สัมภาษณ์

ธิอาโก้ ซิลวา เผยมุ่งมั่นเรียนภาษาอังกฤษทุกวัน พร้อมเล่าถึงการก้าวผ่านปัญหาที่หนักที่สุดในชีวิต

กองหลังตัวใหม่ของเรา เผยถึงสิ่งที่เขาสามารถนำเสนอให้กับแนวรับของเชลซี พร้อมเปิดใจเรื่องอาการป่วยสุดช็อคที่เกือบทำให้เขาต้องเลิกเล่นฟุตบอล...

ในการแข่งขันเกมทางการนัดล่าสุดของเขาเมื่อเดือนสิงหาคม ธิอาโก้ ซิลวา ลงเล่นในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ แต่ตอนนี้โฟกัสของเขาเปลี่ยนมาเป็นการพบกับบาร์นสลี่ย์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการประเดิมสนามให้เชลซีในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์คืนนี้

แฟรงค์ แลมพาร์ด ระบุว่าแนวรับคนใหม่จะได้มีส่วนร่วมในการแข่งขันคาราบาว คัพกับทีมจากแชมเปี้ยนชิพในตอนที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนการแข่งขัน

ต้องรอลุ้นว่าเขาจะได้ลงเป็นตัวจริงหรือลุกจากม้านั่งสำรอง แต่สำหรับนักเตะที่มีอายุครบ 36 ปีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้ยืนกรานว่าการเตรียมตัวของเขาเหมือนเดิมเป๊ะไม่ว่าจะเล่นในรายการไหนและไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นใคร

'ผมจะเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดเท่าที่สามารถทำได้' แข้งเบอร์ 6 กล่าว 'มันจะเป็นเกมที่ยากเหมือนกับเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นทีมอะไร หากเราสามารถเล่นตามเกมของตัวเองและโชว์ผลงานที่ดีที่สุดเราก็สามารถคว้าชัยชนะได้ หากเราเตรียมตัวได้ดีเราก็ขยับเข้าใกล้กับชัยชนะไปอีกหน่อย'

ธิอาโก้ ซิลวา ปิดดีลย้ายจากปารีสมาค้าแข้งที่ลอนดอนเมื่อเดือนที่แล้ว โดยเซ็นสัญญา 1 ปี พร้อมออปชั่นขยายเพิ่มอีก 12 เดือน เวลาสั้น ๆ ของสัญญานี้ไม่ได้ทำให้เขากังวลใจ ซึ่งอันที่จริงแล้วเขามองว่าเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นในช่วงอายุแบบเขา พร้อมเฝ้ารอโอกาสที่จะโชว์ผลงานเพื่อได้อยู่ค้าแข้งในถิ่นลอนดอนตะวันตกต่อไป

'เมื่อคุณมาถึงช่วงอายุระดับหนึ่ง แนวโน้มคือคุณจะเจอกับสัญญาในลักษณะที่แตกต่างจากเดิม บางทีอาจจะเป็นเพราะข้อกังขาว่าจะสามาถทำได้ตามความคาดหมายหรือไม่' เขาอธิบาย 'ผมไม่สงสัยเลยว่าผมจะทุ่มเททุกอย่างและมีส่วนร่วมกับทีม

'ผมเตรียมตัวและทำงานอย่างหนักกับทุกสิ่งที่ผมทำ ผมรักฟุตบอล ผมรักการเตรียมตัวแต่มันไม่ใช่กรณีของการเตรียมตัวในวันศุกร์เพื่อลงเล่นเกมวันเสาร์ การเตรียมตัวนี้ย้อนกลับไปไกลเลย ดังนั้นผมสบายใจมากเกี่ยวกับเรื่องสัญญา

'ผมจะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและช่วยทีมใหม่ของผมกับโปรเจ็คต์งานใหม่ ผมตอบรับความท้าทายใหม่ซึ่งมันจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผมมาก ๆ ทุกคนรู้ดีถึงความทะเยอทะยานของผมในการลงเล่นฟุตบอลโลกอีก 2 ปีข้างหน้าตอนที่ผมจะมีอายุ 38 ปี - นั่นเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่เลยนะ ผมภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ย้ายมาค้าแข้งในพรีเมียร์ ลีกด้วยวัย 36 ปี'

มีการพูดถึงภาวะความเป็นผู้นำของแข้งจากละตินอเมริกาเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับความสามารถในการเสริมความแข็งแกร่งให้แนวรับของแลมพาร์ด โดยธิอาโก้ ซิลวา เน้นย้ำว่าการเล่นเกมรับคือความรับผิดชอบของทุก ๆ คนในทีม

'มันยากเสมอยามที่คุณลงเล่นให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่ เพราะว่ามีความต้องการหลายอย่างและนักเตะทุกคนก็ต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบของพวกเขาในสีเสื้อเชลซี' เขาเสริม 'เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ผู้คนมักมองที่จะกล่าวโทษกองหลังแต่นั่นไม่ใช่กรณีที่เกิดขึ้นเสมอ

'ความรับผิดชอบในการเล่นเกมรับต้องมาจากทุกคนในทีม สิ่งที่ผมจะทำที่นี่คือการช่วยทีมในสนาม ผมเป็นนักเตะประเภทที่สื่อสารเยอะมาก ผมชอบกระตุ้นและให้กำลังใจผู้เล่นรอบข้างเพื่อที่เราจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กับเชลซี'

ธิอาโก้ ซิลวา เกิดในกรุงริโอ เด จาเนโร เขาเคยผ่านการค้าแข้งที่โปรตุเกส, อิตาลี และฝรั่งเศสก่อนย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ ลีก ดาวเตะรายนี้คุ้นเคยกับการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่, วัฒนธรรมใหม่ รวมทั้งภาษาใหม่ ดังนั้นเขามองว่าการย้ายข้ามช่องแคบจะไม่มีปัญหามากนัก

'มันคงจะเป็นสิ่งที่ยากเสมอละครับในตอนแรกกับการพูดภาษาใหม่ แต่ผมพูดได้ทั้งอิตาเลี่ยน, ฝรั่งเศส, สเปนและโปรตุเกส ซึ่งแนวโน้มเมื่อคุณเรียนรู้ภาษาอื่นอยู่แล้วก็จะช่วยทำให้มันง่ายขึ้น' เขากล่าว 'ผมอยากเรียนภาษาอังกฤษให้เร็วที่สุด ตอนนี้ก็เรียนทุกวันเลยครับตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันศุกร์

'ฟุตบอลคือการผสมผสานระหว่างการสื่อสารซึ่งภาษามันก็คล้าย ๆ กัน ผมกำลังเรียนรู้คำง่าย ๆ เพื่อช่วยทีมเช่นการวิ่งไล่หรือการสลับฝั่ง - ผมพยายามทำความเข้าใจกับคำศัพท์สำคัญพวกนี้ นักเตะคนอื่นก็ใช้หลาย ๆ ภาษาเหมือนกัน'

ธิอาโก้ ซิลวา คว้าแชมป์รายการเมเจอร์มาแล้ว 20 ใบในการค้าแข้งระดับสโมสร เช่นเดียวกับการคว้าแชมป์โคปา อเมริกา และคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพกับทีมชาติบราซิล ซึ่งเขาลงเล่นรับใช้เซเลเซาไปแล้ว 89 นัด อย่างไรก็แล้วแต่ ความสำเร็จเหล่านั้นอาจไม่เกิดขึ้นเพราะเขาเคยโดนตรวจว่าเป็นวัณโรคสมัยเป็นดาวรุ่งอายุ 20 ปีและค้าแข้งที่ประเทศรัสเซียด้วยสัญญายืมตัว

'มันเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของผมเลย เพราะคุณมีความใฝ่ฝันในการเป็นนักเตะระดับอาชีพ พอโดนตรวจว่าเป็นวัณโรค ความรู้สึกมันเหมือนกับว่าความฝันได้จบลงไปแล้ว' ธิอาโก้ ซิลวาย้อนความ

'ขอบคุณพระเจ้าผมมีความแข็งแกร่งที่จะเอาชนะมันและหายเป็นปกติ มันยากนะที่จะคุยเรื่องนี้เพราะมันทำให้ความทรงจำของผมย้อนกลับมา - ผมจำได้ว่าวันสุดท้ายที่โรงพยาบาล คุณหมอแจ้งว่าผมยังไม่หาย บอกว่าผมต้องเข้ารับการผ่าตัดที่ปอดและอาชีพนักฟุตบอลของผมต้องจบลง

'ผู้เชี่ยวชาญช่วยทำให้อาการของผมดีขึ้น พอรวมสิ่งนั้นเข้ากับความทุ่มเทผมก็สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้ มันยากจริง ๆ ครับ เป็นบางอย่างที่มีคนไม่กี่คนเคยต้องฟันฝ่ามาในชีวิตของพวกเขา ผู้คนจำนวนมากไม่หายจากโรคนี้ในอดีตผมก็เลยวิตกกังวลเป็นอย่างมาก

'ขอบคุณจริง ๆ ที่ผมมีความแข็งแกร่งเอาชนะมันมาได้ ตอนนี้ผมสามารถพูดได้เต็มปากว่าผมคือแชมเปี้ยน ไม่ใช่แค่ในโลกฟุตบอลแต่ในชีวิตจริงด้วย'


-โหมโรงก่อนการแข่งขันคาราบาว คัพด้วยข้อมูลและสถิติสำคัญต่าง ๆ

ข่าวอื่นๆ