สัมภาษณ์

ดร็อกบาสุดภูมิใจคว้ารางวัลจากยูฟ่า พร้อมเล่าถึงค่ำคืนที่มิวนิค

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ได้รับการสมทบจากฟลอร็องต์ มาลูด้า ขณะที่เขาเข้ารับรางวัลยูฟ่า เพรสซิเดนท์ อวอร์ด โดยทั้งสองคนแบ่งปันความทรงจำสมัยค้าแข้งให้กับเชลซี

รางวัลนี้ถูกมอบให้กับตำนานกองหน้าชาวไอวอรี่ โคสต์โดย อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธานยูฟ่าที่เมืองเจนีวา ก่อนการจับสลากแชมเปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งอดีตสองแข้งสิงห์บลูส์เป็นผู้สุ่มเลือกลูกบอล ประกบคู่สายต่าง ๆ โดยเชลซีอยู่ร่วมกรุ๊ปเดียวกับเซบีย่า, แรนส์ และคราสโนดาร์ในกลุ่ม E

ด้วยหัวข้อสำคัญที่เกี่ยวข้องกับแชมเปี้ยนส์ ลีก นักเตะทั้งสองรายถูกถามให้เล่าถึงความทรงจำการคว้าแชมป์ฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่เมื่อปี 2012 โดยการดวลจุดโทษล้มบาเยิร์น มิวนิค อยู่ในระดับความสำเร็จใดในอาชีพการค้าแข้งของพวกเขา

'ผมคิดว่ามันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการค้าแข้งของผมเลย' ดร็อกบา ซึ่งทำประตูตีเสมอในเวลาปกติ และเป็นผู้ยิงปิดกล่องในการดวลจุดโทษรอบชิงชนะเลิศกล่าว 'กุนซือของผมตอนที่ผมเล่นให้กับเลอ ม็องส์เคยบอกผมว่า "นายไม่ต้องเล่น 90 นาทีหรอก แค่ 10 นาทีก็เพียงพอให้นายสร้างความแตกต่าง" ช่วงแรก ๆ ผมก็ผิดหวังนะแต่ผมเรียนรู้ที่จะใช้เวลา 10 นาทีสุดท้ายอย่างคุ้มค่า ทุกประตูที่เกิดขึ้นช่วงท้ายเกม ผมคิดว่ามันมาจากบทเรียนนี้ละ'

มาลูด้า อีกหนึ่งนักเตะที่ลงเล่นนัดสุดท้ายให้กับเชลซีในค่ำคืนประวัติศาสตร์ที่มิวนิคเสริมว่า: 'ผมคิดว่ามันเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกเรา พวกเราวิ่งตามถ้วยใบนั้นมาอย่างยาวนาน 4 ปีก่อนหน้านั้นเราเคยเกือบทำได้ที่มอสโกว์ เป็นเกมที่เปี่ยมไปด้วยดราม่าและต้องดวลจุดโทษเหมือนกัน

'ค่ำคืนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ตื้นตันสำหรับทีมจริง ๆ เพราะเรารู้ว่าหลังจบเกมทุกคนก็จะไปตามแนวทางของตัวเอง แต่เรารู้ว่าเราได้ทำบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ เราฉลองกันอย่างเต็มที่ พวกเรามีความสุขจริง ๆ ครับ!'

ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในเมืองเจนีวาเช่นกันเมื่อ ดร็อกบา กลายเป็นชาวแอฟริกันคนแรกที่ได้รับรางวัลยูฟ่า เพรสซิเดนท์ อวอร์ด ซึ่งมอบให้กับบุคคลผู้เป็นแรงผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับโลกกีฬาทั้งในและนอกสนาม

'ผมภูมิใจมากจริง ๆ และผมคิดว่าเรื่องนี้ควรเป็นตัวอย่างสำหรับสิ่งที่ชาวแอฟริกัน หรือผู้คนจากทวีปอื่น ๆ ที่ได้ออกไปค้าแข้งในต่างประเทศกับสิ่งที่พวกเขาสามารถทำสำเร็จผ่านการอุทิศตัวเองและการทำงานหนัก'

'วันนี้มันเกิดขึ้นกับผม แต่ผมหวังและมั่นใจว่ามันจะเกิดขึ้นกับคนอื่นในอนาคต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือโลกฟุตบอลต้องสามัคคีกัน ฟุตบอลได้สร้างความกลมเกลียว นั่นคือเหตุผลสำหรับผมในการเดินทางออกจากแอฟริกา ย้ายมาค้าแข้งที่ยุโรป ประสบความสำเร็จบางอย่างและมาที่นี่ในวันนี้เพื่อรับรางวัล มันคือสิ่งที่ทำให้ผมภูมิใจจริง ๆ ครับ' ดร็อกบากล่าว

'ฟุตบอลเป็นภาพสะท้อนของสังคม ดังนั้นพวกเราเหล่านักเตะมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะว่าเป็นคนในสังคมนี่ละที่เข้ามาชมเกม เป็นสังคมที่ได้รับความสุข พวกเขามีความหมายมากและเราก็ได้เห็นมาแล้วในการแข่งขันช่วงนี้เวลาที่แฟนบอลไม่ได้อยู่ในสนาม เรารู้แล้วว่าเราคิดถึงพวกเขามากแค่ไหน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เป้าหมายของเราไม่ใช่การทำผลงานที่ดีอย่างเดียว แต่เรายังต้องเป็นตัวแทนของสังคม และพยายามมอบบางอย่างตอบแทนกลับไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้'

ข่าวอื่นๆ