รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: เวสต์ บรอม 3-3 เชลซี

ดราม่าคืนวันเสาร์! ครึ่งแรกที่ไม่น่าจดจำเกือบทำให้เชลซีต้องเสียหาย โดยความผิดพลาดในแนวรับและโอกาสที่หลุดลอย ปล่อยให้เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน มีสกอร์ออกนำ 3-0 แต่จิตวิญญาณนักสู้ของพลพรรคสิงห์บลูส์ ทำให้พวกเราเก็บหนึ่งแต้มจากผลงานในครึ่งหลัง

มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในช่วงพักครึ่งเวลา และเดอะ บลูส์ ก็ตอบโต้ด้วยการเล่นเกมรุกอย่างยอดเยี่ยม โดยเมสัน เมาท์ และคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ยิงไล่ให้ทีมตีตื้นก่อนที่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แทมมี่ อับราฮัม จะยิงประตูตีเจ๊าจากการซัดในระยะเผาขน แมตช์นี้ถือเป็นการทำให้พวกเราระลึกถึงการแข่งขันสุดคลาสสิกกับอาแย็กซ์ในเวทีแชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อซีซั่นที่แล้ว

พวกเราเสียบอลเปิดโอกาสให้ทีมน้องใหม่ซึ่งเริ่มการแข่งขันในอันดับสุดท้ายของตารางยิง 2 ประตูแรกจากคัลลัม โรบินสัน และความหละหลวมในการรับมือลูกตั้งเตะทำให้ต้องเสียประตูที่สาม ในส่วนของเกมรุก พวกเราสร้างโอกาสได้แต่อับราฮัมพลาดเป้าไปสองครั้ง และติโม แวร์เนอร์ก็ยิงชนคาน

เกมนัดนี้คงไม่ใช่การประเดิมสนามในศึกพรีเมียร์ ลีกอย่างที่ธิอาโก้ ซิลวาเฝ้าฝัน เพราะเขาสร้างความผิดพลาดสำหรับประตูที่สองของทีม ส่วนมาร์กอส อลอนโซ่ที่ทำให้ทีมต้องเสียประตูแรก ถูกเปลี่ยนออกจากสนามช่วงพักครึ่งเวลา โดยผลงานนักเตะของแฟรงค์ แลมพาร์ดในครึ่งหลังพัฒนาขึ้นมาเป็นอย่างมาก

การจัดทัพ

ผลงานการยิงหนึ่งประตูและทำอีกสามแอสซิสต์ของแทมมี่ อับราฮัมในการแข่งขันนัดกลางสัปดาห์กับบาร์นสลี่ย์ ทำให้เขามีชื่อเป็น 11 ตัวจริงวันนี้ โดยหัวหอกชาวอังกฤษได้ประสานงานร่วมกับไค ฮาแวร์ตซ์อีกครั้ง ส่วนติโม แวร์เนอร์ก็ถูกส่งลงเป็นตัวจริงเช่นกัน

ธิอาโก้ ซิลวา สวมปลอกแขนกัปตันทีมในการลงเดบิวต์ศึกพรีเมียร์ ลีก เขาจับคู่กับอันเดรียส คริสเตนเซ่น ทำหน้าที่ด้านหน้าวิลลี่ กาบาเยโร่ โดยแฟรงค์ แลมพาร์ด ให้สัมภาษณ์เผยว่าเกมนัดนี้ยังเร็วไปสำหรับเอดูอาร์ เมนดี้ที่เพิ่งย้ายเข้ามา

บรานิสลาฟ อิวาโนวิช อดีตสตาร์ของเชลซีไม่มีส่วนร่วมกับเวสต์ บรอมในวันนี้

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 4 - เจ้าบ้านได้ประตูออกนำตั้งแต่การบุกครั้งแรก โดยมาร์กอส อลอนโซ่โหม่งไม่ดีโดนเปเรร่าดักเอาไว้ได้ ก่อนจ่ายต่อไปให้คัลลัม โรบินสันที่ยิงด้วยซ้ายลอดขารีซ เจมส์ หนีมือกาบาเยโร่ตุงตาข่าย

นาทีที่ 10 - ฝั่งเราพยายามตอบโต้และมาได้ลุ้นจากจังหวะที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้บอลแถวกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนตัดสินใจสับไก แต่ยังโดนแซม จอห์นสโตน ปัดเอาไว้ได้

นาทีที่ 12 - อีกหนึ่งจังหวะที่พวกเราได้ลุ้น เริ่มจาก รีซ เจมส์ เติมเกมมาทางด้านขวาก่อนครอสเข้าเขตโทษไปถึงเสาไกลให้แทมมี่ อับราฮัม ได้ยิงแต่บอลหลุดออกหลัง

นาทีที่ 15 - เชลซีมาได้โอกาสทองซึ่งต้องชมเมสัน เมาท์ ที่พลิกบอลหนีดาร่า โอเชีย เข้าเขตโทษทางด้านขวาแล้วจ่ายให้ติโม แวร์เนอร์ วิ่งมายิงเน้น ๆ แต่บอลพุ่งชนคานอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 25 - หลังพยายามเข้าทำแล้วยิงตีเสมอไม่ได้ พวกเราต้องมาเสียประตูที่สองในจังหวะที่ธิอาโก้ ซิลวา จับบอลไม่ดี โดนคัลลัม โรบินสันฉกไปได้และหลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับวิลลี่ กาบาเยโร่ หัวหอกทีมชาติไอร์แลนด์ยิงด้วยเท้าขวาเข้าไปอย่างเฉียบคม

นาทีที่ 27 - สกอร์มาไหลเป็น 3-0 จากจังหวะที่เวสต์ บรอมได้ลูกเตะมุม ทางเปเรร่าเล่นลูกสูตรไปให้ดาร์เนลล์ เฟอร์ลอง โหม่งถึงไคล์ บาร์ทลี่ย์ได้ยิงโล่ง ๆ ตุงตาข่าย

นาทีที่ 35 - ทีมของเราพยายามตั้งเกมรุกหวังทวงประตูตีไข่แตกแต่ก็ยังไม่สำเร็จ

นาทีที่ 40 - อีกหนึ่งจังหวะที่เจมส์เติมเกมรุกมาเปิดบอลเรียดให้กับอับราฮัม แต่จังหวะยิงหัวหอกทีมชาติอังกฤษซัดไม่ดีทำให้ข้ามคานออกไปเยอะ

 

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 46 - แฟรงค์ แลมพาร์ด อยู่นิ่งไม่ไหวตัดสินใจถอดมาร์กอส อลอนโซ่ และมาเตโอ โควาซิชในช่วงพักครึ่งแล้วส่งเซซาร์ อัซปิลิเกวต้ากับคัลลัม ฮัดสัน-โอดอยลงมาทำหน้าที่แทน

นาทีที่ 55 - ความหวังของพวกเรากลับมาแล้ว เป็นจังหวะที่ อัซปิ เติมเกมมาทางฝั่งซ้ายก่อนหักย้อนให้เมาท์จับบอลแล้วยิงด้วยขวาส่งบอลเสียบก้นตาข่าย ทางจอห์นสโตนทำได้แต่ใช้สายตาเซฟ 3-1!

นาทีที่ 57 - เชลซีขึ้นเกมรุกบุกหนัก ครั้งนี้เจมส์เปิดบอลให้กับเมาท์ ก่อนจ่ายต่อให้ฮาแวร์ตซ์ยิงด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลไปแฉลบลิเวอร์มอร์แต่นายด่านเจ้าบ้านยังไวปัดออกหลังไปได้

นาทีที่ 68 - มาถึงตอนนี้ "เดอะ แบ๊กกี้ส์" ถอยลงไปเล่นเกมรับแบบอัดแน่น เปิดโอกาสให้พวกเราได้ทำเกมรุกบุกใส่ซึ่งแนวรับเจ้าบ้านยังมีสมาธิป้องกันประตูกันได้ดี

นาทีที่ 70 - จังหวะการประสานงานอันยอดเยี่ยมทำให้พวกเรายิงได้อีกลูก โดยฮัดสัน-โอดอย รับบอลจากแวร์เนอร์ซึ่งเล่นชิ่งกับฮาแวร์ตซ์ ก่อนเบิ้ลจังหวะเดียวให้ปีกดาวรุ่งได้ยิงยัดเสาไกลตุงตาข่าย

นาทีที่ 73 - หลังสกอร์ไล่จี้มาเหลือลูกเดียว ซูเปอร์แฟรงค์ ไม่รอช้าปรับหมากอีกรอบ โดยถอดธิอาโก้ ซิลวา ออกมาพักแล้วให้โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ลงสนามแทน

นาทีที่ 75 - เวสต์ บรอม มาได้ลุ้นแบบน่ากลัวเป็นจังหวะที่เปเรร่า จ่ายบอลจากฝั่งซ้ายให้กับร็อบสัน-คานู ที่แต่งต่อให้ซอว์เยอร์สได้จับแล้วยิงเล่นทางบริเวณเส้นเขตโทษแต่บอลไม่เข้าเป้า

นาทีที่ 80 - กับเวลาที่เหลืออยู่อีกเพียง 10 นาที เจ้าบ้านลงไปตั้งรับลึกแล้วรอจังหวะสวนกลับ ส่วนพวกเขาขึงเกมรุกดันไลน์สูงถึงครึ่งสนาม

นาทีที่ 90+3 - จวนเจียนจะหมดเวลาอยู่แล้ว แต่เชลซีมาตามตีเสมอได้สำเร็จในจังหวะต่อเนื่องจากลูกเตะมุม เมสัน เมาท์ ได้ยิงเรียดไปติดเซฟของจอห์นสโตน แต่อับราฮัมอยู่ถูกที่ถูกเวลา ตามซ้ำเข้าไป เปลี่ยนสกอร์เป็น 3-3 ทำให้พวกเราเก็บแต้มสำคัญแม้โดนนำไปถึง 3 ลูกในช่วงครึ่งแรก!


เกมถัดไป?

มีเวลาให้พักเพียงไม่กี่วันก่อนเรากลับไปแข่งขันในศึกคาราบาว คัพ โดยจะต้องออกไปเยือนท็อตแน่มในรอบที่สี่ เกมจะเตะในคืนวันอังคารที่กำลังจะมาถึง


เชลซี 
(4-2-3-1): กาบาเยโร่; เจมส์, คริสเตนเซ่น, ซิลวา (c) (ชิรูด์ 72), อลอนโซ่ (อัซปิลิเกวต้า h-t); ก็องเต้, โควาซิช (ฮัดสัน-โอดอย); เมาท์, ฮาแวร์ตซ์, แวร์เนอร์; อับราฮัม
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เกปา, โทโมรี, จอร์จินโญ่, บาร์คลี่ย์ 
ผู้ทำประตู เมาท์ 55, ฮัดสัน-โอดอย 70, อับราฮัม 90+3
ใบเหลือง อลอนโซ่ 8, เจมส์ 27, คริสเตนเซ่น 86

เวสต์ บรอม (3-5-2): จอห์นสโตน; อาจายรา, บาร์ทลี่ย์, โอเชีย; เฟอร์ลอง, ลิเวอร์มอร์ (c), ซอว์เยอร์ส, ดิอันกาน่า (ฟิลลิปส์ 74), ทาวน์เซนด์; เปเรร่า (ฟิลด์ 90+1), โรบินสัน (ร็อบสัน-คานู 66)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม บัตตอน, คีเพร, ฮาร์เปอร์, เอ็ดเวิร์ดส์
ผู้ทำประตู โรบินสัน 4, 25, บาร์ทลี่ย์ 28
ใบเหลือง เฟอร์ลอง 82

ผู้ตัดสิน จอน มอสส์
 

ข่าวอื่นๆ