รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: ฮาแวร์ตซ์แฮตทริค! สิงห์บลูส์ดุไล่อัดบาร์นสลี่ย์ 6-0

แฟรงค์ แลมพาร์ด ไม่สามารถร้องขอผลงานที่ดีกว่านี้ไปจากทีมของเขาได้อีกแล้ว โดยพวกเราประเดิมเส้นทางการแข่งขันคาราบาว คัพได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งไค ฮาแวร์ตซ์ ทำแฮตทริคได้ด้วย

การบีบบอลสูงของทีมสร้างปัญหาให้กับบาร์นสลี่ย์ตลอดทั้งคืน นำมาซึ่งประตูเบิกร่องในนาทีที่ 20 เมื่อแทมมี่ อับราฮัม แย่งบอลจากคู่แข่งและจบสกอร์เข้าไปอย่างเฉียบขาด

ไค ฮาแวร์ตซ์ ยิงประตูแรกในสีเสื้อเชลซี หลังจากอับราฮัมวิ่งหลอกลูกจ่ายของเมสัน เมาท์ แต่เป็นเกมครึ่งหลังที่พวกเรายิงเพิ่มได้อย่างท่วมท้น

ฮาแวร์ตซ์ แย่งบอลจากนอกกรอบเขตโทษก่อนจ่ายให้บาร์คลี่ย์ลุยขึ้นหน้าแล้วจบสกอร์อย่างทรงพลัง ก่อนที่แข้งชาวเยอรมันจะมาบวกประตูที่สองของตัวเองจากระยะเผาขนตอนที่อับราฮัมเกี่ยวลูกครอสเรียดของเมาท์ไปให้

และแล้วฮาแวร์ตซ์ก็มาทำแฮตทริคได้สำเร็จซึ่งเป็นประตูที่ 5 ในค่ำคืนนี้ของเชลซีในจังหวะที่อับราฮัมจ่ายให้ก่อนแตะบอลผ่านผู้รักษาประตูเข้าไปยิงจ่อ ๆ จากนั้นสองตัวสำรองประสานงานกันโดยโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โขกลูกครอสของเบน ชิลเวลล์เป็นประตูปิดท้าย

การจัดทัพ

ข่าวใหญ่ในการจัดทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด คือการประเดิมสนามของธิอาโก้ ซิลวาในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คโดยจอมเก๋าชาวบราซิเลี่ยนยืนจับคู่กับฟิกาโร โทโมรี และมีการเปลี่ยนแปลงหลายตำแหน่งจากศึกพรีเมียร์ ลีกนัดที่พ่ายแพ้ให้กับลิเวอร์พูลในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

วิลลี่ กาบาเยโร่ ลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริง เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า กลับมาสวมปลอกแขนกัปตันทีมในตำแหน่งแบ็คขวา ส่วนเอแมร์ซอนลงเล่นเป็นแบ็คซ้าย

ในแผงมิดฟิลด์ มาเตโอ โควาซิช รักษาตำแหน่งลงเล่นเป็นนัดที่ 100 ในทุกรายการให้เชลซี เคียงข้างรอสส์ บาร์คลี่ย์ ด้านหน้าพวกเขามีไค ฮาแวร์ตซ์ คอยเล่นตัวรุกยืนด้านหลังกองหน้า ขนาบข้างโดยเมสัน เมาท์ทางซ้าย และคัลลัม ฮัดสัน-โอดอยทางฝั่งขวา

แทมมี่ อับราฮัม ลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกของฤดูกาลในบทบาทหน้าเป้า ขณะที่เบน ชิลเวลล์ และนาธาน แบ็กซ์เตอร์ ผู้รักษาประตูดาวรุ่ง มีชื่อบนม้านั่งสำรองของทีมเป็นครั้งแรก

บาร์นสลี่ย์ปรับทัพ 5 ตำแหน่งจากทีมชุดที่ปราชัยต่อเรดดิ้งในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่ง 2 จากในนั้นติดโทษแบนเพราะโดนไล่ออกจากสนามในแมตช์ดังกล่าว ในส่วนของบรรดาผู้เล่นหน้าใหม่มีแบร๊ด คอลลินส์ อดีตผู้รักษาประตูของเชลซีอยู่ด้วย

ธิอาโก้ ซิลวา พยายามแย่งบอลจากคอลี่ย์ วู้ดโรว์ ในเกมประเดิมสนามให้กับเชลซี

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 1 - เริ่มเกมมาได้ไม่ถึงหนึ่งนาที สิงห์บลูส์ได้โอกาสทองจากฮาแวร์ตซ์ที่ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษเยื้องไปทางซ้าย ก่อนแตะหลบคู่แข่งแล้วไหลไปถึงฮัดสัน-โอดอย ได้ยิงด้วยขวาแต่ติดเซฟ คอลลินส์ เด็กเก่าของพวกเรา

นาทีที่ 14 - บาร์นสลี่ย์ ตอบโต้มาบ้าง โดยวิลเลี่ยมส์ผ่านบอลให้วู้ดโรว์ทางหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แข้งรายนี้จับบอลแล้วพลิกตัวปั่นด้วยขวา ลูกกำลังจะมุดเข้าประตูแต่เป็น กาบาเยโร่ โชว์ซูเปอร์เซฟบินปัดทิ้งไป

นาทีที่ 15 - ทีมเยือนเกือบได้ประตูออกนำไปก่อน เป็นจังหวะที่ลูเดวิกพยายามจับบอลแต่โดนไม่ดี ไปถึงฮัลเม่ที่ได้วิ่งเข้ามาโหม่ง แต่ยังติดเซฟของ กาบาเยโร่ อีกครั้ง

นาทีที่ 19 - ประตูแรกของการแข่งขันมาแล้ว เป็นฝ่ายเราที่นำก่อนในจังหวะที่ อับราฮัม ไปแย่งบอลจากการจ่ายคืนหลังของ โมวัตต์ เข้าไปยิงสวนตัว คอลลินส์ อย่างเด็ดขาด

อับราฮัม เบิกร่องประตูแรกในนัดนี้

นาทีที่ 24 - พวกเราน่าได้ประตูหนีห่าง โดยเริ่มจาก ฮาแวร์ตซ์ กระชากบอลแล้วไหลให้ เมาท์ หลุดไปยิงจากฝั่งซ้ายแต่บอลหลุดเสาออกไป

นาทีที่ 29 - เชลซี ได้ประตูที่สองในจังหวะที่ เมาท์ เลี้ยงจากริมเส้นด้านซ้าย แล้วจ่ายเข้าเขตโทษเป็น อับราฮัม วิ่งหลอกจนบอลหลุดไปถึง ฮาแวร์ตซ์ ที่ได้แต่งหนึ่งจังหวะก่อนยิงสวนตัว คอลลินส์ ตุงตาข่ายทันที กลายเป็นประตูแรกของดาวรุ่งชาวเยอรมันในสีเสื้อสิงโตน้ำเงินคราม

นาทีที่ 33 - จังหวะน่ากลัวจากทีมเยือนเกิดขึ้นอีกครั้ง เป็น ลูเดวิก ที่หลุดมาเปิดบอลจากด้านขวาเข้าตรงกลางไปถึง ชมิดท์ ที่ได้ยิงแต่ กาบาเยโร่ ก็ยังโชว์ความยอดเยี่ยมเซฟเอาไว้ได้อีก

ตุงแรกของฮาแวร์ตซ์ในสีเสื้อเชลซี

นาทีที่ 44 - งานชุกจริง ๆ สำหรับ วิลลี่ กาบาเยโร่ คราวนี้ ไฟรเซอร์ จ่ายบอลให้ ริตซ์ไมเออร์ ได้ซัดด้วยซ้ายแต่นายด่านจอมเก๋าของเราก็ยังเซฟได้อีก

นาทีที่ 45+1 - ก่อนจบครึ่งแรก เดอะ บลูส์ ได้ลุ้นลูกที่ 3 จากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ เมสัน เมาท์ ขันอาสาปั่นด้วยเท้าขวาข้างถนัด แต่เหินโด่งออกไป

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 49 - สตาร์ตครึ่งหลังไม่ถึง 5 นาที สิงห์บลูส์ทิ้งคู่แข่งไปเป็น 3-0 ในจังหวะที่ บาร์คลี่ย์ ตัดบอลได้ที่หน้ากรอบเขตโทษ แล้วกระชากไปยิงด้วยซ้ายอย่างทรงพลังตุงตาข่าย

นาทีที่ 54 - วันนี้พวกเราเล่นเกมเพรสซิ่งได้อย่างยอดเยี่ยม และมาได้ประตูเพิ่มในจังหวะที่แนวรับของบาร์นสลี่ย์ทำพลาด โดนเมสัน เมาท์ แย่งบอลทางริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนตบเข้าในไปถึง อับราฮัม ได้แตะคืนหลังให้กับ ฮาแวร์ตซ์ วิ่งมาแปด้วยเท้าซ้าย 4-0!

นาทีที่ 65 - สกอร์ไหลเรื่อย ๆ เลย คราวนี้ อัซปิลิเกวต้า จ่ายบอลไปให้ อับราฮัม ที่แทงให้ ฮาแวร์ตซ์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปแตะหลบ คอลลินส์ แล้วยิงโล่ง ๆ เข้าไป กลายเป็นแฮตทริคแรกกับสิงห์บลูส์

ฮาแวร์ตซ์ ทำแฮตทริคได้สำเร็จ

นาทีที่ 66 - แฟรงค์ แลมพาร์ด ตัดสินใจถอด ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมออกจากสนาม แล้วมอบโอกาสให้ เบน ชิลเวลล์ ได้ลงเดบิวต์ให้กับสโมสร

นาทีที่ 72 - มีการปรับทัพอีกครั้ง โดยซูเปอร์แฟรงค์ ตัดสินใจเปลี่ยน แทมมี่ อับราฮัม แล้วส่ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 80 - ลูกที่ 6 เกือบเกิดขึ้นในจังหวะที่ ฮัดสัน-โอดอย ครอสบอลจากฝั่งซ้ายไปเสาสองให้ อัซปิลิเกวต้า ได้โหม่งแต่บอลไม่เข้ากรอบ

นาทีที่ 83 - สิงห์บลูส์มาได้ประตูลูกที่ 6 จากจังหวะที่ ชิลเวลล์ บรรจงครอสจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษ บอลตกพื้นก่อนที่ ชิรูด์ จะทิ้งตัวโหม่งกลายเป็นประตูแรกในฤดูกาลนี้ของดาวยิงชาวฝรั่งเศส

นาทีที่ 90 - ฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของพวกเราทำให้ทะลุผ่านบาร์นสลี่ย์ เข้าสู่รอบ 4 ของคาราบาว คัพได้สำเร็จ

ชิรูด์ปิดกล่องประตูที่ 6

ค่ำคืนสุดวิเศษ

แลมพาร์ด คงมีความสุขกับทีมของเขาในค่ำคืนที่เปียกแฉะ สิงห์บลูส์ซัดไป 6 ประตู - 3 จากในนั้นเป็นแฮตทริคของแข้งใหม่ - คลีนชีต, ฟอร์มอันแข็งแกร่งจากสองนักเตะที่ลงเดบิวต์ และการเล่นอันยอดเยี่ยมจากผู้เล่นทั้งยามครองบอลและไม่ได้ครองบอล และแน่นอนการผ่านเข้าสู่รอบ 4 ของศึกคาราบาว คัพได้อย่างคู่ควร

นัดต่อไป?

พวกเราจะกลับไปแข่งขันพรีเมียร์ ลีกในคืนวันเสาร์นี้ โดยต้องออกไปเยือนสนามเดอะ ฮอว์ธอร์นส์ ของเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา

เชลซี (4-2-3-1): กาบาเยโร่; อัซปิลิเกวต้า (c), โทโมรี , ธิอาโก้ ซิลวา (ซูม่า 61), เอแมร์ซอน; บาร์คลี่ย์, โควาซิช; ฮัดสัน-โอดอย, ฮาแวร์ตซ์ (ชิลเวลล์ 66), เมาท์; อับราฮัม (ชิรูด์ 72)

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: แบ็กซ์เตอร์, เจมส์, จอร์จินโญ่, แวร์เนอร์

ผู้ทำประตู: อับราฮัม 19, ฮาแวร์ตซ์ 29, 54, 65, บาร์คลี่ย์ 49, ชิรูด์ 83

 

บาร์นสลี่ย์ (4-2-3-1): คอลลินส์; ลูดวิก, โซลล์เบาเออร์, ฮัลเม่, วิลเลี่ยมส์; สไตล์ส, ริตซ์ไมเออร์ (โอดูร์ 57); โมวัตต์, วู้ดโรว์ (โธมัส h-t), ไฟรเซอร์ (แชปลิน 57); ชมิดท์

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: มูน, วอลตัน, ซิโมส์, อเดโบเยโจ้

ใบเหลือง: คอลลินส์ 45

 

ผู้ตัดสิน: ดาร์เรน บอนด์

ข่าวอื่นๆ