สัมภาษณ์

แลมพาร์ดชี้แจงอัตลักษณ์ของทีมที่อยากสร้าง และพูดถึงการโดนเปรียบเทียบกับโซลชาร์

ครั้งที่แล้วที่เชลซีออกจากสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อ 14 เดือนก่อน แฟรงค์ แลมพาร์ด ตอบคำถามในหลาย ๆ ประเด็นเกี่ยวกับแนวทางการเล่นของทีม จากผลงานที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องเชิงบวก แม้จะปราชัยให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วยสกอร์ 4-0 ก็ตาม

เกมดังกล่าวเป็นนัดเปิดสนามฤดูกาลใหม่ของพรีเมียร์ ลีก และเป็นการออกสตาร์ตการทำงานสิงห์บลูส์ของแลมพาร์ด เพียงแค่นัดเดียวบอสคนใหม่ก็โดนตั้งคำถามแล้ว เมสัน เมาท์กับแทมมี่ อับราฮัมได้ลงเป็นตัวจริง แต่เขาให้ความเชื่อมั่นในตัวดาวรุ่งมากเกินไปหรือเปล่า?

ทีมเยือนมีโอกาสยิงประตูมากกว่า, ยิงเข้ากรอบมากกว่า และได้ลูกเตะมุมมากกว่า แต่ไม่สามารถเปลี่ยนจังหวะที่เกิดขึ้นให้เป็นประตู พร้อมเสียไปถึง 4 ลูก ดังนั้นเกมรับของทีมถูกต้องหรือเปล่า? นี่คือจุดเริ่มต้นของฤดูกาลใหม่ที่ยาวไกลและยากลำบากหรือไม่?

เมื่อมองย้อนกลับไป แลมพาร์ดรู้สึกว่าปฏิกิริยาหลังผลการแข่งขันนัดดังกล่าวค่อนข้างเกินจริงไปหน่อย ระหว่างการเดินทางกลับสู่ลอนดอนเขาไม่ได้มีการพิจารณาหรือทบทวนเรื่องความรู้สึก โดยไม่ได้สงสัยเกี่ยวกับการทำงานของนักเตะที่ได้เห็นจากในช่วงพรีซีซั่นที่ดับลิน, ญี่ปุ่น รวมทั้งศูนย์ฝึกค็อบแฮมแม้แต่น้อย

'แน่นอนผมตั้งคำถามกับแมตช์นั้นเพราะมันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ๆ ในการวิเคราะห์ด้วยบทบาทของนักวิจารณ์ซึ่งผมจำได้เป็นอย่างดี' บอสให้สัมภาษณ์สะท้อนถึงความพ่ายแพ้นัดดังกล่าว 'มันง่ายมากที่จะแสดงการตอบสนองแบบดราม่า เพราะสกอร์ 4-0 หมายความว่าทีมหนึ่งทำผลงานได้ดีกว่าอีกทีมหนึ่ง

'3 วันหลังจากนั้น พวกเราลงแข่งขันซูเปอร์ คัพรอบชิงชนะเลิศ เราทำผลงานได้ทัดเทียมกับลิเวอร์พูลเป็นเวลา 120 นาที และต้องโชคร้ายพ่ายแพ้จากการดวลจุดโทษ ผมสังเกตเห็นหลาย ๆ อย่างจากการแข่งขันกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่พวกเราทำได้ดีขึ้น และผมก็บอกกับนักเตะทันทีหลังจบเกม

'มันเป็นเกมที่แสดงให้ผมเห็นสิ่งดี ๆ หลายอย่างเกี่ยวกับทีมของเรา และสิ่งที่เราจำเป็นต้องพัฒนา ผมไม่มีทางมองผ่านบทเรียนที่ได้มอบให้กับพวกเราเป็นทีม แต่ผมรู้สึกได้ถึงความมั่นใจในการทำงานที่มีมาตลอดช่วงพรีซีซั่น เพื่อไปถึงจุดที่เราสามารถไปถึงได้พร้อมกับลักษณะนิสัยของนักเตะ'

หลังผ่านไปหนึ่งปีกับเกมลีกอีก 42 นัด เชลซีภายใต้การนำของแลมพาร์ดจะกลับมาที่แมนเชสเตอร์อีกครั้งพร้อมกับนักเตะหน้าใหม่ 6 รายในช่วงซัมเมอร์ ขุมกำลังที่มีวิวัฒนาการอาจต้องการเวลาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ก่อนจะเล่นคลิกกันอย่างลงตัวเหมือนกับที่พวกเขาทำไว้เมื่อปีที่แล้วก่อนจะจบอันดับที่ 4 ของตารางและผ่านเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ แต่เฮดโค้ชของเรามีภาพชัดเจนเกี่ยวกับทีมที่อยากให้เป็น

'ฤดูกาลที่แล้วถือเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ สำหรับพวกเราเพราะว่าทีมของเรามีอัตลักษณ์ในการทำงานหนักยามไม่มีบอล เราสร้างโอกาสได้มากมาย พยายามดันเกมขึ้นสูงและทำเกมขึ้นไปข้างหน้า พร้อมกับรู้ว่าเราต้องยกระดับไปให้ไกลขึ้น' เขาอธิบาย

'เรามีผู้เล่นใหม่ที่ย้ายมาร่วมทีมในฤดูกาลนี้ และก็มีช่วงเวลาที่เราต้องทำงานกันอีกครั้ง ผมไม่อยากมานั่งตรงนี้แล้วให้คำมั่นว่าปรัชญาของผมจะเป็นอย่างไรในเวลาอีก 1-2 ปีข้างหน้า เพราะความเป็นจริงเกี่ยวกับฟุตบอลคือมันพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในเวลานี้คุณต้องทำงานกับนักเตะที่มีอยู่และพยายามพัฒนาให้ดีขึ้นอยู่เสมอ'

มีการเปรียบเทียบถึงความคล้ายคลึงระหว่างแลมพาร์ดและโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ โดยทั้งคู่กลับมาทำงานให้กับสโมสรหลังเคยประสบความสำเร็จสมัยเป็นนักเตะ ขณะที่ตอนนี้แลมพาร์ดเพิ่งจะคุมทีมได้สองปีนิด ๆ แต่นายใหญ่ชาวนอร์เวย์สัมผัสงานผู้จัดการทีมมาแล้ว 10 ฤดูกาล นั่นทำให้การเปรียบเทียบกันโดยตรงกลายเป็นเรื่องที่ยาก

'ผู้จัดการทีมพรีเมียร์ ลีกทุกคนจะมีปัญหาของตัวเองในการหาวิธีแก้ไข ดังนั้นผมจึงไม่ขอขีดเส้นระหว่างตัวผมกับโอเล่หรอก' แลมพาร์ดว่าต่อ 'เขามีทีมของเขาและผมก็มีทีมของผม เราเจอกับความกดดันที่คล้ายกันบางอย่างและก็มีความกดดันที่แตกต่างกันด้วย ผมเข้าใจถึงแรงกดดันในการคุมสโมสรในขนาดที่พวกเราต้องจัดการ และผมก็เคารพเขาเป็นอย่างมากในเรื่องนั้น'

นอกจากนี้แลมพาร์ดยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บที่ทำให้เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ชวดทริปเดินทางไปยังแมนเชสเตอร์

'อาการบาดเจ็บของเกปาเป็นบางอย่างที่เขาได้รับจากเกมกับเซาท์แธมป์ตัน' บอสเผย 'มันเป็นอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ มันติดตัวเขามาในเกมกลางสัปดาห์ที่พบกับเซบีย่าซึ่งเขาเป็นตัวสำรอง

'เขารู้สึกเจ็บนิด ๆ ในการซ้อม ดังนั้นสัปดาห์นี้ก็เลยต้องถอยไปก้าวหนึ่ง ก็หวังว่าจะไม่ต้องพักยาวนะ'

ข่าวอื่นๆ