สัมภาษณ์

แลมพาร์ด: ความสัมพันธ์ในทีมกำลังเติบโตขึ้น

หลังจากนักเตะกำลังสำคัญหลายคนเริ่มมีสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์เต็มที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด เผยว่าเขาพอใจกับทรงของทีมที่กำลังเป็นรูปเป็นร่างในการฝึกซ้อมสำหรับฤดูกาลนี้

เฮดโค้ชของเราต้องอดทนรออย่างใจเย็นสำหรับนักเตะของเขาในฤดูกาล 2020/21 โดยผู้เล่นบางคนที่ทำผลงานได้ดีในฤดูกาลที่แล้ว และแข้งใหม่ที่ย้ายเข้ามา ไม่สามารถออกสตาร์ตซีซั่นใหม่กับทีมได้เพราะปัญหาอาการบาดเจ็บ และค่อย ๆ ถูกสอดแทรกเข้ามาอย่างช้า ๆ

อย่างไรก็ตาม เราได้เห็นนักเตะหลายคนเริ่มถูกส่งลงสนามในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งฮาคิม ซิเยคและคริสเตียน พูลิซิช จะมีชื่อในขุมกำลังวันพรุ่งนี้สำหรับการแข่งขันกับเซาท์แธมป์ตัน โดยซูเปอร์แฟรงค์ ดีใจกับเหล่านักเตะมากพรสวรรค์ที่เขาสามารถเลือกมาใช้งานในเกมรุกแม้ต้องลำบากใจก็ตาม

'ทุก ๆ ทีมที่ต้องการแข่งขันเพื่อแย่งแชมป์ลีกหรือแชมเปี้ยนส์ ลีกและลงเล่นในเอฟเอ คัพ และต้องผ่านไปให้ได้ทั้งฤดูกาล จำเป็นต้องมีผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนในแต่ละตำแหน่ง' เขาอธิบาย 'เกมรุกต้องมีการแย่งตำแหน่งกันซึ่งทีมของเราเป็นแบบนั้นเมื่อปีที่แล้ว

'เราเสียวิลเลี่ยนและเปโดรไป เราเสียบัตซูอายี่ แต่เรานำเข้านักเตะที่มอบการแข่งขันในระดับเดียวกันในแง่ของตัวเลขและผมรู้สึกว่าระดับฝีเท้าก็ด้วย สำหรับตัวเลือกบางคนที่ซื้อเข้ามา แน่นอนว่าเราดึงตัวพวกเขาเข้ามาเพราะคุณต้องการพัฒนาทีม

'แน่นอนว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับนักเตะ มันขึ้นอยู่กับพวกเขาเสมอในแง่ของผลงานการเล่น ในเวลาเดียวกันมันได้มอบปัญหาเจ๋ง ๆ ให้กับผมในแง่ที่หวังว่าเราจะสามารถเลือกใช้งานนักเตะ เราสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งฤดูกาล เราจะมีตัวเลือกให้เปลี่ยนจากข้างสนาม ผมมีความสุขนะกับสิ่งที่บางคนอาจต้องการเรียกว่าเป็นปัญหาในพื้นที่นั้นก็ตาม'

เขาได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในเวลานี้ที่สามารถนำนักเตะส่วนใหญ่ในขุมกำลังลงซ้อมอย่างเต็มรูปแบบ โดยจะเปิดทางให้เขาได้ทำงานพร้อมกับสอดแทรกนักเตะใหม่ ๆ ให้ใกล้ชิดกับเพื่อนร่วมทีมของพวกเขาที่ค็อบแฮม

'หากคุณดึงตัวนักเตะเข้ามา คุณมักจะมองไปที่การสร้างความสัมพันธ์ในสนามอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นฟูลแบ็ค, ปีก, กองหน้า และนักเตะที่เล่นอยู่ด้านหลัง, มิดฟิลด์ที่ประสานงานกัน, เซ็นเตอร์แบ็ค, ผู้รักษาประตูกับแผงแบ็คโฟร์

'สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะได้มาผ่านการทำงานด้วยกัน และนักเตะหน้าใหม่ของเราหลายคนก็ไม่ได้ฟิตและพร้อม ตอนนี้เราเริ่มเห็นพวกเขาฟิตขึ้นแล้ว เราได้มีเวลาในสนามซ้อม ความสัมพันธ์ทั้งในและนอกสนามสามารถเพิ่มขึ้นได้ ผมหวังว่าเราจะเฝ้าทำงานกันต่อไป

'เรามีงานต้องทำอีกเยอะ เราไม่ใช่ทีมที่สำเร็จรูป มีทีมอื่นที่แสดงให้เห็นเมื่อปีที่แล้วและ 2-3 ปีก่อนหน้านี้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน การทำงานที่ต้องลงแรงเพื่อก้าวไปเป็นยอดทีมของโลก เราต้องทำแบบนั้นด้วยแนวทางของเรา คือเราน่าจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเดินทางในหลาย ๆ แนวทางเลย การทำงานเริ่มขึ้นแล้วและการพยายามพัฒนาก็จะดำเนินไปตลอดเวลา'

แม้จะคว้าตัวผู้เล่นใหม่เข้ามาหลายคน แต่แลมพาร์ดยืนกรานว่าเขาไม่เคยปิดประตูใส่นักเตะที่มีอยู่แล้วในขุมกำลัง โดยจะเลือกส่งผู้เล่นจากผลงานทั้งในสนามและในการซ้อม นั่นหมายความว่าหากทำงานหนักก็มีโอกาสที่จะกลับมาติดทีมสำหรับนักเตะอย่าง โทนี่ รูดิเกอร์ ที่ยังไม่ได้ลงเล่นในฤดูกาลนี้

'นักเตะทุกคนสามารถหาทางกลับมาเป็นตัวจริงได้ โอกาสนี้อยู่ในมือของพวกเขาทุกคน' แลมพาร์ดกล่าว 'นั่นเป็นวิธีการทำงานของผมที่นี่ สิ่งที่ผมทำผมคำนึงถึงผลประโยชน์ของทีมและสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสโมสรเสมอ เพราะว่าเราต้องพยายามเก็บผลการแข่งขันให้ได้ทุกสัปดาห์

'นักเตะทุกคนทราบเรื่องนี้ ความสวยงามของตลาดนักเตะที่ปิดลงไปคือเราจะได้เริ่มทำงานและรู้ว่าขุมกำลังของเราเป็นอย่างไร ทุกคนรู้ว่าพวกเขาสามารถมีส่วนร่วมซึ่งเราต้องการพวกเขา เราหวังพึ่งพาพวกเขาเพราะจำนวนการแข่งขันที่ต้องลงเล่น โทนี่ก็เหมือนกับทุก ๆ คนในกรณีนี้'

เชลซี เปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์รับมือเซาท์แธมป์ตันเป็นนัดแรกหลังผ่านโปรแกรมทีมชาติ 2 สัปดาห์ โดยแลมพาร์ด พอใจที่ได้เห็นนักเตะของเขาได้เวลาลงสนามเพิ่มเติมกับทีมชาติ เพื่อช่วยเสริมสร้างแมตช์ฟิตเนส และหวังว่าคนที่โชว์ฟอร์มได้ดีจะกลับมาลงเล่นให้สโมสรด้วยความมั่นใจเต็มที่

'ผมคิดว่ารีซ [เจมส์] ทำผลงานในนัดเดบิวต์ได้วิเศษมาก, เมสัน [เมาท์] ทำประตูได้และมีส่วนสำคัญในสองเกมที่เขาลงเล่น ในจุดที่นักเตะไม่ได้ลงเล่นพรีซีซั่นหรือมีเวลามากพอในสนาม จริง ๆ แล้วผมแฮปปี้นะ บางครั้งคุณอาจมานั่งบ่นกับความจริงที่นักเตะออกไปรับใช้ชาติ ลงเล่นเต็มเวลา 90 นาทีทั้ง 3 นัด เพราะคุณอาจจะเห็นแก่ตัวนิดหน่อยและต้องการพวกเขาเพื่อเชลซี ตอนนี้นักเตะของเราต้องได้ลงสนามดังนั้นผมจึงพอใจสำหรับคนที่ได้เล่นครับ'

ข่าวอื่นๆ