รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เชลซี 0-2 ลิเวอร์พูล

เชลซีที่เหลือ 10 คน ปราชัยในบ้านให้กับทีมแชมป์เก่าพรีเมียร์ ลีกฤดูกาลที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี โดยลิเวอร์พูลอาศัยความได้เปรียบช่วงครึ่งหลัง เก็บสามแต้มกลับบ้านได้สำเร็จ

เดอะ บลูส์ สู้กับผู้มาเยือนได้อย่างสูสีโดยแสดงความอันตรายในจังหวะสวนกลับ แต่หลังจากที่อันเดรียส คริสเตนเซ่นโดนไล่ออกจากสนามจากจังหวะการตัดฟาวล์ก่อนหมดครึ่งเวลาแรก งานของเรากลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นโดยหงส์แดงใช้ประโยชน์จากพื้นที่ในสนาม ต้องย้อนไปถึงการโดนไล่ออกจากสนามของติเอมูเอ้ บากาโยโก้ในเกมพบวัตฟอร์ดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2018 ซึ่งผ่านมาแล้ว 89 นัดจากเกมที่พวกเราโดนใบแดงในลีกก่อนถึงวันนี้

ซาดิโอ มาเน่ ยิงสองประตูในช่วง 9 นาทีแรกของครึ่งหลัง โดยเรื่องราวอาจเกิดความแตกต่างหากจอร์จินโญ่ ยิงจุดโทษจากจังหวะที่ติโม แวร์เนอร์เรียกให้กับทีมเข้าไปได้ในช่วงที่เวลาการแข่งขันเหลือประมาณ 15 นาที

เกมลีกนัดถัดไปของพวกเราจะต้องออกไปเยือนเวสต์ บรอมในวันเสาร์หน้า โดยกลางสัปดาห์นี้เรามีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือนของบาร์นสลี่ย์ในรายการคาราบาว คัพ

การจัดทัพ

แฟรงค์ แลมพาร์ด เปลี่ยนขุมกำลังตำแหน่งเดียวจากชุดที่แข่งขันกับไบรท์ตันในนัดที่แล้ว โดยมาเตโอ โควาซิช กลับมาลงเล่นในแผงมิดฟิลด์หลังพ้นโทษแบน และเป็นรูเบน ลอฟตัส-ชีคที่ต้องหลีกทาง

นั่นหมายความว่าแวร์เนอร์และไค ฮาแวร์ตซ์ ได้ประเดิมลงเล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ส่วนรีซ เจมส์ยังยึดตำแหน่งแบ็คขวา และจอร์จินโญ่สวมปลอกแขนกัปตันทีมในการลงสนามนัดที่ 100 ของเขา

ลิเวอร์พูลไม่มีโจ โกเมซ ทำให้ฟาบินโญ่ต้องถอยลงไปยืนเซ็นเตอร์ ส่วนธิอาโก้ อัลคานทาร่า มีชื่อบนม้านั่งสำรอง

ฮาแวร์ตซ์ ประเดิมลงเล่นนัดแรกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 10 - ช่วงต้นเกมทางลิเวอร์พูลได้ครองบอลมากกว่าพวกเรา แต่ยังไม่สามารถทำลายแนวรับเข้าไปหาโอกาสยิงประตูได้

นาทีที่ 12 - จังหวะยิงครั้งแรกของเกมเกิดขึ้น โดยเป็นลิเวอร์พูลที่ได้ลุ้นก่อนจากการยิงไกลของไวจ์นาลดุมแต่บอลหลุดออกไป

นาทีที่ 14 - ทีมเยือนมาได้ลุ้นอีกครั้งในจังหวะที่เกปาออกมาจากประตูแต่ถึงบอลช้ากว่าซาล่าห์ซึ่งจ่ายเข้าในหวังให้เฟอร์มิโน่ แต่คริสเตนเซ่นยังมาช่วยบล็อคเอาไว้ได้

นาทีที่ 32 - พวกเราตอบโต้มาบ้างแล้วโดยเป็นแวร์เนอร์ที่ใช้ความเร็วพาบอลหนีฟาบินโญ่ก่อนยิงด้วยซ้ายจากระยะประมาณ 22 หลา บอลพุ่งเรียดเฉียดเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น

โควาซิช เป็นหัวใจในแดนกลางช่วงครึ่งแรกที่ทีมทำผลงานได้สูสีกับลิเวอร์พูล

นาทีที่ 37 - สิงห์บลูส์ได้ลุ้นอีกรอบครั้งนี้เป็นการสวนกลับ ก็องเต้ไหลไปให้ฮาแวร์ตซ์ได้ใช้ความเร็วก่อนตบเข้าในให้แวร์เนอร์ในจุดนัดพบแต่กองหน้าชาวเยอรมันยิงออกหลังไป พิจารณาจากภาพช้าหากลูกนี้ตุงตาข่ายอาจโดน VAR ตัดสินให้ยกเลิกเพราะล้ำหน้าในจังหวะที่ฮาแวร์ตซ์ออกตัวไปเอาบอล

นาทีที่ 44 - คริสเตนเซ่น ไปตัดฟาวล์ซาดิโอ มาเน่ในจังหวะที่กำลังจะหลุดเข้าไปยิงทำให้พอล เทียร์นี่ย์แจกใบเหลือง แต่เมื่อเขาได้ดูภาพช้าจาก VAR ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนจากใบเหลืองเป็นใบแดง

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 46 - จากสถานการณ์ที่ตัวเหลือน้อยกว่าทำให้แฟรงค์ แลมพาร์ด ตัดสินใจถอดไค ฮาแวร์ตซ์ออกแล้วส่งฟิกาโย โทโมรีลงมาช่วยเกมรับแทน

จังหวะเปลี่ยนเกม

นาทีที่ 50 - ทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่เฟอร์มิโน่ เล่นกับซาล่าห์แล้วสุดท้ายกองหน้าบราซิเลี่ยนได้ครอสบอลเข้าในให้กับซาดิโอ มาเน่ พุ่งโหม่งส่งบอลตุงตาข่าย

นาทีที่ 54 - เชลซีมาเสียประตูที่สองในจังหวะที่เกปา ออกบอลไม่ดีไปติดเท้ามาเน่ที่โชว์ความขยันวิ่งมากดดันแล้วตามยิงจ่อ ๆ เข้าไปไม่เหลือ

นาทีที่ 61 - รูปเกมเป็น "หงส์แดง" ที่วันเวย์บุกใส่ คราวนี้ซาล่าห์ได้โอกาสสับไกแต่โทโมรีตามมาสกัดออกหลังไปได้

นาทีที่ 73 - ติโม แวร์เนอร์ ครองบอลอยู่ทางฝั่งซ้ายก่อนพยายามลากตัดเข้าในแล้วโดนธิอาโก้ อัลคานทาร่าแซะจากด้านหลังกลายเป็นจุดโทษของเชลซี

นาทีที่ 74 - อย่างไรก็ตาม จอร์จินโญ่ เลือกยิงเรียดไปทางขวามือของเขาแต่โดนอลิสซอนเซฟเอาไว้ได้ ถือเป็นการพลาดจุดโทษในเกมครั้งแรกของแข้งชาวอิตาลีกับสิงห์บลูส์

จอร์จินโญ่ โดนอลิสซอนเซฟจุดโทษ

นาทีที่ 84 - เชลซีได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะเคาเตอร์แอทแทค เป็นแวร์เนอร์ที่แทงทะลุช่องให้กับอับราฮัมได้ยิงแต่ยังโดนอลิสซอนเซฟเอาไว้ได้อีก

นาทีที่ 90+3 - มาเน่เกือบทำแฮตทริคในจังหวะที่ลองยิงไกลบอลไปแฉลบโทโมรี แต่เกปายังล้มตัวเซฟได้ หมดเวลาการแข่งขันพวกเราพ่ายแพ้ให้กับทีมแชมป์เก่าในสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกมที่ปราชัยต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0 เมื่อปี 2002

ผลงานที่ดีในบ้านยุติลงแล้ว

การปราชัยนัดนี้ทำให้สถิติการคว้าชัยชนะ 6 นัดติดต่อกันในบ้านของพวกเราต้องจบลง ถือว่าน่าเสียดายที่เราไม่ได้เห็นว่าแมตช์นี้จะเป็นอย่างไรหากมีนักเตะ 11 คนเท่ากันในสนาม เพราะสิงห์บลูส์สู้ได้ดีจนกระทั่งมีใบแดงเกิดขึ้น

นัดต่อไป?

เดอะ บลูส์ เตรียมเปิดเดอะ บริดจ์อีกครั้งในคืนวันพุธนี้ โดยจะเป็นเกมบอลถ้วยนัดแรกของฤดูกาล รอต้อนรับบาร์นสลี่ย์ในคาราบาว คัพ รอบที่ 3

เชลซี (4-3-3): เกปา; เจมส์, คริสเตนเซ่น, ซูม่า, อลอนโซ่; ก็องเต้, จอร์จินโญ่ (c) (อับราฮัม 79), โควาซิช (บาร์คลี่ย์ 79); เมาท์, ฮาแวร์ตซ์ (โทโมรี h/t), แวร์เนอร์
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม กาบาเยโร่, อัซปิลิเกวต้า, ฮัดสัน-โอดอย, ชิรูด์
ใบแดง คริสเตนเซ่น 45+1

ลิเวอร์พูล (4-3-3): อลิสซอน; อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาน ไดจ์ค, ฟาบินโญ่, โรเบิร์ตสัน; เกอิต้า (มิลเนอร์ 64), เฮนเดอร์สัน (c) (อัลคานทาร่า 46), ไวจ์นาลดุม; ซาล่าห์, เฟอร์มิโน่ (มินามิโนะ 86), มาเน่
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม อาเดรียน, ซิมิคัส, โจนส์, โอริกี้
ผู้ทำประตู มาเน่ 50, 54

ผู้ตัดสิน พอล เทียร์นี่ย์

ข่าวอื่นๆ