมชาติ

'ตอนนี้เราต้องลงแข่งกับทีมที่ดีที่สุดของประเทศเมื่อซีซั่นที่แล้ว ก็ถือเป็นความท้าทายที่วิเศษที่เราจะได้วัดฝีเท้ากับพวกเขา ปีที่แล้วลิเวอร์พูลเล่นได้โดดเด่นมาก เราสู้ยิบตากับพวกเขาในทุก ๆ เกม พวกเขาจะทำให้เราเจอกับแมตช์ที่ยากลำบากอยู่เสมอ เราต้องผลักดันก้าวไปให้เกินขีดจำกัดและพยายามลดช่องว่างลง นี่คือความท้าทายที่รอเราอยู่เบื้องหน้า

'ตอนเป็นนักเตะ ผมรู้สึกถึงอะดรีนาลีนสำหรับการแข่งขันในระดับนี้ การเป็นโค้ชก็เหมือนกัน ผมรู้ว่าเราต้องเผชิญหน้ากับยอดทีม ผมต้องประชันฝีมือกับยอดโค้ช ดังนั้นคุณก็อยากจะทำผลงานให้ดี

'สมัยที่ผมยังค้าแข้ง การแข่งขันนี่จริงจังสุด ๆ เลยนะ มันเป็นเกมที่ยากสำหรับพวกเรามาก ปัจจุบันมันดูแตกต่างออกไปนิดหน่อยเพราะว่าลิเวอร์พูลต่อสู้เพื่อแย่งแชมป์ลีกและปีที่แล้วพวกเขาก็ทำสำเร็จ ตอนนี้เรากำลังพยายามพัฒนาและปิดช่องว่างลง การแข่งขันแบบนี้แหละคือตัวตนความเป็นพรีเมียร์ ลีก'

แลมพาร์ด ดับเทียนเรื่องความบาดหมางกับเยอร์เก้น คล็อปป์ หลังเคยโต้เถียงกันบริเวณริมเส้นข้างสนามเมื่อเดือนกรกฎาคม โดยกล่าวว่าเขาเคารพกุนซือชาวเยอรมันเป็นอย่างมาก ซึ่งแลมพาร์ดก็ต้องการเอาอย่างนายใหญ่รายนี้สำหรับการสร้างกลุ่มนักเตะที่พร้อมจะเบียดแย่งแชมป์และเค้นผลงานที่ดีที่สุดออกมา

'มันเป็นความท้าทายสำหรับโค้ชทุกคนในพรีเมียร์ ลีก ขุมกำลังใดก็ตามที่มีนักเตะเกิน 20 คนและต้องสู้เพื่อแชมป์ทุกรายการ พร้อมกับต้องรับมือบททดสอบเรื่องความอดทนนั่นคือการแข่งขันทั้งซีซั่น

'การพยายามมองหาสมดุลของขุมกำลังถือเป็นบางอย่างที่พวกเราค้นหาเยอะมากเมื่อปีที่แล้ว เพราะผมเปลี่ยนทีมไม่ได้ ซึ่งมันอาจจะทำให้เราเปลี่ยนไปจากเดิมนิดหน่อย และอาจจะทำให้พวกเรามีสมดุลที่ดีขึ้น

'ฤดูกาลนี้หวังว่าเราจะเคลื่อนไปหาการมีสมดุลที่ดีภายในขุมกำลังแต่เราต้องให้เวลากับเรื่องนี้ เราดึงตัวนักเตะเข้ามา เราไม่ได้ฝึกซ้อมพรีซีซั่น ก็คงต้องใช้เวลาเพื่อพาทีมไปในทิศทางอย่างที่ผมต้องการ'

เวลาถือเป็นบางสิ่งที่แลมพาร์ดกล่าวว่ามีความสำคัญเมื่อประเมินถึงผลงานของรูเบน ลอฟตัส-ชีค มิดฟิลด์รายนี้โดนวิจารณ์อย่างหนักจากฟอร์มการเล่นในนัดพบไบรท์ตัน โดยเขาได้ใช้โอกาสนี้กล่าวถึงสิ่งที่แข้งวัย 24 ปีต้องฟันฝ่ามาตลอด 18 เดือน

'ผมอาจจะรู้เรื่องราวของรูเบนดีเป็นอันดับที่สองรองจากตัวเขา รูเบนเจอกับอาการบาดเจ็บที่รุนแรง ตลอดซีซั่นที่ผ่านมาเขาได้ทำงานอย่างหนักเพื่อกลับมา เขามีความฟิตที่สามารถลงแข่งขันในเกมระดับ U-23 ตอนที่มีการล็อคดาวน์เกิดขึ้น เขาทำงานหนักมากช่วงที่ฟุตบอลกลับมาแข่งขัน เขาได้ลงเป็นตัวจริงในเกมกับแอสตัน วิลล่า เขาควรจะได้ออกสตาร์ตในเกมกับบาเยิร์น มิวนิคแต่วันแข่งมีปัญหานิดหน่อย รูเบนซ้อมได้อย่างยอดเยี่ยมจนกลับมาฟิตอีกครั้งสำหรับการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่

'หากมีคำวิจารณ์แรง ๆ เกี่ยวกับเขาในเกมพบไบรท์ตัน ผมก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่รุนแรงเกินไปนะ เพราะการเจอกับอาการบาดเจ็บเหมือนที่เขาต้องประสบมันเป็นสิ่งที่ยากสำหรับเขามาก เขาลงแรงลงใจไปหลายต่อหลายชั่วโมง เขาเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์สูงมาก เขาเป็นคนดี มีอีกหลายอย่างที่รูเบน ลอฟตัส-ชีคจะแสดงออกมาให้เราเห็น โชคร้ายที่ธรรมชาติของเกมสมัยนี้มีการแสดงการตอบสนองกันออกมาทันทีและผู้คนก็พร้อมที่จะพูดตามที่พวกเขาได้เห็น แต่จากที่รู้เรื่องราวของรูเบน ผมขอบอกเลยว่าเขาสู้หนักมาก ๆ เพื่อมาถึงจุดนี้และเขาก็เป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์สูงมาก'

คำตอบสุดท้ายของแลมพาร์ดในงานแถลงข่าววันนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นต่อคำถามเรื่องความเป็นไปได้ที่จะให้แฟนบอลกลับมาชมเกมในสนาม

'พวกเราอยากให้แฟนบอลกลับมามากเลยไม่ว่าจะแฟนฝั่งไหนก็ตาม จะเป็นแฟนบอลหรือคนที่ทำงานเกี่ยวกับเกมก็ตาม ส่วนหนึ่งในความงดงามของพรีเมียร์ ลีกคือความเป็นศัตรูกันและความรักที่เรามีให้กับสโมสรของเรา และความรักในการได้ทำงานให้สโมสรของเรา ผมเองรู้สึกแบบนั้น

'มันไม่ใช่บทสนทนาที่ผมสามารถลงรายละเอียดได้ลึกมากนักในตอนนี้ เพราะเรื่องของความปลอดภัยและสุขภาพคือสิ่งแรกที่เราทุกคนต้องพิจารณา เมื่อเราก้าวไปอีกระดับและบอกว่า ใช่เลย เราอยากกลับมาดูบอลกันนะ จะต้องมีการหาสมดุลที่เหมาะสมเกิดขึ้น

'ผมเข้าใจว่าพรีเมียร์ ลีกอยากให้เป็นแบบนั้นมาก ผมเข้าใจว่ารัฐบาลอยากจะทำแบบนั้นด้วยแนวทางที่เหมาะสม มาร่วมกันหวังว่าเราจะทำได้อย่างปลอดภัยและทำได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมกับความเร็วที่ใช่และทำให้การแข่งขันกลับไปอยู่ในจุดที่มันเคยอยู่มาก่อน'

ข่าวอื่นๆ