รายงานผล

รายงานการแข่งขัน: แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 เชลซี

เชลซี บุกคว้าหนึ่งคะแนนที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังจากเก็บคลีนชีตได้เป็นนัดที่สองติดต่อกัน ซึ่งทีมสามารถเล่นเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง

โอกาสที่ดีที่สุดในเกมนี้ตกเป็นของมาร์คัส แรชฟอร์ดในครึ่งแรก แต่เอดูอาร์ เมนดี้ โชว์ซูเปอร์เซฟปฏิเสธลูกยิงของเขาด้วยเท้าขวา ในการเล่นเกมเยือนนัดแรกของพรีเมียร์ ลีก นายด่านก้านยาวยังทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมเพื่อหยุดยั้งจังหวะการยิงของฆวน มาต้า รวมทั้งโอกาสอีกหนึ่งครั้งของแรชฟอร์ดในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ การเซฟ 3 ลูกทำให้ค่ำคืนนี้เป็นผลงานสุดวิเศษจากจอมหนึบชาวเซเนกัล

สิงห์บลูส์เล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง โดยสิ่งดังกล่าวน่าจะสร้างความพอใจให้กับแฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ใช้แผนการเล่น 3-4-3 เป็นนัดแรกของฤดูกาล แต่เหมือนกับเกมพบเซบีย่าเมื่อคืนวันอังคาร เกมรุกของทีมเราไม่ค่อยจะลงตัวมากนักในพื้นที่สุดท้ายแม้จะมีการเคลื่อนไหวที่เฉียบคม โดยคริสเตียน พูลิซิช มีโอกาสที่ดีที่สุด 2 ครั้งให้กับทีม

ระดับสมาธิของนักเตะยังคงเต็มเปี่ยมทำให้ท้ายเกมไม่มีดราม่าเหมือนที่เกิดขึ้นในเกมกับเซาท์แธมป์ตันเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน การเซฟของเมนดี้ในจังหวะซัดนาทีที่ 91 ของแรชฟอร์ด ทำให้พวกเราเก็บคลีนชีตในลีกยามเล่นเป็นทีมเยือนนัดแรก นับตั้งแต่เกมที่บุกชนะท็อตแน่มในเทศกาลคริสต์มาสครั้งที่แล้ว

การจัดทัพ

เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า แทนเมสัน เมาท์ เป็นการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเดียวใน 11 ตัวจริงที่สตาร์ตเกมลีกนัดที่แล้ว โดยกัปตันทีมของเราลงเล่นกองหลังตัวกลางสมทบธิอาโก้ ซิลวาและเคิร์ต ซูม่า ขนาบข้างโดยรีซ เจมส์ กับเบน ชิลเวลล์ ในตำแหน่งฟูลแบ็ค

จอร์จินโญ่ และเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ถูกส่งประจำการในตำแหน่งมิดฟิลด์อีกครั้ง โดยมีไค ฮาแวร์ตซ์ และพูลิซิช คอยสนับสนุนติโม แวร์เนอร์ในการเล่นเกมรุก

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 18 - โอกาสเล่นลูกเตะมุมของเชลซี ชิลเวลล์ เปิดเข้ามาเคิร์ต ซูม่าพยายามกระโดดใช้ขาเล่นแต่ยังโดนไม่ดี บอลลอยมานอกกรอบเขตโทษ ฮาแวร์ตซ์ วิ่งมายิงตามน้ำทันทีแต่ทิศทางยังไม่ดีนักและไปติดเฟร็ดที่บล็อคไว้ได้

นาทีที่ 25 - แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลุ้นจากลูกเตะมุมบ้างเป็นบรูโน่ แฟร์นานเดส เปิดลึกไปให้แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่พยายามโขกชงเข้าไปด้านในแต่เคิร์ต ซูม่ายังสกัดเอาไว้ได้

นาทีที่ 29 - เจ้าบ้านพยายามตรึงเกมรุกและหาโอกาสทำใส่พวกเราอีกครั้ง โดยบอลเริ่มจากเฟร็ดไหลสั้น ๆ ให้แฟร์นานเดส แปะต่อให้สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่แต่งหนึ่งจังหวะแล้วง้างเท้ายิงจากระยะประมาณ 25 หลาแต่พูลิซิชโชว์ความขยันสไลด์ตัวขวางเอาไว้ได้

นาทีที่ 31 - เจ้าบ้านยังทำเกมรุกต่อเนื่อง คราวนี้ลุค ชอว์ ป้ายให้กับแดน เจมส์ทางฝั่งซ้าย ก่อนปีกความเร็วสูงไหลเข้าในให้บรูโน่ แฟร์นานเดส ได้ลองยิงจากระยะประมาณ 28 หลา แต่บอลไปตรงตัวเมนดี้ที่รับเข้าซองสบาย ๆ

นาทีที่ 32 - สิงห์บลูส์ตอบโต้ขึ้นมาบ้างในจังหวะที่ซูม่า ไหลมาให้ชิลเวลล์ทางซ้ายก่อนแบ็คชาวอังกฤษจ่ายต่อไปให้พูลิซิช ที่ลากตัดเข้าในหนีการประกบของแม็คโทมิเนย์ แล้วซัดด้วยขวา บอลพุ่งเรียดแต่ยังตรงตัวเด เคอา เซฟเอาไว้แบบไม่ยากเย็นนัก

นาทีที่ 35 - พวกเราเกือบโดนแล้วจากจังหวะสวนกลับที่มาต้า จ่ายทะลุช่องให้มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวไปล่อเป้าใส่เมนดี้ ก่อนจะง้างเท้าขวายิงเต็มแรง แต่นายด่านตัวใหม่ล้มตัวใช้เท้าข้างขวาป้องกันเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

นาทีที่ 40 - จังหวะนี้อาจทำให้แฟนบอลสิงห์บลูส์หลายคนเกิดคำถามในใจ โดยเราได้ฟรีคิกแล้วเปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนโดนแฮร์รี่ แม็คไกวร์ โขกออกไป แต่ภาพช้าแสดงให้เห็นว่าแขนของกัปตันทีมปีศาจแดง ไปล็อคอยู่ที่ตัวของอัซปิลิเกวต้าจากด้านหลัง ซึ่งผู้ตัดสินไม่ได้ว่าอะไร และไม่มีการเช็ก VAR แต่อย่างใด

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 53 - เชลซีทำเกมรุกใส่เจ้าบ้านบ้าง เป็นจังหวะที่พูลิซิชได้บอลทางฝั่งซ้ายเลยเส้นกลางสนามมานิดหน่อย ก่อนใช้ความเร็วลากไปจ่ายให้ฮาแวร์ตซ์ ที่แต่งรอแวร์เนอร์วิ่งเติมเข้ามาแล้วผ่านบอลไปให้ โดยกองหน้าชาวเยอรมันพยายามยิงด้วยซ้ายแต่โดนแม็คไกวร์สกัดออกไป

นาทีที่ 60 - สิงห์บลูส์มีจังหวะเกมรุกที่น่าได้ประตูมากที่สุด เริ่มจากอัซปิลิเกวต้า จ่ายขวางสนามไปทางขวาให้กับรีซ เจมส์ จนแบ็คขวาชาวอังกฤษมีพื้นที่ได้บรรจงเปิดเข้าใน บอลพุ่งเลยข้ามหัวฮาแวร์ตซ์ไปนิดเดียว ส่วนพูลิซิชที่วิ่งมาชาร์จจากด้านหลังก็ตามไม่ทัน เฉียดไปนิดเดียวเท่านั้น

นาทีที่ 71 - วันนี้เกมรุกของฝั่งเราดูตื้อ ๆ จนแฟรงค์ แลมพาร์ด ตัดสินใจถอดแวร์เนอร์ กับฮาแวร์ตซ์ออกไปพักพร้อมกัน แล้วให้อับราฮัม กับเมาท์ลงมาทำหน้าที่แทน

นาทีที่ 81 - บอสของเราปรับหมากอีกรอบ คราวนี้ถอดพูลิซิชออกจากสนาม แล้วส่งฮาคิม ซิเยคลงมาเล่น

นาทีที่ 90+1 - แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้โอกาสลุ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในจังหวะที่บรูโน่ แฟร์นานเดส ดีดบอลไปให้มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ได้วางเท้าปั่นนอกกรอบ บอลกำลังจะพุ่งเข้าเสาไกล แต่เอดูอาร์ เมนดี้ โชว์ซูเปอร์เซฟบินปัดด้วยมือเดียว ทำให้จบเกม "สิงห์บลูส์" บุกมาเก็บ 1 คะแนน และเก็บคลีนชีตเป็นนัดที่ 2 ต่อจากเกมกับเซบีย่าเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

เกมต่อไป?

เยือนประเทศรัสเซีย! เดอะ บลูส์ เผชิญหน้ากับคราสโนดาร์ในคืนวันพุธสำหรับการแข่งขันฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่สองของฤดูกาลและเป็นการเล่นทีมเยือนครั้งแรก

 

เชลซี (3-4-3): เมนดี้; อัซปิลิเกวต้า (c), ธิอาโก้ ซิลวา, ซูม่า; เจมส์, จอร์จินโญ่, ก็องเต้, ชิลเวลล์; ฮาแวร์ตซ์ (เมาท์ 71), แวร์เนอร์ (อับราฮัม 71), พูลิซิช (ซิเยค 81)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม กาบาเยโร่, รูดิเกอร์, โควาซิช, ชิรูด์
ใบเหลือง ฮาแวร์ตซ์ 45+1

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1): เด เคอา; วาน-บิสซาก้า, ลินเดเลิฟ, แม็คไกวร์ (c), ชอว์; แม็คโทมิเนย์ (กรีนวู้ด 83), เฟร็ด; มาต้า (ป๊อกบา 58), แฟร์นานเดส, เจมส์ (คาวานี่ 58); แรชฟอร์ด
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เฮนเดอร์สัน, ตวนเซเบ้, มาติช, ฟาน เดอ เบค
ใบเหลือง ชอว์ 39, เฟร็ด 46, แรชฟอร์ด 76

ผู้ตัดสิน มาร์ติน แอตกินสัน

ข่าวอื่นๆ